รายงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมเคมีอเมริกัน ทำการศึกษาเปรียบเทียบกระบวนการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์พบว่า การออกไปซื้อสินค้าที่ห้างหรือร้านค้าช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าการช็อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมผลการศึกษาให้เหตุผลว่า การซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค เช่น กระดาษชำระ แชมพู ยาสีฟันที่หน้าร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นจากซุปเปอร์มาร์เกตหรือร้านสะดวกซื้อ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาทำลายชั้นบรรยากาศน้อยกว่าการช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้านจริงเนื่องด้วยพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของผู้คน มักเป็นการซื้อของไม่กี่ชิ้น ขณะที่การออกไปช็อปปิ้งตามห้างหรือซุปเปอร์มาร์เกต ส่วนใหญ่เป็นการซื้อของจำนวนมากต่อครั้งพอซื้อสินค้าทีละเล็กละน้อย แต่ต้องใช้การขนส่ง รวมทั้งส่วนใหญ่เป็นการส่งสินค้าจากช่องทางจำหน่ายหลากหลาย จึงกลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล นอกจากนั้นสินค้าออนไลน์ยังสิ้นเปลือง แพ็กเกจจิ้ง สร้างขยะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกล่อง พลาสติก หีบห่อต่างๆซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ทีมวิจัยได้ศึกษากระบวนการขนส่งสินค้า ตั้งแต่โรงงานไปจนถึงมือผู้บริโภค โดยโฟกัสที่ช่องทางจำหน่ายจนถึงมือลูกค้า วิเคราะห์การถ่ายโอนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Carbon Footprint) ดูปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ แล้วคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์โดยศึกษาใน 3 ช่องทาง ได้แก่ การซื้อผ่านหน้าร้านค้า, การซื้อผ่านร้านที่มีหน้าร้านแต่เป็นการซื้อออนไลน์ ตลอดจนการซื้อออนไลน์จากร้านหรือผู้ค้าที่ไม่มีหน้าร้าน เป็นร้านออนไลน์ สมบูรณ์แบบผลปรากฏว่า ในอังกฤษการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านผู้ค้าที่มีหน้าร้าน มีอัตราปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สุด รองลงมาเป็นการซื้อจากร้านที่มีหน้าร้าน และที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมมากที่สุดคือการซื้อจากร้านที่ให้บริการออนไลน์เพียงอย่างเดียวเช่นเดียวกับที่สหรัฐอเมริกา การซื้อสินค้าจากร้านที่อยู่บนโลกออนไลน์อย่างเดียว มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยค้นพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภค, ระบบขนส่ง และความนิยมในการใช้รถยนต์ เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ซีเอ็นเอ็นตามไปสัมภาษณ์ผู้บริหารของวอลล์มาร์ท ห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสาขาในสหรัฐอเมริกามากกว่า 4,700 สาขา ซึ่งให้บริการแบบ Omni Channel คือครอบคลุมทุกช่องทางที่ลูกค้าต้องการ ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ โดยถามว่าช่องทางจำหน่ายแบบไหนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม วอลล์มาร์ทไม่สามารถให้คำตอบได้ โดยระบุไม่มีเงื่อนไขตายตัว แล้วแต่พฤติกรรมของลูกค้าในช่วงเวลานั้นๆด้านอเมซอน ร้านค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ประกาศชัดเจนว่า จะใช้รถไฟฟ้าเพื่อส่งสินค้าให้ลูกค้าภายในปีหน้า โดยขณะนี้สั่งซื้อรถไฟฟ้าแล้ว 100,000 คัน และจะเริ่มนำรถ 10,000 คันแรกมาให้บริการก่อน และจะนำ มาทดแทนยานพาหนะ แบบเก่าทั้งหมดภายในปี 2573.