บรรยากาศทางการค้าที่กำลังขมึงเกลียวระหว่างสหรัฐอเมริกาและนานาประเทศ โดยเฉพาะจีน อาจกลายเป็นหอกดาบทิ่มแทงค่ายรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกันอย่างเทสล่าตรงๆ เพราะภาษีนำเข้ารถหรูที่ถูกปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้ราคารถเทสล่าในจีน ขยับขึ้นไปโหดยิ่งขึ้นโดยปกติราคาเทสล่ารุ่น Model S 100D จำหน่ายอยู่ในสหรัฐอเมริกาที่ราคาคันละ 94,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 3 ล้านบาท) ขณะที่ราคาจำหน่ายในจีน อยู่ที่ประมาณ 148,000 เหรียญ (ราว 4.7 ล้านบาท) หากภาษีถูกปรับเพิ่มขึ้น ราคาย่อมจะต้องขยับขึ้นไปอีกบรรยากาศการค้าโลกที่กำลังตึงเครียดจากนโยบาย “ประเทศข้า ต้องมาก่อน” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม กระทบชิ่งสินค้าจากจีนไปเต็มๆ ทำให้ล่าสุด ทางการจีนประกาศมาตรการขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ 128 รายการ สูงสุดถึง 25% เพื่อเป็นการตอบโต้ โดยจีนให้เหตุผลว่า เป็นการปกป้องผลประโยชน์และสร้างสมดุลจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯต่อผลกระทบดังกล่าว นักวิเคราะห์ระบุว่า เทสล่า (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของอเมริกา จะเป็นค่ายรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกจากนั้นเป็นรถหรูจากเยอรมันอย่างเบนซ์และบีเอ็มดับเบิลยูปัจจุบัน จีนถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของค่ายรถอเมริกัน ตั้งแต่ฟอร์ด จีเอ็ม และไครสเลอร์ ในฐานะ 3 บิ๊กแห่งดีทรอยต์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีพันธมิตรเป็นบริษัทจีน อย่างจีเอ็มมีโรงงานผลิตรถที่ออกวางจำหน่ายในจีนเป็นการเฉพาะ การปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากอเมริกา จึงไม่มีผลเท่าใดนัก เพราะรถที่ขายผลิตในจีนแต่สำหรับในกรณีของเทสล่า รถที่จำหน่ายในจีนเป็นรถนำเข้า ซึ่งหากจีนปรับขึ้นภาษีจริง เทสล่าจะต้องเสียภาษีนำเข้าเพิ่มในอัตรา 50% ของราคา จากปัจจุบันเสียภาษีที่ 25%สอดคล้องกับที่อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสล่า เคยบ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่กำลังเกิดขึ้น ลำเอียงและไม่ยุติธรรมต่อบริษัทอเมริกันเนื่องจากตลาดจีนนั้น สำคัญกับเทสล่ามาก รายได้จากยอดขายในจีน กินสัดส่วนเป็นอันดับ 2 รองจากตลาดสหรัฐฯ โดยเทสล่ามีคลังสินค้าขนาดใหญ่อยู่ในปักกิ่ง รองรับคำสั่งซื้อจากเศรษฐีจีนที่มีล้นหลามปัจจุบันตลาดจีนมียอดขายประมาณ 2,000 ล้านเหรียญ (64,000 ล้านบาท) ส่วนตลาดสหรัฐฯมียอดขายที่ 6,000 ล้านเหรียญ (192,000 ล้านบาท) ส่วนที่ตลาดหลักอีกแห่งคือนอร์เวย์ มียอดขายต่ำกว่า 1,000 ล้านเหรียญ (32,000 ล้านบาท)ขณะที่ค่ายรถคู่แข่งอย่างเมอร์เซเดส เบนซ์และบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งส่งออกรถที่ผลิตจากโรงงานในอลาบามา และเซาท์แคโรไลนา ในสหรัฐอเมริกาไปขายยังจีน ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ถือว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเทสล่า โดยราว 12-13% ของเทสล่ารุ่น Model S และ X ถูกส่งไปขายในจีน ส่วนบีเอ็มและเบนซ์ขายอยู่ราว 2-4%.