ออสเตรเลียและสหรัฐฯรบกับเยอรมนีที่ยุทธการฮาเมล เมื่อ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 (สงครามโลกครั้งที่ 1) และช่วยฝ่ายสัมพันธมิตรรบกับญี่ปุ่นใน พ.ศ.2484-2488 (สงครามโลกครั้งที่ 2)พ.ศ.2493-2496 ออสเตรเลียช่วยสหรัฐฯรบในสงครามเกาหลี ออสเตรเลียช่วยสหรัฐฯในสงครามเวียดนามตั้งแต่ พ.ศ.2505 ในสงครามอ่าวเปอร์เซีย พ.ศ.2533-2534 ออสเตรเลียก็สุดลิ่มทิ่มประตูกับสหรัฐฯ รวมทั้งในสงครามอัฟกานิสถานที่เริ่มเมื่อ พ.ศ.2544 เช่นเดียวกับสงครามอิรัก พ.ศ.2546-2552เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือ ไม่ว่าสหรัฐฯจะไปทิ่มใคร ออสเตรเลียก็จะไปร่วมแทงด้วยเสมออังกฤษส่งคนของตนไปอยู่ในอเมริกาเหนือคือสหรัฐฯและแคนาดา ส่วนทางตอนใต้ของโลกก็ส่งคนอังกฤษไปอยู่ที่ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ ประสงค์ก็คือ คุมโลกให้อยู่หมัดชัดเจนขณะนี้ มีจีนเป็นผู้นำของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งร่วมมือกับรัสเซีย อินเดีย และอิหร่าน เริ่มหืออือหวือหวา พวกที่ดั้งเดิมมาจากอังกฤษก็เริ่มกระดิกพลิกตัวเตรียมลุยกับจีน แผ่นดินออสเตรเลียกว้างใหญ่ไพศาล ปัจจุบันมีสถานที่กลาโหมที่ใช้รบพุ่งตุงนัง 168 แห่ง มีการสำรวจพบว่า กองทัพสหรัฐฯและบริษัทอเมริกันเข้าไปเกี่ยวดองหนองยุ่งชัดเจนแล้ว 110 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 65 หรือ 2 ใน 3 ที่เหลือยังไม่มีหลักฐานหลายคนพูดว่า ออสเตรเลียคือฐานรบของสหรัฐฯที่จะใช้ทิ่มจีน ผู้อ่านท่านยังจำออคัสได้ไหมครับ ภาษาอังกฤษเขียนว่า AUKUS เป็นความร่วมมือด้านความมั่นคงทางการทหารของ 3 ประเทศที่มาจากเผ่าพันธุ์เดียวกันAU คือออสเตรเลีย UK คืออังกฤษ และ US คือสหรัฐฯ ชุมนุมสุมหัวกันครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2564 สหรัฐฯและอังกฤษช่วยให้ออสเตรเลียมีเรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ เขียนว่า ‘ช่วย’ ไปอย่างงั้นแหละ แหะๆ แต่ความเป็นจริง ไอ้เรือดำน้ำนี่ก็คือยานรบสมบัติของ 3 ประเทศนี่แหละ เขียนให้ชัดเจนอีกครั้งก็คือ เอาไว้ทิ่มจีนคนออสเตรเลียบางพวกที่มีพื้นฐานด้านประวัติศาสตร์น้อยก็ร้องแรกแหกกระเชอต่อต้านรัฐบาลออสเตรเลีย ว่าทำไมต้องเอาประเทศของเราไปเรียงร้อยห้อยโหนกับสหรัฐฯ บางคนก็บอกว่า ออสเตรเลียเสียเอกราชให้สหรัฐฯแล้ว มองไปทางไหนมีแต่ธงสหรัฐฯปลิวไสวในหน่วยทหารคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนใหม่ๆที่มีบรรพบุรุษอพยพมาจากประเทศเอเชีย หรือประเทศอื่นๆ มาอยู่แล้วก็เกิดความรู้สึกว่า อ้า ตัวเองเป็นเจ้าของประเทศ เป็นชาวออสซี ผมอยากจะบอกว่า พวกนี้มองอนาคตไม่พ้นหัวแม่เท้าของตนเอง ไม่รู้ทั้งอนาคต ไม่รู้ทั้งอดีต ไม่รู้ประวัติศาสตร์ว่าชาติของตนเกิดขึ้นมาได้ยังไง นี่มันเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกของพวกฝรั่งมังค่าผิวขาวรัฐบาลออสเตรเลียไม่ฟังพวกนี้หรอกครับ โผล่หน้าออกมาอธิบายกับประชาชนคนทั้งประเทศว่า สหรัฐฯเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดและยืนยันความร่วมมือที่เกิดขึ้นมาจากความตกลงร่วมกันของทั้ง 3 ประเทศปัจจุบันมีคนออสเตรเลียไม่น้อยที่บอกว่า อ้า เราเป็นประเทศเกิดมานานแล้ว ไม่ควรจะเอาเราไปผูกกับสหรัฐฯและอังกฤษอีก ที่ตะโกนแรงมากคือพรรคกรีน ที่มีจุดยืนชัดเจนให้ถอนตัวจากออคัส เพราะในอนาคตเมื่อมีสงครามจะนำความยุ่งยากมาสู่ออสเตรเลียที่ไปผูกกับสหรัฐฯอีกกลุ่มที่ต่อต้านแรงคือกลุ่ม Labor Against War ภายในพรรคแรงงาน ที่ตะโกนก้องร้องทุกวัน ให้ออสเตรเลียมีนโยบายต่างประเทศเป็นอิสระ และคัดค้านการเข้ามามีอิทธิพลทางด้านการทหารและด้านต่างๆของสหรัฐฯในออสเตรเลียกลุ่มที่มาแรงแซงโค้งคือเครือข่าย Australian Anti– AUKUS Coalition พวกนี้เป็นกลุ่มรณรงค์ภาคประชาชน ที่ต่อต้านการรวมตัวของสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย12-21 กันยายน 2569 มีการรณรงค์ใหญ่ทั่วออสเตรเลีย ประชาชนคนออสซีจะออกมาเป็นหย่อมๆ เพื่อกดและดันให้รัฐบาลเลิกออคัส และยุติความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ความกังวลของประชาชนคนออสเตรเลียก็คือ สหรัฐฯจะทำสงครามกับจีน ออสเตรเลียมีความเสี่ยง และสงครามไม่ได้ทำกันฟรีๆ อย่างไรก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งตกอยู่กับประชาชนคนออสเตรเลียทุกคนจากการสำรวจของ Lowy Institute ใน พ.ศ.2569 พบว่า คนออสเตรเลียมีความไว้วางใจสหรัฐฯอยู่ในระดับต่ำมาก บางคนถึงขนาดมองว่าสหรัฐฯเป็นประเทศที่หยุดทำสงครามไม่ได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม