กลายเป็นประเด็นกังขากันในแวดวงความมั่นคงชาติตะวันตก จากกรณีที่นายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางแห่งชาติสหรัฐฯ CIA เดินทางเยือนกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย แบบไม่แจ้งกำหนดการล่วงหน้าเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้ทั้งฝ่ายสหรัฐฯและรัสเซียได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหตุการณ์ผิดแปลกอะไร แต่สุดท้ายคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบคือ ทำไมต้องไปคุยและไปคุยกันเรื่องอะไรเพราะการเยือนรัสเซียของ ผอ.ซีไอเอครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.2564 และจากนั้นอีกไม่กี่เดือนต่อมา หรือวันที่ 24 ก.พ. 2565 กองทัพรัสเซียก็เริ่มปฏิบัติการพิเศษทางการทหารต่อประเทศยูเครนเรื่องนี้มีรายงานหลายทิศทาง ขึ้นอยู่กับว่าเป็นข้อมูลจากประเทศอะไร อย่างฝ่ายอังกฤษมีกระแสข่าวว่าเป็นการเดินทางเพื่อไปย้ำเตือนรัสเซีย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจจะ “ลองของ” กับชาติองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ NATO และอาจถึงขั้นอาจมีการโจมตีอุตสาหกรรมอาวุธในชาติตะวันตกโดยตรง ภายหลังที่นายแอนดี เบอร์นัม นายก รัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ไปแสดงจุดยืนซี้ปึ้กกับรัฐบาลยูเครน พร้อมกับมีรายงานข่าวว่าอังกฤษจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีจรวดร่อนให้แก่กองทัพยูเครนขณะที่ข่าวจากฝ่ายสหรัฐฯและยูเครน มีการพูดถึงเรื่องกองทัพรัสเซียกำลังเตรียมการที่จะ “เปิดแนวรบใหม่” ในสมรภูมิยูเครน โดยมองความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะบุกโจมตีจังหวัดเชอร์นิกอฟ ทางภาคเหนือของกรุงเคียฟ หลังจากจังหวัดดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่ฐานปฏิบัติการโดรนพิฆาตที่ใช้โจมตีต่อดินแดนของรัสเซียโดยตรงส่วนข้อมูลจากทางอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯไปคุยรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียเข้าร่วมแผนปฏิบัติการโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจ แต่งานนี้รัสเซียแจ้งมาว่าได้ตอบปฏิเสธไป พร้อมเตือนให้อิหร่านทราบว่าต้องรับมือเช่นใดบ้างสุดท้ายเรื่องนี้อาจจะจริงทุกข้อ ก็เป็น ไปได้ เวลาคงให้คำตอบไม่ช้าก็เร็ว.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม