กระแสโซเชียลมีเดียเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ได้ทำให้ข่าวสารที่เคยเป็นประเด็นร้อนในวันหนึ่ง ถูกลดความสำคัญกลายเป็นประเด็นรองได้ภายในเวลาอันสั้นจากเดือดดาลเรื่องหนึ่ง กลายเป็นเดือดดาลอีกเรื่องในทันที แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ข่าวที่ยัง “ไม่สะเด็ดน้ำ” ยังมีข้อสรุปที่ไม่ชัดเจน ได้ส่งผลให้เกิดความคิดฝังหัว “ตัดสิน” ไปแล้วว่า เรื่องราวเป็นเช่นไร คนนี้ดีคนนี้ชั่วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีประเด็นที่ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องในโซเชียลของไทยคือเรื่อง “พฤติกรรม” ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาทำตัวแย่ๆในประเทศไทยอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งได้ส่งผลให้ผู้รับข่าวสารเกิดความเคยชิน และรับรู้ว่า ถ้าเป็นคนจากประเทศนี้ คงเชื่อกันได้ว่า ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานเอกอัคร ราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับไทยรัฐ ถึงปัญหาที่ถูกตัดสินไปโดยที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่ยอมรับว่า มีข่าวแง่ลบตลอดตั้งแต่ประเด็นอำเภอปาย ไปจนถึงเกาะพงัน และแน่นอนว่าไข่เน่าใบเดียวมันทำให้เสียไปทั้งเข่ง หรือจะพูดก็ได้ว่า ทำดีมาเรื่อยๆ แต่พังเพราะพลาดไปทีเดียวสิ่งสำคัญในเรื่องนี้คือ หวังให้สังคมมีความฉุกคิด อย่างน้อยอย่าเพิ่งปักใจเชื่อจนกว่าจะยืนยัน อย่างเมื่อวันที่ 19 ส.ค. มีข่าวว่านักท่องเที่ยวอิสราเอล กินอาหารไปประมาณ 8,000 บาทแล้วไม่จ่ายเงิน เหตุเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ตแต่สุดท้าย สถานีตำรวจภูธรป่าตองตรวจสอบและประกาศยืนยันว่า นักท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องสรุปไม่ใช่คนอิสราเอล แต่เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียและโมร็อกโกแต่แน่นอนข่าวมันผ่านไปแล้ว หากฟีดออนไลน์ไม่เด้งขึ้นมาในเรื่องข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง คนที่ไม่อัปเดตก็ย่อมเชื่อฝังหัวไปแล้วว่า ให้มันได้อย่างนี้สิวะ นักท่องเที่ยว “อิสราเอล” ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลย และอาจส่งผลกระทบไปยังนักท่องเที่ยวที่มาทีหลัง ถูกคนไทยหมั่นไส้ รับอารมณ์ไปเต็มๆ. ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม