25 สิงหาคม 2026 มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นที่กรุงมอสโก จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผอ.ซีไอเอหรือหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ไปกรุงมอสโกอย่างเงียบๆ เรื่องนี้ผมเห็นว่าควรจับตาอย่างมาก เพราะคนที่ไปไม่ใช่รัฐมนตรีต่างประเทศ ไม่ใช่ทูต และไม่ใช่ผู้แทนที่ไปเจรจาสันติภาพ แต่เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯแรตคลิฟฟ์เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของรัสเซีย นี่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี ที่ผู้อำนวยการซีไอเอเดินทางไปกรุงมอสโก ครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ตอนนั้น วิลเลียม เบิร์นส์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการซีไอเอในเวลานั้น เดินทางไปกรุงมอสโก ก่อนที่รัสเซียจะส่งทหารเข้าอูเครนเพียงไม่กี่เดือนครั้งนี้มีเครื่องบินทหารขนาดใหญ่ C-17 ของกองทัพอากาศ สหรัฐฯเดินทางไปลงที่กรุงมอสโก มีรถของเจ้าหน้าที่ทางการทูตมารับ และมีรายงานว่าแรตคลิฟฟ์มีการประชุมหลายครั้งแต่เรื่องที่น่าสนใจก็คือ ทั้งสหรัฐฯและรัสเซียไม่ยอมบอกว่า เขาไปพบใคร และคุยเรื่องอะไรสหรัฐฯแจ้งเซเลนสกีของอูเครนว่า จะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯเดินทางไปกรุงมอสโก ระหว่าง 25-27 สิงหาคม 2026สหรัฐฯขอให้อูเครนหยุดโจมตีบางพื้นที่ของรัสเซียชั่วคราว โดยเฉพาะกรุงมอสโก นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และพื้นที่ทางเหนือ บางแห่งคำถามก็คือ หัวหน้าซีไอเอไปมอสโกทำไมตามปกติถ้าเป็นเรื่องที่พูดกันเปิดเผยได้ ก็ให้รัฐมนตรีต่างประเทศหรือทูตเป็นคนพูด แต่ถ้าเป็นเรื่องลับ เรื่องที่ละเอียดอ่อน หรือเรื่องที่ยังไม่ต้องการให้ประชาชนรู้ หน่วยข่าวกรองของทั้งสองฝ่ายอาจเป็นผู้พูดคุยกันก่อนเรื่องที่คุยกันอาจมีหลายอย่าง อาจเป็นเรื่องแลกเปลี่ยนนักโทษอาจเป็นเรื่องป้องกันไม่ให้ทหารสหรัฐฯและรัสเซียปะทะกันโดยไม่ตั้งใจ อาจเป็นเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ หรืออาจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด คือ การหาทางหยุดสงครามอูเครนที่ผ่านมาซีไอเอเคยช่วยพูดคุยเรื่องแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซียมาแล้ว แต่ผมคิดว่า การเดินทางครั้งนี้อาจมีเรื่อง ใหญ่กว่านักโทษ เพราะขณะนี้ความพยายามของสหรัฐฯที่จะช่วยหาทางยุติสงครามอูเครนยังไปได้ยาก ขณะที่รัสเซียเองก็ส่งสัญญาณว่า พร้อมฟังข้อเสนอใหม่ แต่ข้อเสนอนั้นตรงกับสภาพที่เกิดขึ้นจริงในสนามรบพูดง่ายๆก็คือ รัสเซียยอมคุย แต่รัสเซียก็มีเงื่อนไขของตัวเองดังนั้น แรตคลิฟฟ์อาจไม่ได้ถือข้อตกลงสำเร็จรูปไปให้รัสเซียเซ็น แกอาจเดินทางไปถามก่อนว่า รัสเซียยอมเรื่องอะไรได้บ้าง และเรื่องไหนที่รัสเซียจะไม่ยอมการพูดคุยแบบนี้เรียกง่ายๆว่า การคุยกันทางลับ ต่อหน้าประชาชน สหรัฐฯกับรัสเซียอาจยังพูดโจมตีกัน สงครามในอูเครนก็ยังดำเนินต่อไป มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจก็ยังมีอยู่ แต่หลังประตูที่ปิดสนิท เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศอาจพูดในสิ่งที่ผู้นำไม่สามารถพูดต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ได้อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจับตาคือ สหรัฐฯอาจต้องการเตือนรัสเซียด้วย ความหมายง่ายๆก็คือ เรารู้ว่าคุณกำลังทำอะไร คุณก็รู้ว่าเรากำลังจับตาดูอยู่ ดังนั้น เรามาตกลงกันว่าเรื่องไหนห้ามทำ เพื่อไม่ให้สถานการณ์รุนแรงจนควบคุมไม่ได้ช่องทางพูดคุยลับระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซียเปิดแล้ว เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะในประวัติศาสตร์ การตกลงเรื่องใหญ่ระหว่างประเทศไม่ได้เริ่มต้นบนโต๊ะประชุมใหญ่เสมอไป บางครั้งเริ่มในห้องเล็ก ๆ ไม่มีนักข่าว ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีการแถลงข่าว และบางครั้งรัฐบาลทั้งสองฝ่ายยังไม่ยอมรับด้วยซ้ำว่าเคยมีการประชุมกันสิ่งที่ผมอยากจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่า แรตคลิฟฟ์พูดอะไรในกรุงมอสโก แต่อยากรู้ว่าหลังจากเครื่องบินสหรัฐฯออกจากรัสเซียแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหลัง 27 สิงหาคม 2026 หากเห็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯและรัสเซียติดต่อกันมากขึ้น ถ้ามีข่าวเรื่องแลกเปลี่ยนนักโทษ ถ้ามีการลดการโจมตีบางพื้นที่ หรือถ้ามีข้อเสนอใหม่เกี่ยวกับการยุติสงครามอูเครน เราก็ต้องย้อนกลับมามองการเดินทางของหัวหน้าซีไอเอครั้งนี้อีกครั้งหลายครั้งสงครามเริ่มต้นด้วยเสียงปืนแต่การหาทางออกจากสงคราม บางครั้งอาจเริ่มต้นจากเครื่องบินเพียงลำเดียวที่บินลงจอดอย่างเงียบๆในกรุงมอสโก.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม