ประชุมสภาเดือด “โสภณ” ปะทะคารม “ปกรณ์วุฒิ” ปม สส.ฝ่ายค้านตั้งกระทู้สด รมต.ถูกกล่าวหาเอี่ยวฮั้ว สว. ขู่ให้ตำรวจสภามาลากตัว “ไอติม” แฉไม่หยุด “นภินทร” เป็น 1 ใน 229 ถูกกล่าวหาบังคับผู้สมัครเซ็นใบลาออกล่วงหน้า “บิ๊กเกรียง” พร้อมรับคำตัดสิน กกต. “สว.น้ำเงิน” เฉ่ง “ไอติม-ไอลอว์” จับแพะชนแกะ “ฉัตรวรรษ” ปัดปาร์ตี้ฉลองรอดคดี แค่เฮฮามีความสุข กกต.ฟ้องอาญาฟัน 1,767 ผู้สมัคร สว.ขาดคุณสมบัติ “พริษฐ์” บอกช้าเกินไป “อนุทิน” เมิน “ชลน่าน” ร่วมวงแฉฮั้ว โวเสถียรภาพรัฐบาลสุดปึ้ก ศาล รธน.เดินเผชิญสืบบัตรบาร์โค้ดกสม.ฉะ “รุทธพล” บูลลี่ “ทนายอั๋น” นายกฯยาหอมเสริมแสนยานุภาพกองทัพ เสธ.ทบ.พร้อมนั่งเลขาฯ สมช.สภาเดือดเมื่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดฉากปะทะคารมกับนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณี สส.พรรคฝ่ายค้านตั้งกระทู้สดถามนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. ถึงกับขู่ให้ตำรวจสภามาลากตัวไป“โสภณ” เดือดขู่ลากตัว “ปกรณ์วุฒิ”เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ส.ค.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการตอบกระทู้สดแรกเตรียมเข้าสู่กระทู้ถามสดที่ 2 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หารือว่าข้อบังคับการประชุมข้อ 160 ระบุชัดเจนว่ากระทู้ถามสด กระทู้ละ 30 นาที มีข้อยกเว้นว่าถ้ามีกระทู้สดไม่ถึง 3 กระทู้ สามารถขยายเวลาได้ ในกระทู้ถามสดที่ 2 รัฐมนตรีขอเลื่อนตอบกระทู้ จึงขยายเวลาตามข้อบังคับข้อ 160 ได้ นายโสภณตอบโต้ว่า เหมือนมาสอนตนถ้าไม่ทำตามข้อบังคับก็บอกว่าละเมิดข้อบังคับ ขอให้นั่งลงไม่มีสาระ ทำให้นายปกรณ์วุฒิประท้วงนายโสภณจนเกิดวิวาทะตอบโต้กันไปมา นายโสภณยืนยันว่ามีหน้าที่ควบคุมการประชุม จะเอาความรู้สึกมาใช้ไม่ได้ สมาชิกมีหน้าที่เคารพการวินิจฉัย “ถ้าฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุม ท่านประสงค์จะให้ตำรวจมาลากไป”“ไอติม” แฉต่อ “นภินทร” เอี่ยวฮั้ว สว.จากนั้นการประชุมเข้าสู่กระทู้ถามสดที่ 2 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน สอบถามนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตเลือก สว. แต่นายนภินทรติดภารกิจขอเลื่อนตอบกระทู้ นายพริษฐ์กล่าวว่า เปิดประชุมสภาสัปดาห์แรกกระทู้แรกของฝ่ายค้านถูกรัฐมนตรีเทไม่มาตอบ อ้างติดภารกิจตรวจราชการ จ.ราชบุรี ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามีกระทู้ถามสด ข้ออ้างเหล่านี้ฟังไม่ขึ้น ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของนายนภินทร เพราะหัวข้อที่จะถามคืออาจเกี่ยวข้องคดีโกง สว. นายนภินทรเป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหาหลักฐานที่ได้มาหากเป็นเรื่องจริงจะบ่งชี้ว่านายนภินทรเกี่ยวข้องการโกง สว. มีข้อมูลก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ วันที่ 26 มิ.ย.2567 มีอดีตผู้สมัคร สว. สมมติชื่อเอ ไปพบนายนภินทรสมัยเป็น รมช.พาณิชย์ ที่ห้องทำงาน 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 24 มิ.ย.2567 อ้างมีคนขอดูตัว ไปถึงพบนายนภินทรบอกว่าหากได้เป็น สว.จะขอสัก 2-3 อย่าง ครั้งที่ 2 วันที่ 25 มิ.ย.2567 ก่อนเลือก สว.ระดับประเทศ 1 วัน ถูกเชิญไปที่ห้องทำงานอีกครั้ง นายนภินทรนำเอกสารลาออกให้นายเอเซ็น มีนัยให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า เพื่อให้ควบคุมการลงมติได้หากได้เป็น สว.ห่วงทำเอกสารเท็จย้อนหลังล้างผิดนายพริษฐ์กล่าวว่า อยากถามนายนภินทรว่าเชิญผู้สมัคร สว.ไปพบที่ห้องทำงาน 2 วันนั้นจริงหรือไม่ จึงต้องฝากคำถามไปถึงนายนภินทร 1.ขอให้ตอบคำถามข้อกล่าวหาให้ชัด 2.ขอความร่วมมือนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แม้ไม่เกี่ยวกับข้อกล่าวหา แต่กังวลจะมีข้าราชการที่เคยทำงานกับนายนภินทรไปทำเอกสารเท็จย้อนหลัง ปกปิดเรื่องดังกล่าว ขอให้นางศุภจีปกป้องไม่ให้มีคนในกระทรวงไปสร้างหลักฐานเท็จย้อนหลัง 3.ฝากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อย่ายกคำร้องเพื่อปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน“บิ๊กเกรียง” พร้อมรับคำตัดสิน กกต.พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา แกนนำกลุ่มสีน้ำเงิน กล่าวถึงคดีฮั้ว สว.ที่ กกต.ตั้งเป้าลงมติช่วงสิ้นเดือน ส.ค.ว่า ทุกคนยอมรับในกติกาคำตัดสินตามที่ กกต.จะดำเนินการ ไม่ว่าจะวันใด เมื่อพิจารณาและตัดสินเสร็จ เรายอมรับ ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายค้านถือเป็นหน้าที่และบทบาทเขา แต่อย่าก้าวล้ำสิทธิกัน ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย“สว.สีน้ำเงิน” เฉ่ง “ไอติม–ไอลอว์”ศาลเตี้ยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กลุ่มสีน้ำเงิน กล่าวว่า ขอตั้งคำถามไปยังนายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่มุ่งเปิดข้อมูลคดีฮั้ว สว.มาหลายสัปดาห์ ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่จับแพะชนแกะ หลายส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต่อสาธารณะเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พีดีพีเอ) หรือไม่ หากนำข้อมูลไม่เป็นจริงมาเผยแพร่อาจเสี่ยงผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ความผิดฐานหมิ่นประมาท นอกจากนี้ยังนำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อสาธารณะก่อนกระบวนการเสร็จสิ้น เสี่ยงละเมิดความลับในสำนวน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เหตุใดไม่ให้กระบวนการกฎหมายเสร็จก่อน ยิ่งการที่ กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงมากกว่าหนึ่งชุด คือคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 และชุดที่ 36 ความเห็นทั้งสองชุดต่างกัน ทั้ง 2 คน พยายามชี้นำกดดันองค์กรอิสระ กระทำการลักษณะศาลเตี้ย ทำให้ สว.ถูกตัดสินล่วงหน้า มีเจตนาแอบแฝงเพื่อประโยชน์คนกลุ่มใดหรือไม่“ฉัตรวรรษ” ปัดปาร์ตี้ฉลองรอดคดีพ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. กลุ่มสีน้ำเงิน กล่าวว่า สิ่งที่นายพริษฐ์และนายยิ่งชีพกระทำขณะนี้ กำลังแทรกแซงคดีหรือไม่ สร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนหรือไม่ ขอให้สื่อมวลชน ประชาชนเสพสื่อ รับฟังความเห็นด้วยดวงตาเป็นธรรม อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัวพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กลุ่มสีน้ำเงิน กล่าวถึงกระแสข่าว สว.นัดรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ร้านอาหารย่านพระราม 7 เพื่อฉลองล่วงหน้าที่รอดคดีฮั้ว สว.ว่า เข้าใจผิด เป็นเรื่อง กมธ.ไปดูแลเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไปถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ได้ ไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. อยากกินข้าวแค่นั้นเอง เราเฮฮาสนุกสนานได้ทุกวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉลองอะไร เราก็มีความสุขของเรากกต.เล่นอาญา 1,767 ผู้สมัคร สว.วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็น สว. พบผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย สำนักงาน กกต.จึงเสนอเรื่องให้ กกต.พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย การประชุม กกต.ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2569 กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็นสว. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มา ซึ่ง สว.มาตรา 74 จำนวน 1,605 คน และในการประชุมครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2569 มีมติให้ดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีก 162 คน รวมทั้งสิ้น 1,767 คน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี กรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็น สว. ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมา ให้แก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงาน กกต. ได้ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนส่งให้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด ดำเนินการตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป“พริษฐ์” บอกใช้เวลา 2 ปีช้าเกินไปนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์กรณี กกต.มีมติ ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว.ที่ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามจำนวน 1,767 รายว่า มองว่าระยะเวลาที่ใช้ยาวนานเกินกว่าที่ควรเป็นหรือไม่ ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย เช่น เป็นสามีภรรยา เป็นพ่อแม่ลูกกัน ควรตรวจสอบได้รวดเร็วกว่านี้ และควรตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่รับสมัครแล้ว แต่ กกต.ใช้เวลากว่า 2 ปี แม้ผลลัพธ์จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เกิดช้าเกินไปรร.พูลแมนปิดประตูใส่ฝ่ายค้านนายพริษฐ์ยังกล่าวถึงกรณีต้องเปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรม ผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤติความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” เดิมมีกำหนดจัดที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ว่า เพิ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รัฐสภาว่าทางโรงแรมพูลแมนฯเปลี่ยนใจแจ้งขอให้เราเลื่อน หรือไม่จัดงานดังกล่าว ไม่เป็นไรได้ประสานจองห้องประชุมรัฐสภาเป็นแผนสำรองตั้งแต่ต้น ดังนั้นยังจัดกิจกรรมเช่นเดิม เปลี่ยนมาที่รัฐสภาแทน การคิดจัดเวทีที่โรงแรมพูลแมนฯ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คิดว่าทุกคนก็รู้ว่าถูกกล่าวหาว่าเป็นสถานที่รวมตัว สว. แต่ได้คำยืนยันจากโรงแรมว่าจัดได้ถึงได้ประชาสัมพันธ์งาน ต้องย้ำว่าสถานที่ไม่ได้มีการกระทำอะไรที่เป็นความผิด ก่อนจะได้รับแจ้งวันนี้ว่ามีการขอว่าไม่ให้จัดงาน ถือว่าเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะตัดสินใจรีบแจงไม่อยากถูกมองยุ่งการเมืองต่อมาโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ มีหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีตัดสินใจยกเลิกการให้ใช้สถานที่จัดงานสัมมนาของเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่า ช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมางานได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชนอย่างมาก ประกอบกับมีข้อมูลอาจทำให้ลักษณะของงานถูกเข้าใจหรือถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง และในช่วงวันจัดงานโรงแรมมีอัตราการเข้าพักสูง มีแขกกับลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก หลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จำเป็นต้องตัดสินใจไม่ดำเนินการจัดงานดังกล่าว ยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้คำนึงถึงความมั่นคงและความปลอดภัยเป็นสำคัญ ไม่มีเจตนาหรือวัตถุประสงค์อื่น โรงแรมยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่สมเหตุสมผล อันเกิดจากการตัดสินใจของโรงแรม“อนุทิน” เมิน “ชลน่าน” ร่วมแฉฮั้วนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.น่าน อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีชื่อขึ้นเวทีกิจกรรมกับพรรคฝ่ายค้านว่าไม่ทราบ พรรคใครพรรคมัน การเป็นพรรคร่วมคือเรามาบริหารราชการแผ่นดินร่วมกัน นพ.ชลน่านไม่ได้เป็น ครม.ในรัฐบาลนี้ และไม่ค่อยได้เจอกัน ต้องไปถาม นพ.ชลน่านเอง เรื่องฮั้ว สว.จะมาถามตนทำไม ไม่เกี่ยว ส่วนที่มีชื่ออยู่ในสำนวน กกต. เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องการให้ชี้แจงก็ทำตามกฎหมาย แต่ตอนนี้ยังไม่มี มีชื่อตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วและออกจากพรรคร่วมรัฐบาลไป 3 เดือน แสดงว่าไม่ได้ไปใช้อำนาจบาตรใหญ่ ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง ใครถามมาก็พร้อมชี้แจงข้อสงสัยโวเสถียรภาพรัฐบาลตอนนี้ปึ้กเมื่อถามว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว. ยุติธรรม ระบุว่า สำนวนคดีฮั้ว สว.หลุดช่วง รมว.ยุติธรรม คนก่อน นายอนุทินตอบว่า ถามว่าหลุดหรือไม่ มันหลุดแน่ๆ ไม่เช่นนั้นจะไปถึงมือประชาชนทั่วไปได้อย่างไร กฎหมายมีอยู่ ทุกคนต้องทำตาม เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องฮั้วสว. ถือว่าวัดใจพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีกฎกติกามารยาทอยู่แล้ว ในช่วงที่ตนเป็นพรรคร่วมของเขาก็ปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท อย่าไปนับแค่ตัวเลข ไม่ใช่ว่าเห็นไม่ตรงกันเราจะไม่โหวตตัวเลขจะไม่ถึงครึ่ง มันไม่ง่ายอย่างนั้น มีหลายเรื่องประกอบกัน ไม่ต้องกังวล ได้ประสานพูดคุยหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีปัญหาทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อวานก็ชัดเจนอยู่แล้วคะแนนโหวต พ.ร.ก.เงินกู้ฯแสดงถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาลมากๆศาล รธน.เดินเผชิญสืบบัตรบาร์โค้ดที่สำนักงานเขตหลักสี่ ศาลรัฐธรรมนูญมอบ หมายให้นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน ร่วมตรวจสอบสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ.2569 พร้อมกับคู่ความเข้าร่วมตรวจสอบพยานหลักฐาน ได้แก่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมถึงตัวแทนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้อง นายแสวงให้สัมภาษณ์หลังตรวจสอบว่า คาดว่าศาลตรวจสอบข้อเท็จจริงครบถ้วนทุกประเด็นจนสิ้นกระแสความ หลังจากนี้ กกต.จะทำคำแถลงปิดคดี ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 11 ก.ย.นี้ เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงว่าทำเพื่ออะไร มั่นใจว่าสิ่งที่ กกต.ทำไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ“ซาเล้ง” ตีมึนเปิดชื่อ กก.กลั่นกรองอีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขอหารือถึงความชัดเจนกรณีฝ่ายค้านเข้าชื่อให้ประธานสภาฯส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา ตั้งกรรมการไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ที่ล่าสุดนายโสภณตั้งกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาฯหรือไม่ อยากให้เปิดชื่อคณะกรรมการกลั่นกรองชุดดังกล่าว เพื่อความโปร่งใส ให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ลบครหาว่าถูกส่งมาเพื่อปกป้อง รวมถึงขอความชัดเจนเรื่องกรอบเวลา นายโสภณชี้แจงว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อกรรมการกลั่นกรองได้ เพราะกังวลว่าจะไม่เป็นอิสระ ส่วนกรอบเวลาพิจารณาก็ไม่สามารถระบุได้กสม. ฉะ “รุทธพล” บูลลี่ “ทนายอั๋น”สำหรับประเด็นการตอบโต้ระหว่างนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” กับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรณีตรวจสอบเรื่องที่ดินเขากระโดง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ส.ค. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลง การณ์คัดค้านการใช้ประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัว พาดพิงและลดทอนความชอบธรรมของผู้ตรวจสอบการทำงานของรัฐ กสม.ระบุว่า ตามข่าวที่ รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์ตอบโต้และเปิดเผยประวัติการต้องโทษของบิดาและมารดาของทนาย ความผู้หนึ่งที่ออกมาตั้งคำถามและเร่งรัดการดำเนินคดีที่ดินเขากระโดง กสม.เห็นว่ากระทบต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 32 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 17 ให้ความคุ้มครอง นอกจากนี้ประวัติอาชญากรเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ แม้จะกล่าวในลักษณะยกตัวอย่าง ก็มิอาจลบล้างผลของการเปิดเผยที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะได้จี้นายกฯกำชับ ครม.เคารพศักดิ์ศรีกสม.ยังระบุอีกว่า ไม่มีผู้ใดสมควรถูกตีตราหรือถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จากการกระทำของบุพการี ยิ่งไปกว่านั้น รมว.ยุติธรรมเป็นผู้กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติ มีภารกิจโดยตรงในการแก้ไขฟื้นฟูและคืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี ตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง การใช้ถ้อยคำในทางลบต่อผู้ต้องโทษจำคุกต่อสาธารณะ ย่อมมีผลตอกย้ำการตีตราผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และครอบครัว และไม่สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง กสม.เห็นว่าการตั้งคำถามและเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานรัฐเป็นเสรีภาพและสิทธิในการตรวจสอบภาครัฐของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 34 และมาตรา 41 และกติการะหว่างประเทศ ICCPR ข้อ 19 ขอเรียกร้องให้ รมว.ยุติธรรมไม่กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก ขอให้นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลกำชับ ครม.เป็นแบบอย่างในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์“อนุทิน” ตรวจการฝึกกองทัพเรือช่วงสายที่สนามบินกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (อู่ตะเภา) จ.ระยอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อติดตามความพร้อมและขีดความสามารถของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนศักยภาพของยุทโธปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมคณะ โดย พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. เชิญนายอนุทินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และมอบเครื่องหมายความสามารถผู้ทำการรบพิเศษกิตติมศักดิ์ และนักโดดร่มกองทัพเรือกิตติมศักดิ์ เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีในคุณูปการที่มีต่อกองทัพเรือ จากนั้นเดินทางต่อไปยังเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ลอยลำอยู่กลางทะเล เยี่ยมชมการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2569 ชมการยิงสลุต 19 นัด จากเรือหลวงเจ้าพระยา ก่อนเดินทางไปที่หอบังคับการบิน ชมการสาธิตการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือและอากาศยาน ชมนิทรรศการจัดแสดงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) บริเวณดาดฟ้าเก็บอากาศยาน และลงนามในสมุดเยี่ยมชมศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อมานายอนุทินเดินทางไปยังสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อ.แสมสาร จ.ชลบุรี ตรวจเยี่ยมการฝึกและสาธิตการจัดตั้งศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กองทัพเรือ (Incident Command Center : ICC) 3 ส่วน ได้แก่ โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ชุดค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) และชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ช่วงหนึ่งระหว่างตรวจเยี่ยม นายอนุทินโชว์ฝีมือทำอาหารเลี้ยงกำลังพลที่มาฝึกซ้อมบนรถครัวสนาม อาทิ เมนูผัดกะเพราหมูสับลั่นทำให้กองทัพมีแสนยานุภาพนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า พยายามไปตรวจเยี่ยมทุกเหล่าทัพ เราทำงานด้วยความเข้าใจ ให้การสนับสนุนการป้องกันอธิปไตยของชาติ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือที่เห็นอยู่ถือว่ามีความพร้อม แต่มีบางส่วนต้องจัดหาเสริม บางชนิดใกล้จะปลดระวางแล้ว นั่งหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพกันว่าจะจัดหาสิ่งเสริมความมั่นคงของกองทัพอย่างไร วันนี้เห็นว่าศักยภาพของกองทัพเรือไม่เป็นรองใคร แต่ต้องค่อยๆจัดหามาทดแทน เอาเรือธรรมดามารบคงไม่ได้ ต้องมีความพร้อมและแสดงถึงแสนยานุภาพ ต้องมีความพร้อมในศักยภาพที่เราทำได้ เราต้องให้การสนับสนุนเหล่าทัพให้มีความเข้มแข็ง เมื่อถามว่าฝ่ายกัมพูชาออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจ นายอนุทินตอบว่า ทำตาม Joint Statement ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงจุดนั้น ถ้าเขาทำตามด้วยก็จะนำไปสู่การหารือเสธ.ทบ.พร้อมขยับนั่งเลขา สมช.ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะนายกฯ ลงพื้นที่ดูการฝึกของกองทัพเรือ ถึงกระแสข่าวถูกทาบทามให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า วันนี้มาในฐานะ เสธ.ทบ. แต่ยืนยันไม่ว่าจะอยู่จุดไหนก็พร้อมทำงาน จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดไม่ว่าจะหน้าที่อะไร ไม่ว่าเรื่องอะไร หรืองานอะไรที่ผู้บังคับบัญชา มอบให้เราได้ทำก็เป็นความภูมิใจทั้งนั้น เมื่อถามว่าหากได้รับภารกิจดูแล สมช. ดูเหมือนว่ามีงานรออยู่เยอะ พล.อ.ชัยพฤกษ์ตอบว่า “เราสู้อยู่แล้ว” เมื่อถามว่าการข่าวต้องปรับปรุงหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ตอบว่า “อย่าเพิ่ง ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็นๆ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม สมช. ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ คาดว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ชัยพฤกษ์เป็นเลขา สมช. แทนนายฉัตรชัย บางชวด ที่ ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนนำรายชื่อเสนอ ครม.เห็นชอบในการประชุม ครม.สัญจร ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในสัปดาห์หน้าอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่