บันทึกช่วยจำ การทุจริตระดับชาติระลอกนี้อาจจะเริ่มต้นจากความผันผวนทางการเมือง “โครงการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568” ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การสอบคัดเลือกธรรมดา แต่คือ “เค้กก้อนโต” ที่มีเดิมพันเป็น “อำนาจ” และ “เม็ดเงินมหาศาล” หรือไม่?ท่ามกลางกระแสข่าวและความเคลื่อนไหวรอบทิศรอบด้านที่ปรากฏผ่าน “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปมเบื้องลึกเบื้องหลังของขบวนการนี้อย่างละเอียดทุกซอกมุมเรื่องราว...เริ่มต้นในยุคที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กำลังเตรียมการจัดสอบครั้งใหญ่ ทว่าคลื่นใต้น้ำทางการเมืองกลับเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเกิดการสลับขั้วอำนาจและการจัดวางกระดานการเมืองใหม่ การบลัฟกันบนกระดานอำนาจดำเนินไปอย่างดุเดือด นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับบริหาร...เกิดสุญญากาศทางการเมือง ก่อนที่กระดานการเมืองจะถูกพลิกคว่ำอีกครั้ง และมีการจัดระเบียบ “ขั้วอำนาจใหม่” เบ็ดเสร็จในระหว่างที่เบื้องบนกำลังชิงไหวชิงพริบ เบื้องล่างอย่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการสอบท้องถิ่นก็เกิดสภาวะ “ฝุ่นตลบ” มีการร้องเรียนราวกับพยายามจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัวที่สุดในรอบแรก...สัญญาถูกเปลี่ยนมือก่อนที่ท้ายที่สุด สัญญาการจัดสอบจะตกเป็นของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ด้วยมูลค่างบประมาณสูงถึง 133 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม วิเคราะห์กันว่า...ตัวเลข 133 ล้านเป็นเพียงงบหน้าฉาก แต่มูลค่าที่แท้จริงซึ่งหมุนเวียนอยู่ในตลาดมืดของ “ขบวนการฝากเด็ก” นั้นจริงเท็จประการใด ว่ากันว่า... สูงกว่าหมื่นล้านเลยทีเดียว?ยิ่งตอกย้ำสะท้อนภาพชัดเจน “กฎของคนโลภ” และ “โควตาที่ล้นทะลัก”เมื่อขั้วอำนาจเปลี่ยน โครงสร้างของขบวนการทุจริตก็ถูกจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด “สาย” และ “โซน” ที่เคยถูกแบ่งเค้กกันอย่างลงตัวเริ่มพังทลาย โควตาที่เคยตกลงกันไว้ถูกรื้อถอน ในทางกลับกันเครือข่ายผลประโยชน์กลุ่มใหม่กลับเติบโตและแผ่ขยายอิทธิพล ข้าราชการระดับสูงต่างพากันปรับตัวรับสถานการณ์ขณะที่ “สถาบันติวเตอร์” บางแห่งที่แฝงตัวเป็นนายหน้าค้าตำแหน่งก็ขยายสาขาครอบคลุมเต็มพื้นที่ราวกับดอกเห็ด เมื่อผู้มีอำนาจต่างพากันยัดรายชื่อ “เด็กของตัวเอง” เข้าสู่ระบบ ปรากฏการณ์ “ออเดอร์ล้นโควตา” จึงเกิดขึ้น...อาจจะกล่าวแบบไม่เกินจริงได้ว่า “ความโลภบังตาจนลืมเช็กพื้นที่ว่าง”รายชื่อที่ถูกส่งเข้าไปมีมากกว่าตำแหน่งที่เปิดรับจริง เมื่อถึงจุดหนึ่ง การเจรจาผลประโยชน์เริ่มไม่ลงตัว โควตาของใครบางคนถูกเบียดตกขอบ ความแค้นจึงก่อตัวขึ้นภายใต้กฎเหล็กของวงการมาเฟียการเมือง...ประหนึ่งว่า “ถ้าเด็กกูไม่ได้...เด็กมึงก็ต้องไม่ได้!”เบาะแสจากเงามืด จึงนำไปสู่ปฏิบัติการทลายรังว่ากันว่า...ความขัดแย้งนำไปสู่การแทงข้างหลัง จดหมายสนเท่ห์และแฟ้มข้อมูลลับถูกส่งตรงถึงหน่วยงานตรวจสอบพิเศษ ระบุพิกัดและเส้นทางการเงินอย่างละเอียดราวกับ “คนใน” เป็นผู้เขียนเองเป้าหมายชี้ชัดไปที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับคีย์แมน คอยทำหน้าที่เป็นเสมือนโอปะเรเตอร์คอยคีย์ข้อมูลและยัดรายชื่อผู้สอบผ่านเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางอีกหนึ่งในเบาะแสสำคัญ ได้ข่าวมาว่าทีมสืบสวนเฝ้าสะกดรอยนานนับสัปดาห์ จนกระทั่งได้จังหวะที่เซิร์ฟเวอร์กำลังเปิดรับการอัปโหลดฐานข้อมูล ปฏิบัติการสายฟ้าแลบจึงเริ่มขึ้น เจ้าหน้าที่บุกเข้าชาร์จ...พบข้าราชการคาหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันสคริปต์แก้ไขคะแนนสอบ หน้าจอแสดงรายชื่อนับร้อยคนที่ถูกเปลี่ยนสถานะจาก “สอบตก” เป็น “สอบผ่าน” ในเสี้ยววินาที“ยอดภูเขาน้ำแข็ง”...โผล่ให้เห็น แต่ยังต้องสืบสาวไปให้ถึงฐานรากแน่นอนว่า...การทลายรังทุจริตครั้งนี้ไม่ใช่ฉากจบ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายระดับชาติ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการถอดรหัสฮาร์ดดิสก์และกางบัญชีรายชื่อออกมา พวกเขาต้องตกตะลึง เพราะไม่ใช่แค่การทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 เท่านั้น แต่ยังโยงใยเส้นทางการเงิน รหัสผู้สมัคร และรายชื่อผู้สั่งการระดับ VIPครอบคลุมไปถึงการสอบข้าราชการระดับกรม กระทรวงและหน่วยงานอิสระอื่นๆอีกนับไม่ถ้วนประเด็นสำคัญมีว่า ขบวนการนี้มีเครือข่ายใหญ่โตเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการถึง มีตั้งแต่ระดับนายหน้าติวเตอร์ ข้าราชการระดับสูง ไปจนถึงผู้มีอิทธิพลทางการเมืองหรือเปล่า?แฟ้มคดีนี้กำลังจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่พร้อมจะสั่นคลอนระบบราชการไทยและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากติดตามความคืบหน้าและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบรายงานเชิงลึกและติดตามการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมได้ที่ เฟซบุ๊กเพจ “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย”เพราะมหากาพย์นี้เพิ่งจะเปิดฉากขึ้นเท่านั้นวันนี้ 19 สิงหาคม 2569 มีความคืบหน้าใหม่จาก ปปง. กำลังตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสอบท้องถิ่น โดยแบ่งกลุ่มตามพฤติการณ์และเตรียมพิจารณา ยึด/อายัดทรัพย์ หากพบหลักฐานทางการเงินและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย หมายความว่า...คดีเดินเข้าสู่มิติ “เงิน–ทรัพย์สิน” แล้ว ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแก้คะแนนประเด็นที่ต้องจับตาต่อจากนี้ ใครเป็น “ผู้แก้คะแนน” ตัวจริง เพราะการพบคะแนนไม่ตรงกันเป็นหลักฐานของความผิดปกติแต่ต้องตอบต่อว่า...ใครเป็นคนแก้ แก้ที่ไหน แก้อย่างไร ใช้สิทธิ์อะไรเข้าระบบ ใครสั่ง ใครได้ประโยชน์ หลักฐานด้านคะแนนเริ่มชัดขึ้น แต่ยังรอคำตอบว่า “ใครอยู่หลังขบวนการ”เรื่องนี้ยังไม่ใช่ “คดีจบ” แต่กำลังเข้าสู่เฟสที่สำคัญที่สุด คือจากการรื้อผลสอบ...ไปสู่การสาวถึงตัว “ผู้สั่งการ” “เส้นทางเงิน” และ...“ลาสต์บอส” (ถ้ามี...ถ้าเป็นไปได้)คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม