ข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของท่าน ดร.ไซสมพอน พมวิหานประธานสภาแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ด้วยวัย 69 ปี ทำให้ผมนิ่งไปพักหนึ่งคนบางคนนั้น เรารู้จักจากหนังสือพิมพ์ บางคนรู้จักจากตำแหน่งบางคนรู้จักจากประวัติศาสตร์ แต่มีคนอีกจำพวกหนึ่งซึ่งเมื่อชื่อของท่านปรากฏขึ้น เรากลับไม่ได้นึกถึงตำแหน่งก่อน หากแต่นึกถึง น้ำเสียง แววตา การสนทนา และบรรยากาศของวันที่เคยพบและสนทนาทักทายกันสำหรับผม ท่าน ดร.ไซสมพอนเป็นบุคคลประเภทหลัง ผมเคยพบและเคยสนทนากับท่าน และยังมีสายสัมพันธ์ทางความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งซึ่งคนรุ่นหลังอาจเข้าใจได้ยาก นั่นคือเราต่างเคยผ่านโลกของสหภาพโซเวียตและสหพันธรัฐรัสเซียสำหรับคนที่เคยไปศึกษาและใช้ชีวิตอยู่ในสหภาพโซเวียต คำว่า “กรุงมอสโก” มิได้หมายถึงเมืองหลวงของประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่หมายถึงหิมะ หมายถึงฤดูหนาว หมายถึงหอพักนักศึกษา รถไฟใต้ดิน ห้องเรียน หนังสือภาษารัสเซีย และการสนทนาเรื่องบ้านเมืองซึ่งบางครั้งยาวไปจนถึงกลางคืนสำคัญที่สุดหมายถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่โลกกำลังแบ่งออกเป็นสองค่าย และคนหนุ่มจากเอเชียจำนวนไม่น้อยเดินทางไปยังดินแดนแห่งนั้นเพื่อแสวงหาความรู้ ก่อนจะกลับมารับใช้บ้านเกิดของตนท่าน ดร.ไซสมพอนเป็นคนรุ่นก่อนผม ท่านกลับไปทำงานให้ สปป.ลาว ส่วนผมกลับราชอาณาจักรไทย แต่เมื่อคนสองคนซึ่งเคยผ่านสหภาพโซเวียตและรัสเซียมาพบกัน ย่อมมีเรื่องบางเรื่องที่ไม่ต้องอธิบายกันยืดยาว เพราะเพียงเอ่ยชื่อเมือง ชื่อสถานที่ หรือความทรงจำบางอย่างก็เข้าใจกันได้แล้วท่าน ดร.ไซสมพอน เป็นบุตรชายของท่านไกสอน พมวิหาน ผู้นำการปฏิวัติลาวและบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในการก่อร่างสร้างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ท่านผ่านงานหลายด้านตั้งแต่งานบริหาร งานการเมือง งานแนวร่วม จนถึงงานนิติบัญญัติ และขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติเมื่อพุทธศักราช 2564เดือนมีนาคม พ.ศ.2569 ท่านได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาแห่งชาติ ชุดที่ 10 อีกสมัยหนึ่งด้วยคะแนนเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 100 เปอร์เซ็นต์ อีกไม่ถึงห้าเดือนต่อมา เก้าอี้ตัวนั้นจะต้องว่างลงเพราะท่านจากไปเสียแล้ว6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทราบว่าท่านยังไปเป็นประธานเปิดการประชุมวิสามัญครั้งแรกของสภาแห่งชาติชุดที่ 10 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ท่านยังกล่าวถึงภารกิจด้านเศรษฐกิจ งบประมาณการพัฒนาชนบทและการลดความยากจนของประชาชนลาวรัฐบาลและคณะกรรมการกลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาวกำหนดช่วงไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 5 วัน ระหว่าง 9-13 สิงหาคม 2569 สำหรับรัฐนั่นคือการสูญเสียประธานสภาแห่งชาติ สำหรับพรรคประชาชนปฏิวัติลาว นั่นคือการสูญเสียผู้นำระดับสูงคนหนึ่ง สำหรับครอบครัวพมวิหาน นั่นคือการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักแต่สำหรับผมข่าวนี้ทำให้ต้องเปิดประตูห้องแห่งความทรงจำกลับไปหาโลกอีกใบหนึ่ง โลกที่มีชื่อว่าสหภาพโซเวียต ประเทศที่ไม่มีอยู่บนแผนที่โลกมาตั้งแต่ พ.ศ.2534 แล้ว แต่คนที่เคยเรียนเคยเดิน เคยนั่งรถไฟ และเคยใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินนั้น ยังพกประเทศที่สาบสูญไปแล้วติดอยู่ในความทรงจำของตนเสมอผมจึงไม่ได้เขียนบทความนี้ในฐานะผู้เขียนข่าวต่างประเทศ และไม่ได้เขียนในฐานะผู้เฝ้ามองการเมืองลาวจากประเทศไทย ผมเขียนในฐานะผู้เคยมีโอกาสได้สนทนากับท่าน และชื่นชมศรัทธาท่านขอคารวะและอำลาท่าน ดร.ไซสมพอน พมวิหาน วันนี้ผมขอร่วมกับพี่น้องประชาชนลาว น้อมรำลึกถึงคุณาปการของท่าน ดร.ไซสมพอน พมวิหาน ที่มีต่อประเทศชาติและประชาชนลาวตลอดชีวิตการทำงานของท่านขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวพมวิหาน ต่อสภาแห่งชาติ พรรค รัฐบาล และประชาชนลาว ต่อการจากไปของ ดร.ไซสมพอน พมวิหานขอให้ความดีและงานที่ท่านได้ทำไว้แก่บ้านเมือง เป็นสิ่งที่ผู้คนระลึกถึงต่อไป ส่วนสำหรับรุ่นน้องจากแผ่นดินรัสเซียคนนี้ขอคารวะและอำลารุ่นพี่เป็นครั้งสุดท้ายครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม