ตอนเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมอสโก พวกเราชอบพูดถึงกอร์แมนรีพอร์ต ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรในสหรัฐฯและระดับนานาชาติ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1967 ครั้งสุดท้ายเมื่อ ค.ศ.1997กอร์แมนรีพอร์ตจัดอันดับให้มหาวิทยาลัยมอสโกมีคุณภาพรวมอันดับ 2 ของโลก ทางเดินในตึกหลักของมหาวิทยาลัยมีรูปของ ศ.นิโคไล เซมโยนอฟ (โนเบลเคมี) ศ.อิกอร์ ตัมม์ (โนเบลฟิสิกส์) ศ.อิลยา ฟรังก์ (โนเบลฟิสิกส์) ศ.เลฟ ลันเดา (โนเบลฟิสิกส์) ศ.อเล็กซานเดอร์ โปรโครอฟ (โนเบลฟิสิกส์) ศ.ปิออตร์ คาปิตซา (โนเบลฟิสิกส์) ศ.อเล็กเซย์ อาบริโคซอฟ (โนเบลฟิสิกส์)+ศิษย์เก่าโนเบลอื่นอีก 4 คนการสนทนาของพวกเรามักพูดถึงอาจารย์เก่งๆ ในสาขาต่างๆ ห้วง 6 ปีที่ผมเรียนที่ ม.มอสโก เศรษฐกิจรัสเซียยอบแยบ เงินเดือนอาจารย์น้อยมากแทบไม่พอใช้จ่าย ระหว่างเรียนก็มีข่าวว่า อาจารย์หลายท่านย้ายไปสอนหนังสือในสหรัฐฯ แคนาดา และยุโรปผมกลับไปมหาวิทยาลัยมอสโกครั้งล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2026 สนทนากับผู้คนรุ่นใหม่ๆ ไม่มีใครพูดถึงครูบาอาจารย์เด่นดังเลย ทราบว่า QS World University Rangings 2027 จัดให้ ม.มอสโกอยู่ในอันดับที่ 115 ของโลก (ตกลงมาจากอันดับที่ 105 ใน ค.ศ.2026)ค.ศ.2025 ผมตื่นเต้นกับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ซึ่ง 1 ใน 3 ของผู้ได้รางวัลร่วมกันคือ ศ.โอมาร์ เอ็ม ยาฆี ศาสตราจารย์สาขาเคมีจาก ม.แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เป็นผู้พัฒนาวัสดุพรุนที่มีพื้นที่มหาศาลจนสามารถนำไปใช้ในงานต่างๆ เป็นการปฏิวัติวงการวัสดุศาสตร์และเคมีสมัยใหม่ศ.ยาฆีได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเคมีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในศตวรรษที่ 21 ผลงานของท่านช่วยแก้ปัญหาสำคัญของโลก เช่น การขาดแคลนน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาพลังงานสะอาดยุคประธานาธิบดีทรัมป์ มีความขัดแย้งระหว่างคณะรัฐบาลกับมหาวิทยาลัย มีข่าวอาจารย์และนักวิจัยหัวกะทิจำนวนไม่น้อยย้ายจากสหรัฐฯไปอยู่ที่ยุโรป แคนาดา และจีน3 กรกฎาคม 2026 ที่กรุงปักกิ่ง มีพิธีแต่งตั้ง ศ.ยาฆี ไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เต็มเวลาที่มหาวิทยาลัยชิงหวา โดยท่านจะเข้าไปทำงานเป็นหัวหน้าสถานีวิจัยแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า AIMATRY (AI x Materials x Chemistry) หรือสถาบันวิจัยเคมีและวัสดุศาสตร์ฐานปัญญาประดิษฐ์ ที่มุ่งเรื่องการนำเทคโนโลยีเอไอมาช่วยเร่งกระบวนการค้นพบและสังเคราะห์วัสดุศาสตร์ชนิดใหม่ๆ เช่น วัสดุรูพรุนสูง (MOFs) ที่ ศ.ยาฆีคิดค้นขึ้นเพื่อดักจับคาร์บอนไดออกไซด์และกักเก็บพลังงานสะอาดการย้ายจากเบิร์กลีย์ไปชิงหวาของ ศ.ยาฆีสร้างความสั่นสะเทือนวงการวิทยาศาสตร์โลกเป็นอย่างมาก เป็นสัญลักษณ์ของการย้ายขั้วของนักวิทยาศาสตร์ระดับแถวหน้าของโลก ท่ามกลางการปรับลดงบประมาณวิจัยฝั่งสหรัฐฯและการทุ่มงบประมาณมหาศาลของจีนเพื่อดึงดูดบุคลากรทรงคุณค่าเข้าประเทศศ.ยาฆีพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ในยุคของทรัมป์มีการลดงบประมาณสนับสนุนทุนวิจัยอย่างรุนแรง ทำให้การทำงานวิจัยขนาดใหญ่ทำได้ยากขึ้น ศ.ยาฆีเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์ที่อพยพมาจากจอร์แดน ในทีมวิจัยของท่านมีนักวิจัยต่างชาติจำนวนหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการย้ายถิ่นฐานของรัฐบาลทรัมป์ที่คุมเข้มเรื่องวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองศ.ยาฆีมองว่านักวิจัยในสหรัฐฯเฉื่อยชา ไม่เปิดรับการนำเอไอเข้ามาใช้ในงานเคมีอย่างเต็มที่ ในขณะที่ ม.ชิงหวา และรัฐบาลจีนมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และมีความกระตือรือร้นที่จะสร้างศาสตร์ใหม่ๆ เพื่อย่นระยะเวลาการค้นพบวัสดุเปลี่ยนโลกระหว่างอยู่ที่เบิร์กลีย์ ศ.ยาฆีเป็นที่ปรึกษาให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ของโลกที่มีมันสมองปราดเปรื่องมากกว่า 200 คน ครึ่งหนึ่งของนักวิจัยรุ่นใหม่เหล่านั้นเป็นชาวจีน เครือข่ายของนักวิจัยชาวจีนระดับท็อปจะช่วยให้การค้นคว้าวิจัยของ ศ.ยาฆี ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วศ.ยาฆีได้รับเลือกเป็นสมาชิกต่างชาติของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ในอดีตท่านเคยพูดถึงมุมมองด้านเสรีภาพทางวิทยาศาสตร์ว่า “ในประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์ นักปราชญ์ย่อมเดินทางข้ามพรมแดนได้เสมอ นี่คือวิธีที่ความรู้กระจายตัว และช่วยฉุดภูมิภาคต่างๆ ของโลกให้พ้นจากความยากจน”ผมสงสัยว่า เมื่อทราบข่าวนี้ ทรัมป์จะพูดว่าอย่างไร.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม