แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่กลยุทธ์ทางการรบยังมีคอนเซปต์พื้นฐานคงไว้เหมือนเดิมปฏิบัติการยึดเมือง “คอนสแตนตินอฟกา” อีกหนึ่งฐานที่มั่นสำคัญของกองทัพยูเครน ได้แสดงให้เห็นว่า ภายหลังจากกองทัพรัสเซียตีขนาบยึดชานเมืองเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือการตัดช่องทางส่งเสบียงและกำลังบำรุง ถนนเข้าออกเมืองได้กลายเป็นตำบลกระสุนตกอย่างแม่นยำการขับรถมาส่งเสบียงหรือนำทหารชุดใหม่เข้ามาในเมืองเต็มไปด้วยอันตราย จนถึงขั้นต้องเปลี่ยนมาใช้ “โดรน” โดยเฉพาะโดรนรถสายพาน ซึ่งก็ไม่วายถูกโดรนพิฆาตก่อกวน ทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อเนื่องแต่ในขณะที่กำลังบำรุงเกิดปัญหา อีกปัจจัยที่มาเป็นตัวเร่งให้เสียเมืองเร็วขึ้นคือ “การจัดชุดตีโต้” เพื่อชิงดินแดนคืนหรือผลักดันให้ข้าศึกล่าถอยไป รายงานจากสื่อภาคสนามยืนยันหลายสายว่า สาเหตุที่การบุกคอนสแตนตินอฟกาลากยาวตั้งแต่เดือน ธ.ค.2568 ถึงเดือน ก.ค.นี้ เป็นเพราะฝ่ายยูเครนได้พยายามเอาคืนตลอดเวลาแน่นอนว่าการตีโต้คืนหรือ เคาน์เตอร์ แอตแทก เป็นสิ่งที่ย่อมเกิดขึ้นในสนามรบ เพียงแต่คำถามที่ตามมาคือ เป้าหมายคืออะไร และสภาพแวดล้อมเหมาะสมหรือไม่ เพราะหากยกตัวอย่าง “แนวรบตะวันออก” ในช่วงกลางถึงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 การตีโต้ของทัพนาซีเยอรมนี ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมและสำหรับการต่อสู้ช่วงชิงคอนสแตนตินอฟกาก็เช่นกัน ในช่วงเดือน เม.ย.ถึง พ.ค. ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนได้พยายามตีโต้อย่างหนัก จนสามารถผลักดันรัสเซียให้ล่าถอยไปในหลายพื้นที่ แต่สิ่งที่ตามมาคือการเสียกำลังพลหรืออาวุธยุทโธปกรณ์อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาของรายงานว่า ในช่วงเดือน มิ.ย.ถึง ก.ค. การต่อต้านภายในตัวเมืองได้เบาบางลงเรื่อยๆ และสุดท้ายก็ถูกรัสเซียปักธงแสดงชัยชนะ.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม