วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2569 หรือ ค.ศ.2026 ที่จะมาถึงในอีก 6 วันข้างหน้านี้ เป็น “วันชาติ” ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นวันหยุดแห่งชาติ มีการเฉลิมฉลองทั่วประเทศใหญ่บ้างเล็กบ้างสุดแต่สถานะทางเศรษฐกิจของแต่ละรัฐ หรือแต่ละเมืองเหตุที่สหรัฐฯเลือกวันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปีเป็น “วันชาติ” ก็เนื่องเพราะวันนี้ ย้อนหลังกลับไปสู่ ค.ศ.1776 หรือ พ.ศ.2319 หรือเมื่อ 250 ปีที่แล้ว...สภาอาณานิคมของทั้ง 13 รัฐ ได้ร่วมกันลงนามในคำประกาศ “อิสรภาพ” ปลดแอกจากการเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ถือกำเนิดเป็นประเทศใหม่โดยสมบูรณ์จากนั้นเป็นต้นมา คนอเมริกันก็จัดงานเฉลิมฉลอง “วันประกาศอิสรภาพ” ในวันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปี ติดต่อกันเรื่อยมาจนถึงปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ 250 เป๊ะ250 ปีถือว่าเป็นตัวเลขที่งดงาม และมี ความหมาย สหรัฐฯจึงประกาศล่วงหน้ามาหลายปีแล้ว และมาโหมหนักขึ้นเมื่อปีกลายว่า...จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด และก็ลงมือเตรียมงานมาโดยตลอดโดยใช้ชื่องานอย่างเป็นทางการว่า “America 250” ออกแบบเป็นตัวอักษรและตัวเลข ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ (อักษร AMERICA จะลอยเด่นให้เห็นชัด ในขณะที่ตัวเลข 250 จะออกแบบเป็นริบบิ้น 3 สี แดงขาวนํ้าเงิน เป็นเส้นต่อเนื่อง...สื่อถึงอนาคตและการก้าวไปข้างหน้า)ส่วนธีมของการเฉลิมฉลองจะเป็นไปในกรอบของถ้อยคำที่ว่า “250 Years of Freedom” ซึ่งแปลเป็นไทยได้อย่างตรงตัวว่า “250 ปี แห่งเสรีภาพ” นั่นเองไม่เพียงแต่จะวางแผนล่วงหน้าจัดงานต่างๆในระดับประเทศเท่านั้น นักวิเคราะห์ยังกล่าวกันว่าสหรัฐฯได้วางแผนที่จะเป็น “เจ้าภาพบอลโลก 2026” ด้วย และก็สมใจหมาย เมื่อฟีฟ่าอนุมัติให้เป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโก และแคนาดา โดยสหรัฐฯได้รับโควตาในการจัดแข่งขันมากกว่าอีก 2 ประเทศ ดังที่ทราบกันอยู่แล้วทำให้งานฉลอง 250 ปีแห่งเสรีภาพของสหรัฐฯดูยิ่งใหญ่เกรียงไกรขึ้นอีกหลายเท่า และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็นแฟนบอลเข้าสู่สหรัฐฯอย่างล้นหลามในช่วงปลายมิถุนายนและต้นๆกรกฎาคมเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง งานฉลอง 250 ปีอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในชื่องานว่า Great American State Fair ณ บริเวณสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เรียกว่า National Mall ที่มีทั้งสระนํ้าและอนุสาวรีย์ของประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ตั้งตระหง่านอยู่ด้วย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ประธานาธิบดีทรัมป์ ไปกล่าวเปิดงานด้วยตนเอง พร้อมกับประกาศว่างานเฉลิมฉลอง ณ บริเวณนี้จะมีถึง 16 วันเป็นที่ทราบกันแล้วว่า งาน “วันชาติ” ของสหรัฐฯจะต้องมีการยิงพลุเฉลิมฉลอง และที่กรุงวอชิงตัน ก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ยิงพลุได้อย่าง สวยงามมาโดยตลอด...จึงเชื่อกันว่าปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงการยิงพลุวันชาติสหรัฐฯ ก็ต้องตัดภาพไปที่มหานครนิวยอร์กละครับ... เพราะเป็นจุดยิงพลุที่โด่งดัง (อาจจะที่สุดก็ได้ของสหรัฐฯ)เจ้าภาพหรือสปอนเซอร์หลักปีนี้ยังคงเป็นห้างสรรพสินค้าระดับไฮโซที่ชื่อว่า ห้าง Macy’s เช่นเคย และได้แถลงข่าวแล้วว่า สำหรับปีนี้ ซึ่งเป็นปีพิเศษ จะมีการยิงพลุกว่า 80,000 ลูก ณ บรู๊ค ลิน บริดจ์ และจากเรือที่ลอยอยู่ในแม่นํ้าอีสท์ริเวอร์ตอนล่าง บวกด้วยจากเรือในลำนํ้าฮัดสันตอนล่างเช่นกัน...ในเวลาประมาณ 25 นาทีมีรายงานด้วยว่าห้าง เมซีส์ ซึ่งปกติที่ผ่านมาจะใช้เงินกว่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 210 ล้านบาท สําหรับ “พลุ” และ “ดอกไม้ไฟ” โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆปีนี้ยังไม่เปิดเผยจำนวนเงินที่แน่นอน แต่ก็เชื่อกันว่าเนื่องจากเป็นปีพิเศษ ก็คงจะใช้พลุชนิดพิเศษ หรืออลังการมากกว่าปกติ...ค่าใช้จ่ายจึงอาจจะสูงขึ้นกว่าเดิมคำว่า “พิเศษ” มิใช่เจาะจงเฉพาะเป็นปีที่ 250 ของการกำเนิดเป็นสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ยังถือว่าเป็นปีที่ 50 หรือครึ่งศตวรรษของการจัดยิงพลุที่นิวยอร์กของห้างด้วย เพราะเริ่มยิงมาตั้งแต่ ค.ศ.1986...ปีนี้ 2026 จึงเท่ากับ 50 ปีเป๊ะพอดิบพอดีหัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสไปนั่งดู และนั่งตื่นตาตื่นใจที่ริมฝั่งแม่นํ้าฮัดสันมาแล้ว เมื่อ 11-12 ปีก่อน ยังจำความงดงาม และความอลังการได้จนถึงวันนี้จำได้ด้วยว่าต้องไปนั่งรอถึงกว่า 4-5 ชั่วโมง เพราะต้องจองที่เอาไว้ก่อน แต่โชคดีที่ ณ จุดที่ไปรอมีห้องนํ้าสาธารณะตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล พอจะขอแหวกฝูงชนไปปลดเปลื้องความทุกข์ได้ ไม่เหน็ดเหนื่อยมากนักเช้าถัดมาหนังสือพิมพ์ นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่ามีคนแห่มาดูไฟในคืนดังกล่าวตามจุดต่างๆของนิวยอร์กกว่า 1 ล้านคน จากการประเมินของกรมตำรวจเมืองนิวยอร์ก ทำให้หัวหน้าทีมซอกแซก และเพื่อนฝูงญาติมิตรที่ฝ่าฝูงชนไปนั่งรอมาราธอนในปีดังกล่าว ยังเก็บมาคุยกันถึงวันนี้ว่า กลุ่มเราก็เป็น 1 ในล้านคนของคืนที่ว่ากับเขาด้วยสำหรับปีนี้ เนื่องในโอกาสฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา จำนวนคนดูพลุนิวยอร์กจะขึ้นไปถึงกี่ล้านคน คงต้องติดตามข่าวกันต่อไปท้ายที่สุดนี้ขออวยพรสุขสันต์วันเกิด “Happy Birthday” ปีที่ 250 ล่วงหน้า สำหรับ USA ไว้ ณ ที่นี้ ในฐานะที่ไทย หรือสยามรู้จัก และคบค้ากับสหรัฐฯมาตั้งแต่ ค.ศ.1818 รวมแล้วถึง 208 ปี...รักกันมายาวนานขนาดนี้ อย่าลืมลดภาษีนำเข้าให้ Thailand ด้วยนะครับคุณทรัมป์.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม