ในโลกการเมืองอังกฤษ เสียงดนตรี ไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่ยังถูกใช้เป็นอาวุธเชิงสัญลักษณ์สำหรับสื่อสารหรือ “ล้อเลียน” ในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างแยบยลและเปี่ยมด้วยอารมณ์ขันอันเจ็บแสบเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ตกเป็นเป้าระหว่างกล่าวอำลาตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงานและนายกรัฐมนตรีหน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง เมื่อเสียงเพลง “Ode to Joy” ของ เบโธเฟน ดังแทรกขึ้นจากฝีมือของ สตีฟ เบรย์ นักเคลื่อนไหวต่อต้าน Brexit ประชดช่วงเวลาการส่งต่ออำนาจสตาร์เมอร์เคยยกเพลงนี้เป็นเพลงที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกันของพรรคแรงงานได้อย่างชัดเจนที่สุด เต็มไปด้วยความหวังและพลังอันแรงกล้าที่จะพาผู้คนก้าวไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิมก่อนหน้านี้ ริชี ซูแน็ก อดีตผู้นำอังกฤษคนก่อน ก็เผชิญเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ในวันประกาศยุบสภาท่ามกลางสายฝน เสียงเพลง “Things Can Only Get Better” เพลงดังในยุค 90’s ของวง D : Ream ถูกเปิดขึ้นเยาะเย้ยพรรคอนุรักษนิยม ด้วยเพลงนี้เคยเป็นเพลงแห่งชัยชนะถล่มทลายของโทนี แบลร์ และพรรคแรงงานในปี 2540 การนำเพลงที่มีประวัติศาสตร์ฝังใจมาเปิดในจังหวะที่ซูแน็กกำลังอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก จึงกลายเป็นการล้อเลียนที่เจ็บแสบและน่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งของการเมืองยุคใหม่บทเพลงยังคงทำหน้าที่เป็นเพลงประกอบความล้มเหลวทางการเมืองอีกหลายครั้ง อย่างในวันที่ ลิซ ทรัสส์ ประกาศลาออกหลังดำรงตำแหน่งเพียง 45 วัน เพลง “I Predict a Riot” ของวงร็อก Kaiser Chiefs ดังแว่วมาตอกย้ำความวุ่นวาย ด้านช่องข่าว Channel 4 News ยังจิกกัดด้วยการใช้เพลง “Blank Space” ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ เป็นเพลงประกอบสรุปช่วงเวลาอันแสนสั้นแต่ปั่นป่วนของอดีตผู้นำส่วนวันสุดท้ายของ บอริส จอห์นสัน ในฐานะผู้นำอังกฤษ เสียงเพลงโซโลแซ็กโซโฟน “Yakety Sax” หรือเพลงธีม “The Benny Hill Show” ถูกเปิดขึ้นรอบรัฐสภาตามคำเรียกร้องของ ฮิวจ์ แกรนต์ นักแสดงชื่อดัง เพื่อสะท้อนภาพการเมืองที่กลายเป็น “ละครตลก” อย่างชัดเจน ทุกท่วงทำนองหน้าบ้านเลขที่ 10 ไม่ได้เป็นเพียงเสียงประกอบฉาก แต่คือเครื่องมือบันทึก “อารมณ์ของการเมือง” ที่ทั้งแหลมคม เสียดสี และทรงพลัง.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม