จากชัยชนะของพรรคแรงงานอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเดือน ก.ค. 2567 สู่การประกาศลาออกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลังดำรงตำแหน่งผู้นำอังกฤษเพียง 23 เดือน การลงจากอำนาจของ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการรักษาฐานศรัทธาที่เคยพาส่งถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีชนวนเหตุสำคัญของการแตกหักมาจากชัยชนะของ แอนดี เบอร์นัม ในการเลือกตั้งซ่อมเขตเมคเกอร์ฟิลด์ เมืองวีแกน ไม่เพียงแต่สามารถสกัดความแรงของพรรครีฟอร์ม ยูเค ได้สำเร็จ แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเบอร์นัมคือ ผู้นำแข็งแกร่งที่พรรคแรงงานต้องการ จนเสียงกดดันให้สตาร์เมอร์ลาออกรุนแรงจนเกินต้านทานก่อนหน้านี้รัฐบาลสตาร์เมอร์เผชิญมรสุมหลายระลอก ทั้ง การพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างย่อยยับ สูญเสียสมาชิกสภาฯ 1,496 ที่นั่ง และฐานเสียงดั้งเดิมทั่วสหราชอาณาจักร รวมทั้งความปั่นป่วนจากการ กลับลำนโยบายสำคัญ ทั้งการตัดสวัสดิการผู้พิการ ยกเลิกเพดานเงินช่วยเหลือครอบครัวที่มีบุตรเกินสองคน ปัญหาภาษีมรดกภาคเกษตร (ภาษีรถแทรกเตอร์) และข้อครหาเรื่องรับกำนัลฟรี ล้วนบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชนขณะที่ความเป็น เอกภาพของรัฐบาลถดถอย ลงจากการลาออกของรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง และกระแสวิจารณ์ด้านลบภายในพรรค เช่น จอห์น ฮีลีย์ รมว.กลาโหม ที่ไม่พอใจเรื่องงบประมาณความมั่นคงที่ไม่เพียงพอ และ เวส สตรีตทิง รมว.สาธารณสุข วิจารณ์ว่ารัฐบาลไร้วิสัยทัศน์ ซ้ำร้ายด้วยคดีอื้อฉาว การแต่งตั้ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นทูตประจำสหรัฐฯ ทั้งที่ไม่ผ่านการตรวจสอบความมั่นคง เนื่องจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักโทษคดีทางเพศผู้อื้อฉาว จนนำไปสู่การลาออกของทีมงานระดับสูงจำนวนมากแม้รัฐบาลจะมีผลงานสำคัญด้านการค้าและรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯไว้ได้ แต่ความสำเร็จเหล่านั้นกลับไร้ความหมาย ไม่สามารถหยุดยั้งวิกฤติศรัทธาได้ ผลสำรวจหลังสุดชี้ว่าเหลือชาวอังกฤษเพียง 18% ที่ยังสนับสนุนพรรคแรงงาน ขณะที่คะแนนนิยมของสตาร์เมอร์ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ จนต้องโบกมือลาก่อนครบวาระ.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม