นอกเหนือจากกลยุทธ์การปรับตัวภายในประเทศเพื่อรับมือความผันผวนของโลก “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้สะท้อนมุมมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ ในงานเสวนา “สิงคโปร์ 61 ปี : หนทางสู่อนาคต” (Singapore at 61 : What’s Ahead?) ของสมาคมสื่อมวลชนสิงคโปร์ได้อย่างน่าติดตามผู้นำสิงคโปร์มองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค “ทำลายล้างซึ่งกันและกัน” (Mutually Assured Destruction) สู่ภาวะ “ปั่นป่วนร่วมกัน” (Mutually Assured Disruption) โดยความพยายามกำหนดข้อจำกัดหรือกีดกันอีกฝ่าย จะกระตุ้นการตอบโต้ที่รุนแรงจนทั้งสองฝ่าย บอบช้ำ ร่วมกันนอกจากนี้ยังย้ำว่า แม้ทั้งสองมหาอำนาจยังมีความแตกต่างเชิงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทั้งสองฝ่ายควรต้องยอมรับว่า “จำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน” เนื่องจากระบบเศรษฐกิจเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง เกินกว่าจะกีดกันฝ่ายใดออกไปจากระบบโลกอย่างเบ็ดเสร็จได้ พร้อมแสดงความคาดหวังว่าจะสามารถบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างรอบคอบ ไม่ให้ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบสำหรับบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2570 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 60 ปี รัฐบาลตั้งเป้าเร่ง “การบูรณาการทางเศรษฐกิจเชิงลึก” เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ควบคู่กับ “การยกระดับความเชื่อมโยงในมิติใหม่” ทั้งด้านประชาชน ระบบชำระเงิน ข้ามพรมแดน การคมนาคม และโครงข่ายพลังงานภูมิภาค รวมถึงการสร้างพันธมิตรที่เปิดกว้างและครอบคลุมเพื่อเสริมศักยภาพอาเซียนบนเวทีโลกพร้อมย้ำว่าความเป็นเอกภาพของอาเซียนจะช่วยให้รับมือและก้าวผ่านความผันผวนไปได้สุดท้าย นายกฯสิงคโปร์ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชน ต้องเปลี่ยนความหลากหลายให้เป็น “พลัง” ไม่ใช่ชนวนความแตกแยก และเปิดมุมมองใหม่ต่อความสำเร็จของคนรุ่นต่อไป ให้ยืดหยุ่นเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ไม่ยึดติดกับเส้นทางเดิมๆอีกต่อไป. อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม