เมื่อวิกฤติสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น “พลังงานสะอาด” จึงไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” เพื่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หากแต่เป็น “ทางรอด” สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว และนำพาโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงสวีเดน ในฐานะผู้นำด้านพลังงานสีเขียวระดับโลก ได้เดินหน้ากระชับความร่วมมือกับไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดย สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “Sweden–Thailand Sustainable Development Forum 2026” ครั้งที่ 6 ขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้หัวข้อ “การบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดฉบับปรับปรุงด้วยความร่วมมือ” มุ่งเน้นการผลักดันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกฉบับปรับปรุงของไทย (NDC 3.0)เวทีนี้ได้ระดมสมองผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ผู้แทนภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจากทั้งสองประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางให้พันธมิตรไทย-สวีเดน สามารถร่วมกันขับเคลื่อนไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศตามเป้าหมายของความตกลงปารีส ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย-สวีเดน ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2568ในการกล่าวเปิดงาน นายมิคาเอล ลินด์วัลล์ จากกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน ได้แสดงความยินดีและชื่นชมประเทศ ไทยในความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 พร้อมทั้งย้ำว่าสวีเดนพร้อมเต็มที่ในการเป็นพันธมิตรระยะยาวเพื่อร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสีเขียวและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยเวทีนี้ไม่เพียงสะท้อนความเร่งด่วนของการแก้ปัญหา แต่ยังตอกย้ำว่า “ความร่วมมือระหว่างประเทศ” คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนความท้าทายด้านพลังงาน ให้กลายเป็น “โอกาส” สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม