“ปีเตอร์ หลัน” ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ยังกล่าวถึงการเสียโอกาสการเข้าร่วมประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลกของไต้หวันว่า ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อของไต้หวันได้นำเสนอนโยบาย “ไต้หวันสุขภาพดี” โดยมุ่งเน้นที่การยืดอายุขัย ของสุขภาพดี ลดช่วงเวลาที่สุขภาพไม่ดีขณะเดียวกันก็ให้การดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งสอดคล้องกับสุขภาพแบบองค์รวมที่ “ประเทศไทย” ยึดถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ดังนั้นความร่วมมือระหว่างเรา จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญดังนี้การดูแลสุขภาพดิจิทัล และ AI ไต้หวัน เป็นผู้บุกเบิก AI ในการจัดการโรคเรื้อรัง เช่น แบบจำลองทำนายความเสี่ยงโรคเบาหวาน โดยใช้ AI ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ พันธมิตรอย่าง Google ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ เมื่อเชื่อมโยงกับระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHI) ของไต้หวัน จะช่วยให้การดูแลมีความ แม่นยำและเฉพาะบุคคลมากขึ้นการเฝ้าระวังโรคติดต่อ ไต้หวันมีระบบการเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มีความเป็นดิจิทัลสูง และประสบความสำเร็จในการตรวจพบการระบาดของโควิด-19 ด้วยความ เป็นที่ตั้งสำคัญทางภูมิศาสตร์ ความสามารถตรวจพบการระบาดแต่เนิ่นๆ จึงเป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่แข็งแกร่งสำหรับภูมิภาค อาเซียนการดูแลระยะยาวแบบอัจฉริยะ เนื่องจาก ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ไต้หวันจึงนำเทคโนโลยี อัจฉริยะมาใช้เพื่อแบ่งเบาภาระงานของบุคลากร ไต้หวันยินดีที่จะแบ่งปันนวัตกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษา คุณภาพการดูแลระดับสูง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ที่ผ่านมาประเทศไทยได้แสดงออกถึง การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในด้านสุขภาพและสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ของประเทศ ไต้หวันและไทยมีมุมมองที่ คล้ายคลึงกันและสามารถเกื้อหนุนต่อกันประเด็นสุขภาพนั้น เป็นเรื่องไร้ พรมแดน เราควรสร้างสรรค์โลกที่ยืดหยุ่นและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม และบัดนี้ถึงเวลา แล้วที่จะ “ร่วมมือกับไต้หวัน” ขอเรียกร้อง ต่อทุกประเทศรวมทั้งมิตรชาวไทย โปรดสนับสนุนการเข้าร่วมสมัชชาอนามัยโลก ในฐานะผู้สังเกตการณ์.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม