ขณะที่ผู้อ่านท่านที่เคารพ อ่านเปิดฟ้าส่องโลกอยู่นี้ ผมกำลังตระเวนในกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย หลายคนที่นี่พูดถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการตัดสินว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงมีอำนาจการบริหารอย่างราบรื่นต่อไปหรือไม่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ทั้งหมด 435 ที่นั่ง (วาระ 2 ปี) วุฒิสภา เลือกใหม่ 35 ที่นั่ง (จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง) รวมทั้งผู้ว่าการรัฐในหลายรัฐสำคัญก็จะเลือกตั้งพร้อมกันด้วยที่กำลังทำให้พวกรีพับลิกันต้องเอาเท้าก่ายหน้าผากก็คือทรัมป์ดันไปให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงเรื่องสงครามอิหร่านว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุด” คือการที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้อย่างเด็ดขาดเมื่อนักข่าวถามต่อว่าแล้วปัญหาปากท้องของคนอเมริกันล่ะ ทรัมป์บอกหน้าตาเฉยว่าสถานการณ์เศรษฐกิจภายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการประกอบการตัดสินใจผู้อ่านท่านครับ พวกรีพับลิกันเองตอนนี้ก็แตกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่คัดค้านทรัมป์อย่างเปิดเผย 2.กลุ่มที่กังวลอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ และ 3.กลุ่มที่สนับสนุนทรัมป์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูกลุ่มที่คัดค้านออกมาเตือนว่านโยบายของทรัมป์กำลังพาพรรครีพับลิกันลงเหวในการเลือกตั้งกลางเทอม แม้แต่คนอย่าง มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน สายอเมริกาเฟิสต์ กลุ่มของทรัมป์เองยังออกมาให้ความเห็นว่าพรรคกำลังเดินผิดทาง บอกว่าการทำสงครามกับอิหร่านเป็นการเดินตามเกมของกลุ่มชนชั้นนำ และทำให้คนอเมริกันต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น แรนด์ พอล เป็นคนเดียวในพรรครีพับลิกันที่โหวตสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อจำกัดอำนาจการทำสงครามของทรัมป์ พอลคัดค้านการใช้จ่ายงบประมาณมหาศาลไปกับสงครามที่หาจุดจบไม่เจอ ในขณะที่คนอเมริกันเดือดร้อนทุกทั่วหัวระแหงส่วนพวกที่อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆก็คือพวกสมาชิกสภาฯ ในเขตที่เป็นรัฐสมรภูมิหรือที่เรียกว่า Swing States ซึ่งกำลังกดดันทีมงานทรัมป์อย่างหนัก พวกนี้กลัวคำพูดทรัมป์ที่ว่า “ไม่สนเงินในกระเป๋าประชาชน” จะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคเด็มโมแครตนำมาใช้โจมตีหน้าต่างมีหูประตูมีช่องครับ ทราบว่าแกนนำรีพับลิกันบางคนพยายามเข้าหาทรัมป์ให้ปรับท่าทีและย้ำว่า “ถ้าแพ้เลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ แผนงานทุกอย่างของทรัมป์จะถูกระงับโดยสภาทันที” แต่จากท่าทีของทรัมป์ ก็ดูเหมือนว่าทรัมป์จะไม่แยแสคำเตือนใครทั้งนั้นสว.ลินด์ซีย์ แกรแฮม และประธานสภาฯไมค์ จอห์นสันยังคงยืนข้างทรัมป์อย่างหนักแน่น ให้เหตุผลในการสนับสนุนทรัมป์ โดยบอกว่าการหยุดสงครามกลางคันจะทำให้สหรัฐฯดูอ่อนแอ และจะทำให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ด้วยปัญหาเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 3.8 ทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์ ดิ่งลงไปอยู่ที่ประมาณร้อยละ 34 นี่เป็นตัวเลขที่ทำให้พวกรีพับลิกันหลายคนนั่งไม่ติด และเริ่มแสดงท่าทีห่างเหินทรัมป์มากขึ้นเรื่อยๆ หากนับจากวันนี้ ทรัมป์เหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือนเท่านั้นที่จะกอบกู้คะแนนนิยมกลับมา หากทรัมป์ยังยืนกรานว่าจะไม่สนปัญหาปากท้องของคนอเมริกันไปจนถึงวันเลือกตั้ง พรรครีพับลิกันอาจจะสูญเสียอำนาจทั้ง 2 สภาให้กับพรรคเด็มโมแครตและถ้าเด็มโมเครตครองสภาได้ ทรัมป์จะถูกขัดขวางการอนุมัติงบประมาณสงครามหรืองบประมาณสำคัญต่างๆ จะทำให้เขายักตื้นติดกึก ยักลึกติดกักในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระทันทีในประวัติศาสตร์ทุกยุคทุกสมัย เมื่อใดที่ผู้นำเริ่มพูดว่าไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน นั่นคือจุดเริ่มต้นของความหายนะฐานเสียงหลักของทรัมป์คือกลุ่มคนใช้แรงงานที่เลือกทรัมป์มา เพราะเชื่อมั่นว่าทรัมป์จะทำให้สหรัฐฯกลับมามั่งคั่งอีกครั้ง การที่ทรัมป์ดันทุรังจะล้มอิหร่านในทุกวิถีทาง และยืนยันว่าความเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล จึงเหมือนกับการหักหลังสัญญาที่ให้ไว้ภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดของคนอเมริกันอาจไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่คือเงินที่จะไม่มีจ่ายค่าอาหาร ค่าเช่าบ้านตอนสิ้นเดือนต่างหาก.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม