ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสงครามอิหร่านยังคงได้รับการเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนให้เห็นว่าทำไมรัฐบาลสหรัฐฯจึงยังมีความลังเลในการกลับไปทำศึกรอบใหม่ทำไมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จึงมีความเกรี้ยวกราดมากเป็นพิเศษ ทำไมถึงขู่แล้วขู่อีกและตั้งคำถามกับทีมที่ปรึกษาว่า อิหร่านเมื่อไรจะยอมจำนนเสียที บีบคั้นกันขนาดนี้แล้วไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์ สตรีทเจอร์นัล รายงานยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลสหรัฐฯไม่ยอมพูดความจริงในเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของกองทัพอิหร่านเพราะจากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมที่อิหร่านเปิดเผยมา เอาไปเทียบกับภาพถ่ายของดาวเทียมกับยุโรป ได้พบว่าถูกต้องตรงกัน อาคารต่างๆของฐานทัพสหรัฐฯในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงฐานเรดาร์และฐานระบบต่อต้านอากาศยาน โดนอาวุธของอิหร่านยิงทำลายไปกว่า 228 แห่งในจำนวนกว่าครึ่งเกิดที่ศูนย์บัญชาการกองทัพเรือที่ 5 ของสหรัฐฯในประเทศบาห์เรน และฐานทัพสหรัฐฯในคูเวต นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศดังกล่าวยังถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค เนื่องจากบาห์เรนและคูเวตยินยอมให้สหรัฐฯใช้เป็นฐานยิงจรวดไฮมาร์สโจมตีอิหร่านสำหรับเป้าหมายที่ถูกอิหร่านยิงทำลายอย่างจัง ประกอบไปด้วยโรงเก็บเครื่องบิน ค่ายทหาร คลังเก็บน้ำมัน ระบบต่อต้านอากาศขั้นสูงรุ่นแพทริออท ระบบเรดาร์และระบบการสื่อสาร จนสหรัฐฯต้องย้ายศูนย์บัญชาการกองเรือที่ 5 จากบาห์เรนไปทำงานกันที่เมืองแทมปา รัฐฟลอริดาในกรณีนี้ พ.อ.มาร์ก แคนเซียน อดีตนายทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ ยังเปิดเผยว่า การโจมตีอิหร่านเรียกได้ว่ามีความแม่นยำสูงมาก เพราะในฐานต่างๆแทบไม่มีหลุมระเบิดที่เกิดจากการยิงพลาดเป้า และที่สำคัญกองทัพสหรัฐฯยังประเมินขีดความสามารถในการทำสงครามโดรนพิฆาตของอิหร่านต่ำไป จนส่งผลให้ยิงจรวดต่อต้านแพทริออทไปกว่า 43% จรวดต่อต้านขีปนาวุธขั้นสูงรุ่นธาดอีกกว่า 53%หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีทเจอร์นัลยังทิ้งท้ายว่า รายงานความเสียหายชิ้นนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนด้วยซ้ำ เนื่องจากบริษัทดาวเทียมจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐฯในเรื่องจำกัดการเผยแพร่ภาพ ซึ่งหากพูดกันตรงๆคือ กองทัพสหรัฐฯย่อมเสียหายมากกว่านี้อย่างแน่นอน.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม