กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ ด้านพลังงานของไทย รวมทั้งปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะของกองทุนน้ำมันเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังจาก สหรัฐฯยิงเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ทันที อิหร่านออกมาประณามว่าสหรัฐฯปล้นเรือกลางทะเลและไม่เป็นผลดีต่อการเจรจาสหรัฐฯกับอิหร่านในรอบที่สอง โดยมี ปากีสถาน รับเป็นประเทศคนกลาง และ อิหร่าน ได้ทำการตอบโต้ โดยการ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทันที มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 13 ลำที่ไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซออกมาได้ และทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นประมาณ 5-8% จากราคา 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะมาอยู่ที่ระดับ 105-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลปตท. เปิดเผยอีกว่า เส้นทางขนส่งพลังงานของโลก ในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา มีการเร่งบริหารจัดการความมั่นคงพลังงานในเชิงรุก ปรับหาน้ำมันดิบนอกพื้นที่ความขัดแย้ง ในขณะที่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมีการเร่งกระจายน้ำมันออกสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันในประเทศในระยะยาวณ จุดนี้ ปริมาณน้ำมันสำรอง มีพอที่จะใช้ต่อไปได้ถึง 110 วัน มีเรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกน้ำมันอยู่ในเรือ ปริมาณน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรล ที่ติดค้างอยู่ที่ท่าเรือชาร์จาห์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งพร้อมที่จะนำมาใช้ทันทีที่เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยคาดว่าจะถึงไทยในวันสองวันนี้ การตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบที่มีราคาสูงถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทำให้เกิดผลกระทบในกระบวนการผลิต เป็นการใช้ในการประกันความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในปัจจุบัน ที่ ปตท.ต้องรับภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญอาทิ หลักประกันในการซื้อน้ำมันดิบ ประมาณ 63,000 ล้าน เงินหมุนเวียนสำหรับจัดหาน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้าน เงินค้างชำระกองทุนจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้าน รวมภาระสภาพคล่องเพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้าน ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นกว่า 7,000 ล้านที่เป็นต้นทุน ลดความเสี่ยงของประเทศการผลิตน้ำมันดีเซล ปัจจุบันสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 80.51 ล้านลิตร ปริมาณการจำหน่าย 52.88 ล้านลิตรต่อวัน ดีเซลบี 7 อยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 42.08 บาท เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนแล้ว ประเทศไทย มีราคาน้ำมันดีเซลถูกที่สุด ยกเว้นบรูไนและเวียดนามที่ลดภาษีสรรพสามิตเป็นศูนย์ต้องยอมรับว่า สถานการณ์น้ำมัน ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง กำลังเป็นแรงกดดันทั่วโลก ต้องปรับตัวทั้งเรื่องของงบประมาณรายจ่าย การลงทุน การผลิตและอุตสาหกรรมรัฐบาลอนุทินมีแผนที่จะกู้เงินอีก 5 แสนล้าน และปรับโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ใหม่ ในจำนวนนั้นคือการปรับงบด้านความมั่นคงของประเทศมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่ากระทบกับการเงินการคลังของประเทศโดยตรง ส่วนจะปรับเปลี่ยนอย่างไร ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดของประเทศในอนาคตด้วย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม