สงครามอิหร่านที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ภาพปรากฏชัดมากยิ่งขึ้นว่า อุตสาหกรรมผลิตอาวุธขั้นสูงของสหรัฐฯ มีปัญหาเรื้อรังมานานในเรื่องการปั๊มของไม่ทันตามยอดสั่งซื้อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “สวิตเซอร์แลนด์” กำลังปวดหัวขั้นสุดกับการซื้อขายอาวุธกับสหรัฐฯ หลังฝ่ายพญาอินทรีได้ตัดสินใจเอาเงินของฝ่ายสวิส ไปใช้ซื้อของที่สวิสไม่ได้ต้องการเรื่องของเรื่องคือ รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ต้องการจัดซื้อระบบต่อต้านอากาศยานรุ่น “แพทริออต” และเครื่องบินรบพรางเรดาร์รุ่น F-35 จากสหรัฐฯ และได้มีการสั่งของเป็นที่เรียบร้อยผ่าน “โครงการขายอาวุธให้ต่างชาติ” (Foreign Military Sales) ซึ่งกระบวนการซื้ออธิบายได้ง่ายๆว่า ใครอยากซื้ออะไรก็เอาเงินมากองไว้ในโครงการ พออนุมัติขายก็จะหักเงินไป เหมือนแต่ละประเทศมีบัญชี Wallet ของตัวเองอย่างไรก็ตาม การซื้ออาวุธแพทริออตไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ สวิตเซอร์แลนด์สั่งซื้อไปเมื่อ 4 ปีก่อน แต่พอเวลาผ่านมาจนถึงเดือน ก.พ.2568 ทางสหรัฐฯได้แจ้งว่าของผลิตไม่ทันและยังไม่ได้ผลิตให้ ต้องรอไปอีก 4-5 ปี และราคาน่าจะเพิ่มขึ้นจาก 40,989 ล้านบาท กลายเป็น 122,967 ล้านบาท ทำให้สวิสระงับการจ่ายเงินแต่ก็อย่างที่พูดกันว่า “อ้อยเข้าปากช้าง” เงินสวิสที่ไปกองอยู่ใน FMS ก็ยังอยู่ตรงนั้น และทางรัฐบาลสหรัฐฯก็ใช้วิธีโยกกองเงิน โดยเอาเงินของสวิสในส่วนที่สั่งซื้อเครื่องบินรบ F-35 ไปใช้เป็นค่าแพทริออตที่สวิสไม่ได้ต้องการแล้ว จากการเปิดเผยของรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่าเงินสำหรับซื้อเครื่องบินถูกโยกไปจ่ายค่าจรวด อยู่ที่ประมาณ 4,098 ล้านบาท ไม่น้อยไปกว่านั้นปัญหาที่ตามมาก็คือ กองเงินสำหรับซื้อ F-35 ก็จะไม่เพียงพอ ทำให้รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ต้องเติมเงินเข้าไปในวอลเล็ตของโครงการ FMS อีก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือวอชิงตันแจ้งมาแล้วว่าราคา F-35 ไม่ใช่ Fixed Price (ราคาคงที่ในวันซื้อขาย) นะจ๊ะ ซึ่งก็ยิ่งทำให้กองเงินในตอนนั้นไม่พอสำหรับซื้อของในตอนนี้ รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ยอมรับว่าพลาดเองที่เชื่อว่าราคาของจะอยู่ในวันที่ดีลกัน แต่นี่กลับแพงขึ้นเรื่อยๆรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ตอนนี้กำลังคิดไม่ตก เพราะหากไปยกเลิกสัญญาแพทริออต เงินที่หักจากบัญชีไปแล้วก็คงไม่ได้คืน แถมเผลอๆอาจจะเจอเล่นแง่อีกเรื่องการส่งมอบเครื่อง F-35 เจ็บทั้งขึ้นทั้งล่อง ซึ่งเสียงในรัฐสภาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆแล้วว่า แผนแก้ปัญหาระยะยาวคือ อาวุธกว่า 90% ของประเทศควรซื้อจากยุโรปหรือทำกันเองไม่ต้องพึ่งใคร.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม