ทำไมมหาอำนาจอย่าง “สหรัฐอเมริกา” ถึงทำตัวเป็น “ตำรวจโลก” และมีความคิดที่ต้องการ “ไถ่บาปให้โลก” คำตอบอยู่ในหนังสือ “Black Mass” ของ “จอห์น เกรย์” ที่ทั้งลึกทั้งแรงและน่าสะพรึงเขาไม่ได้เขียนถึงการเมืองแบบผิวเผิน แต่กำลังถอดรหัสศรัทธาที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างอำนาจของโลกตะวันตก โดยเฉพาะ “สหรัฐอเมริกา” ทุกบรรทัดพุ่งเป้าไปที่แก่นเดียวกันคือ “โลกสมัยใหม่” เท่ากับ “ศาสนา” ในคราบของเหตุผลลงลึกในรายละเอียด “Black Mass” พยายามชี้ให้เห็นว่า โลกสมัยใหม่ไม่ได้ฆ่าศาสนา แต่มันแปลงศาสนาให้กลายเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง สิ่งที่เคยเป็น “วันพิพากษา” กลายเป็น “ประชาธิปไตยจะชนะทั่วโลก” สิ่งที่เคยยกให้เป็น “สวรรค์” ถูกแปรเปลี่ยนเป็น “โลกเสรีแบบตะวันตก” และสิ่งที่เคยเป็น “การไถ่บาป” ถึงวันนี้กลับกลายเป็น “ภารกิจส่งออกเสรีภาพ”นี่คือรากฐานของแนวคิดที่เรียกว่า “American Ex ceptionalism” อเมริกันไม่ใช่แค่ประเทศ แต่คือ “ผู้กอบกู้โลก”ความอยากกอบกู้โลกของอเมริกา มาพร้อมกับความรุนแรง เมื่อคุณเชื่อว่าตัวเอง “ถูกเสมอ” คุณจะเริ่มมองว่า “ความรุนแรง” คือสิ่งจำเป็นที่ทำได้ ทุกวันนี้สงครามไม่ได้ถูกอธิบายว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แต่ถูกเชิดชูให้เป็น “ภารกิจทางศีลธรรม” ที่คนตัวโต จะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยคนตัวเล็ก นี่คือ กรอบความคิดเดียวกับที่นำไปสู่สงครามอิรักภายใต้คำพูดสวยหรูว่า “อเมริกาต้องการนำประชาธิปไตยไปให้” แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็น “การสร้างความโกลาหลไม่รู้จบ” จากการแทรกแซงกิจการทางการเมืองของคนอื่นสำหรับกรณีของ “อิหร่าน” เราจะเห็น “ศัตรูในเชิงอุดมการณ์” มากกว่า “ศัตรูทางทหาร” ตลอดเวลาที่ผ่านมา อิหร่าน ไม่เล่นตามกติกาตะวันตก มีระบบศาสนาและการเมืองที่ท้าทายเสรีนิยม และยืนอยู่ตรงข้ามอิสราเอล พันธมิตรสำคัญของอเมริกาถ้าใช้มุมมองแบบ “Black Mass” เข้ามาจับเรื่องนี้ “อิหร่าน” ไม่ใช่แค่ภัยคุกคาม แต่คือ “บาปที่ต้องถูกแก้ไข” นี่คือจุดอันตรายที่สุด เพราะมันเปลี่ยน “ความขัดแย้ง” ให้กลายเป็น “สงครามศักดิ์สิทธิ์เวอร์ชันโลกสมัยใหม่”เมื่อโลกถูกแบ่งเป็น “คนดี” และ “คนเลว” ตามความเชื่อของชาติมหาอำนาจตะวันตกที่ยัดเยียดใส่หัวชาวโลก มันจะกลายเป็นใบอนุญาตชั้นดีให้ใช้ความรุนแรงได้อย่างชอบธรรม เพราะทุกอย่างถูกจำกัดความแล้วว่า “ฝ่ายเรา” เท่ากับ “เสรีภาพ” และ “ฝ่ายเขา” เท่ากับ “เผด็จการ” ขณะที่ “สงคราม” เท่ากับ “การช่วยเหลือ”สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สงคราม แต่คือความเชื่อว่าต้องมีสงครามเพื่อทำให้โลกดีขึ้น กลายเป็นการไถ่บาปให้โลกอย่างไม่มีวันจบ เหมือนหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหลายย้อนกลับไปตอนล้มอิรักได้ โลกก็ไม่เห็นสงบ พอหันมากดดันอิหร่าน โลกก็ยังมีศัตรูใหม่โผล่ขึ้นมา สุดท้ายก็กลายเป็นข้ออ้างให้ชาติมหาอำนาจตะวันตกในการสร้างศัตรูขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อยืนยันความชอบธรรมในการมีอยู่ของผู้กอบกู้โลกมันคือวงจรซ้ำๆของ “ผู้กอบกู้โลก” ที่ต้องหาเรื่องให้โลกเผชิญปัญหาอยู่เสมอ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีคุณค่า และโลกนี้ขาดเขาไม่ได้สรุปแล้วอเมริกาไม่ได้ต้องการทำลายโลก แต่กำลังพยายาม “ทำให้โลกเป็นแบบตัวเอง” เมื่อพวกเขาเชื่อว่าตัวเองเป็นฝ่ายดี ผนวกกับอำนาจระดับโลก สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การไถ่บาป แต่เป็นการสร้างบาปรูปแบบใหม่ในนามของความดี โดยผลักไสคนอื่นให้เป็นคนเลวแทน.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม