บาลานซ์ (ติวเตอร์หมู) สถาบันกวดวิชา เปิดครั้งแรกเมื่อ 9 มกราคม 1982 ภายหลังมีสาขาเชียงใหม่ นครสวรรค์ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี มหาสารคาม สงขลา สุราษฎร์ธานี ยะลา ฯลฯคนที่เกี่ยวข้องกับกิจการติวเตอร์หมูคิดว่า ธุรกิจจะยืนไปได้ตลอดชีวิต แต่หลังจากที่เฟซบุ๊กไลฟ์เริ่มเปิดตัวเมื่อ 5 สิงหาคม 2015 และคนทั้งโลกใช้จริงได้เมื่อ 6 เมษายน 2016 สถาบันกวดวิชาของเราต้องทยอยปิดสาขา เพราะเทคโนโลยีการสอนออนไลน์แบบเรียลไทม์ ทำให้นักศึกษาไม่ต้องไปเรียนที่สถาบันแล้วค.ศ. 2001 รายการเปิดเลนส์ส่องโลกแพร่ภาพครั้งแรกที่ช่องไอทีวี ต่อจากนั้นขยายไปที่ช่อง 3 รายการดำเนินมาได้ 20 ปี จนถึง ค.ศ. 2021 โซเชียลมีเดียมาแรง คนดูทีวีน้อยลงมาก เสพสื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในแดชบอร์ดมืออาชีพของเพจ “นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย” พบว่า 28 วันที่ผ่านมา มีคนเข้ามาดูเพจนี้ถึง 40 ล้านครั้ง ทำให้บทความและคลิปต่างๆ เข้าถึงผู้ชมได้ทั่วทุกมุมโลก โดยไม่ต้องพึ่งสถานีโทรทัศน์หรือสื่อฉบับเล่มแบบเดิม2 ปีที่แล้ว นักลงทุนยังเทลงทุนในหุ้นซอฟต์แวร์ดัง ทั้ง Salesforce, Intuit, ServiceNow, Adobe, Thomson Reuters และ LegalZoom และลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงอย่าง Apple, Nvidia และ Alphabet (Google)มกราคม 2026 เกิดเหตุการณ์จริงในตลาดหุ้นเทคโนโลยีที่เรียกว่า SaaSpocalypse ที่หมายถึงการเทขายหุ้นซอฟต์แวร์ที่นักลงทุนแห่เทขายเพราะเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์แบบใหม่สามารถทำงานแทนซอฟต์แวร์จำนวนมาก ทำให้โมเดลธุรกิจแบบเดิมกำลังจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัยสำนักเศรษฐกิจระดับโลกหลายแห่งเปิดเผยตัวเลขว่าเฉพาะเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2026 มูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วโลกหายไป 8.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินไทยก็ประมาณ 26.5 ล้านล้านบาท และเทขายหุ้นกันอย่างรุนแรงหลังจากมีการเปิดตัวเครื่องมือเอไอใหม่ของบริษัทเอไออย่าง Anthropic (โมเดล Claude) ที่สามารถทำงานแทนซอฟต์แวร์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานกฎหมาย การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการตลาด ฯลฯบริษัท Apple มูลค่าหุ้นลดลง 2.56 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 8.3 ล้านล้านบาท Nvidia ลดลง 8.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 2.88 ล้านล้านบาท หรือแม้แต่หุ้นของ Alphabet (Google) ก็ลดลง 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 2.85 ล้านล้านบาทปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่สามารถทำหน้าที่แทนซอฟต์แวร์หลายตัวได้ในตัวเดียว ทั้งวิเคราะห์ข้อมูล เขียนโปรแกรม ทำบัญชี เขียนเอกสารกฎหมาย ทำการตลาด และบัดนี้ นักอนาคตวิทยาต่างทำนายทายทักว่า แต่ละบริษัทจะใช้ซอฟต์แวร์จากเอไอเพียงตัวเดียวก็สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ทั้งบริษัทสิ่งที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมของจริง ที่ทำให้ตลาดสะเทือนของแท้คือ AI Agent ที่สามารถรับคำสั่งจากมนุษย์ วางแผน เขียนโค้ด ทดสอบ และใช้งานซอฟต์แวร์ ผู้อ่านท่านที่เคารพเขียนให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ เอไอกำลังเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก 1 บริษัทผมเพียงบอกว่า “ช่วยสร้างแอปของโรงแรม” AI Agent จะออกแบบ database เขียน backend สร้าง frontend ทดสอบ และ deploy server โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงแม้แต่บริษัทซอฟต์แวร์ซึ่งเคยเป็นบริษัทในฝันทันสมัยสำหรับมนุษย์ในอนาคตอันใกล้กำลังจะถูกทำให้หายไป มูลค่าบริษัทก็อาจจะหายไปหลายแสนล้านดอลลาร์ ขอเรียนครับว่า เอไอคือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของซอฟต์แวร์ซอฟต์แวร์คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าการผลิตซอฟต์แวร์ถูกลงมหาศาล เศรษฐกิจทั้งระบบจะเปลี่ยน ผมเชื่อว่าการรวมตัวกันของ Claude (โปรแกรมเมอร์เอไอระดับสูง) DeepSeek (เอไอราคาถูก) และ AI Agents (software automation เต็มรูปแบบ) จะทำให้ต้นทุนการสร้างซอฟต์แวร์เกือบจะเป็นศูนย์ในโลกยุคใหม่ จำนวนคนที่ทำงานในบริษัทไม่ได้เกี่ยวโยงหนอยุ่งกับความยิ่งใหญ่ของธุรกิจแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว มีบริษัทจำนวนไม่น้อยที่มีผู้ถือหุ้นและคนทำงานเพียงไม่กี่คน ก็สามารถสร้างมูลค่ามหาศาล มากกว่ามูลค่าของบริษัทที่มีพนักงานเป็นหมื่นเป็นแสนคนเมื่อ 10 ปีที่แล้วผู้อ่านท่านผู้เจริญ โลกใหม่ เอไอไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือ แต่เป็นผู้สร้างระบบเศรษฐกิจ ใครคนไหนที่ปรับตัวทันก็จะอยู่รอดปลอดภัย ส่วนคนไหนที่ปรับตัวไม่ทันก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในประวัติศาสตร์ธุรกิจนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม