ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2569และประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2569โดยประกาศทั้งสองฉบับมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งออกตามอำนาจพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางในการประกาศรายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรวมถึงกำหนดกลไกในการเพิกถอนรายชื่อเมื่อมีการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตัดวงจรบัญชีม้าและกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงออนไลน์หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการประกาศรายชื่อจะครอบคลุมทั้งบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และเลขที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อมีการประกาศรายชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวแล้ว สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการมาตรการทันที เช่น ปฏิเสธการเปิดบัญชี ระงับการให้บริการหรือการทำธุรกรรม หรือปิดบัญชีที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงในการนำบัญชีหรือโครงสร้างนิติบุคคลไปใช้ในการกระทำความผิดทั้งนี้ หากภายหลังมีการตรวจสอบและพบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสามารถถอดประกาศเพิกถอนรายชื่อได้ตามขั้นตอนที่กำหนดประเด็นสำคัญมีว่า...การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านระบบดิจิทัล การใช้บัญชีม้า และการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดซึ่งจะช่วยยกระดับ “ความปลอดภัย” ของระบบ “ธุรกรรมทางการเงิน” และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลมากยิ่งขึ้น “อาชญากรรมออนไลน์” กำลังกลายเป็น “ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ” ครั้งใหญ่ ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อประชาชน แต่ยังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในระบบการเงินมาตรการขึ้นบัญชีบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงเป็นหนึ่งในความพยายามของรัฐในการ “ตัดเส้นเลือดของโจรอิเล็กทรอนิกส์” แต่ในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ก็ต้องพัฒนาให้เร็วกว่า...เพราะหากปล่อยให้ “บัญชีม้า” เติบโตต่อไป“เงินของประชาชนอาจไหลออกจากกระเป๋าไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพเพียงแค่...คลิกเดียวบนหน้าจอมือถือ”...นอกจากนี้แล้วในยุคที่กฎหมายระบุ สอท. (AOC 1441) บังคับใช้เข้มข้น การตรวจสอบสถานะตัวเองและบัญชีปลายทางเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากพลาดไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงนิดเดียวอาจทำให้คุณกลายเป็น “บุคคลต้องห้าม” ทางการเงินได้ทันทีเตือนภัย...เตือนตัวเองก่อนหลงกลเป็นเหยื่อ เริ่มจากวิธีเช็ก “บัญชีโกง” ก่อนโอนเงินให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าออนไลน์หรือบุคคลทั่วไป ให้ใช้ 3 ช่องทางหลักที่อัปเดตข้อมูลอาชญากรรมไซเบอร์แบบเรียลไทม์...เช็กค้นหาในกูเกิล ผ่านเว็บไซต์หลักที่รวบรวมรายชื่อผู้กระทำความผิดและบัญชีม้าที่ถูกแจ้งความไว้ ถัดมา...ศูนย์กลางการตรวจสอบประวัติคนโกงจากการซื้อขายออนไลน์โดยเฉพาะ และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ...ปัจจุบันมีการเชื่อมต่อข้อมูลตรวจสอบสิทธิและสถานะที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ส่วนวิธีเช็กว่า “ชื่อเรา” ติดแบล็กลิสต์ “บัญชีม้า” หรือไม่? หากคุณสงสัยว่าเคยถูกหลอกไปเปิดบัญชีหรือเคยให้ข้อมูลบัตรประชาชนกับใครไปแล้วกลัวว่าจะถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าให้ตรวจสอบดังนี้...ตรวจสอบผ่านแอปฯธนาคาร (โมบายแบงกิ้ง)...ลองทำรายการ “เปิดบัญชีออนไลน์” ในแอปฯธนาคารที่คุณไม่เคยมีบัญชีมาก่อน หากระบบแจ้งว่า “ไม่สามารถดำเนินการได้ กรุณาติดต่อธนาคาร” หรือระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าชื่อของคุณอาจถูกขึ้นบัญชีดำในระบบกลางถัดมา...ตรวจสอบกับเครดิตบูโร (NCB) การเช็กเครดิตบูโรจะทำให้เห็น “จำนวนบัญชีเงินฝากทั้งหมด” ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของเรา หากพบจำนวนบัญชีที่ “เกิน” มาจากที่เราเปิดเอง ให้รีบไปแจ้งความและติดต่อธนาคารเพื่อปิดบัญชีนั้นทันทีสุดท้าย...ติดต่อ สายด่วน AOC 1441 “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์”...คุณสามารถ โทร.สอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรงเพื่อตรวจสอบสถานะว่าชื่อ...นามสกุลของคุณถูกระบุอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์หรือไม่กระแสที่น่าห่วงในขณะนี้คือ “บัญชีม้านิติบุคคล” ที่มักจะไปหลอกจ้างคนมาเป็นกรรมการบริษัทแลกกับเงินเดือนหลักหมื่น มาตรการใหม่นี้จะทำให้ “กรรมการ” เหล่านี้ต้องติดคุกหัวโตและโดนยึดทรัพย์หากพิสูจน์ได้ว่าบริษัทนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงออนไลน์“คุกมีไว้ขังคนเปิดบัญชีม้า...ส่วนบัญชีดำมีไว้แช่แข็งคนโกง” นี่คือสโลแกนที่ฝ่ายความมั่นคงพยายามสื่อสารในชั่วโมงนี้.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม