ปฏิบัติการกองทัพร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล ยกระดับเฟส 2 ฝูงบินรบมุ่งถล่มกรุงเตหะรานและกรุงเบรุต ท้องฟ้ากลายเป็นสีเพลิง เป้าหมายทำลายการปกครองและฐานทหารให้สิ้นซาก ส่วนกองทัพอิหร่านส่งโดรนพิฆาตถล่มฐานทัพสหรัฐฯในกาตาร์ ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ขณะที่ “ทรัมป์” รับไม่ได้ เตรียมเด็ดหัวผู้นำอิหร่านคนใหม่ ย้ำช่องแคบฮอร์มุซ ยังเดินเรือปกติทั่วโลกตกอยู่ในความตึงเครียดจากสถานการณ์สมรภูมิตะวันออกกลางทวีความบ้าคลั่งเข้าสู่วันที่ 7 ของการสู้รบอย่างเต็มรูปแบบ กองกำลังผสมสหรัฐฯ-อิสราเอล ยกระดับปฏิบัติการสู่ขั้นสูงสุดด้วยการส่งฝูงบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B และขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกล ปูพรมถล่มฐานทัพอากาศ บังเกอร์ขีปนาวุธใต้ดิน และศูนย์บัญชาการใจกลางกรุงเตหะรานอย่างไม่หยุดยั้ง จนท้องฟ้าเหนือเมือง หลวงอิหร่านกลายเป็นสีเพลิง ขณะที่ทางตอนใต้ของเลบานอน อิสราเอลยังคงเดินหน้าบดขยี้ฐานที่มั่นเฮซบอลเลาะห์ในย่านดาฮิเยห์ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งสองฝั่งพุ่งทะลุ 1,200 ศพ ขณะที่สมรภูมิกำลังเดือดระอุ วิกฤตการณ์นี้ลุกลามสู่ความมั่นคงทางพลังงานโลก หลังทางการอิหร่านขู่ปิดตายช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจนตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดอาการช็อก ท่ามกลางบรรยากาศมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์จากทำเนียบขาวที่ไร้วี่แววการเจรจาสันติภาพอิสราเอลโจมตีระลอกใหญ่การสู้รบในอิหร่านก้าวเข้าสู่วันที่ 7 อย่างเป็นทางการ โดยเมื่อวันที่ 6 มี.ค. กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอกใหญ่ ต่อโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอิหร่านในกรุงเตหะราน พร้อมประกาศเข้าสู่ “ระยะที่สอง” ของปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มตัว การยกระดับครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอิสราเอลปูพรมโจมตีทางอากาศใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในย่านดาฮิเยห์ ชานกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน มากกว่า 26 ครั้ง ระบุว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ทางทหารของเฮซบอลเลาะห์ พันมิตรสำคัญของอิหร่าน ส่งผลให้อาคารพังถล่มอย่างน้อย 3 หลัง และทำให้ประชาชนนับแสนต้องอพยพออกจากพื้นที่ฝูงบินรบรุกหนักคุมน่านฟ้าโฆษกกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีระลอกล่าสุดสามารถทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและเรดาร์สำคัญของอิหร่านได้เกือบทั้งหมด ส่งผลให้อิสราเอลสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนืออิหร่านได้โดยสมบูรณ์ พร้อมเตือนว่าการตอบโต้ใดๆ จะพบกับ “จุดจบที่รุนแรงกว่าเดิม” ขณะเดียวกันที่เลบานอน การทิ้งระเบิดใส่ฐานที่มั่นชานกรุงเบรุตส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 123 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนและสมาชิกกลุ่มติดอาวุธประกาศเตือนชาวบ้านเร่งอพยพกองทัพอิสราเอลประกาศว่า อิสราเอลกำลังปฏิบัติการทำสงครามขั้นต่อไปกับอิหร่าน ยืนยันจะทำลายระบอบการปกครองและขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านให้สิ้นซาก พร้อมทั้งประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากชานกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ที่กองทัพอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการถล่มอีกด้านเพื่อมุ่งกวาดล้างเป้าหมายของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ กองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ซึ่งเข้าร่วมกับอิหร่านในการโจมตีตอบโต้อิสราเอล“ไอดีเอฟ” โจมตีทางอากาศชุดใหญ่บีบีซีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงในกรุงเบรุต ภายหลังจากกองทัพอิสราเอลออกคำสั่งให้ประชาชนหลายแสนคนในเบรุตอพยพ โดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ได้เปิดการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่ชานกรุงเบรุตในช่วงคืนวันที่ 5 มีนาคม และก่อนหน้านั้นไม่นานกองทัพอิสราเอลกล่าวว่าเริ่มปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานของระบอบปกครองก่อการร้ายอิหร่านในกรุงเตหะรานบรรลุตามแผนยกระดับสู่เฟส 2พล.ท.อียัล ซามีร์ เสนาธิการทหารสูงสุดของอิสราเอล แถลงว่า อิสราเอลและสหรัฐฯโดดเดี่ยวอิหร่านในเชิงยุทธศาสตร์ และทำให้อิหร่านอ่อนแอลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อิสราเอลโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วันแล้ว และการปฏิบัติการกำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว เราสร้างความเหนือกว่าทางอากาศและทำลายระบบขีปนาวุธแล้ว และขณะนี้กำลังก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปของปฏิบัติการ ในขั้นตอนนี้จะทำลายระบอบปกครอง และขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านให้สิ้นซาก ยังมีเรื่องเซอร์ไพรส์เพิ่มเติมอีก ตนไม่ขอเปิดเผย จากนั้น พล.ท.ซามีร์แถลงถึงสถานการณ์ในเลบานอนระบุว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทำความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ที่เข้าร่วมการสู้รบ และอิสราเอลกำลังโจมตีด้วยกำลังอย่างหนักทั้งในแนวหน้าและลึกเข้าไปในเลบานอน ด้านแหล่งข่าวใกล้ชิดกองทัพอิสราเอลระบุว่า สงครามโจมตีอิหร่านที่กำลังเข้าสู่ระยะที่ 2 จะเห็นเครื่องบินขับไล่โจมตีฐานยิงขีปนาวุธที่ฝังอยู่ใต้ดินลึกของอิหร่านอิหร่านโต้กลับยิงขีปนาวุธใส่เมืองกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ตอบโต้ด้วยการออกคำเตือนให้ชาวอิสราเอลบริเวณชายแดนอพยพเป็นครั้งแรก ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธเข้าใส่นครเทลอาวีฟ ของอิสราเอล ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในอาคารที่พักอาศัย ประชาชนหลายร้อยคนต้องออกมานอนกลางแจ้งท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลอ้างว่าสามารถทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านได้แล้วกว่า 80% และทำลายแท่นยิงขีปนาวุธราว 60% ของทั้งหมดส่งสัญญาณขู่ฆ่าผู้นำคนใหม่ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับ นสพ.นิวยอร์ก ไทม์ส ของสหรัฐฯ ว่ารัฐบาลอิหร่านชะลอการประกาศผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด หลังการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย หลังสหรัฐฯและอิสราเอลส่งสัญญาณข่มขู่ว่าพร้อมกำจัดผู้นำคนใหม่ทันที หากมีการแต่งตั้งตัวเต็งสำคัญคือ มุจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี บุตรชายของผู้นำสูงสุดคนก่อน ถูกมองว่ามีโอกาสสูงสุด อย่างไร ก็ตาม การที่ชื่อของมุจตาบาปรากฏในสื่อ ยิ่งทำให้ความกังวลด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน มองว่า อิหร่านกำลังพยายามยื้อเวลาการประกาศชื่อออกไปให้นานที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีล่วงหน้า (pre-emptive strike) หากมุจตาบาได้รับตำแหน่งจริงก็จะสะท้อนว่าอิหร่านยังคงเดินหน้านโยบาย “สายเหยี่ยว” ต่อไป เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ IRGC เป็นกำลังทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศถล่ม ร.ร.ประถมหญิงไม่มีใครยอมรับรายงานสืบสวนของ นสพ.นิวยอร์ก ไทม์ส เกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศที่เมืองมินาป ทางตอนใต้ของอิหร่าน ระบุว่าโรงเรียนประถมชะญะเราะห์ ฏ็อยยีเบะฮ์ ถูกทำลาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 175 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน นับเป็นเหตุการณ์ที่มีพลเรือนเสียชีวิตมากที่สุดตั้งแต่เกิดการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯและอิสราเอล แม้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมายอมรับความรับผิดชอบ ก่อนหน้านี้สหรัฐฯประกาศว่ากำลังโจมตีเป้าหมายทางทหารใกล้ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้นักวิเคราะห์มองว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าสหรัฐฯเป็นผู้โจมตี แต่ทำเนียบขาวระบุว่ายังไม่มีข้อมูลว่ากองทัพสหรัฐฯโจมตีโรงเรียน และกระทรวงกลาโหมกำลังตรวจสอบอยู่เป้าหมายผิดละเมิดกฎหมายสงครามขณะที่การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม วิดีโอ และโพสต์บนโซเชียลพบว่า โรงเรียนถูกโจมตีในเวลาเดียวกับฐานทัพเรือของ IRGC ที่อยู่ใกล้กัน ภาพดาวเทียมแสดงให้เห็นการโจมตีแบบแม่นยำใส่อาคารอย่างน้อย 6 แห่งในฐานทัพ ขณะที่โรงเรียนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลักฐานจากภาพดาวเทียมชี้ว่าเป็นการโจมตีแบบแม่นยำ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจึงประเมินว่าเหตุการณ์อาจเกิดจากการระบุเป้าหมายผิดพลาด หากพิสูจน์ได้ว่าโจมตีโดยไม่ตรวจสอบเป้าหมายอย่างเพียงพอ อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายสงครามระหว่างประเทศอิหร่านไม่ได้ร้องขอให้หยุดยิงนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์ของสหรัฐฯ ประกาศว่า ประเทศอิหร่านไม่ได้ขอให้มีการหยุดยิง และไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องเจรจากับสหรัฐฯ เราเจรจากับสหรัฐฯในปี 2568 และปี 2569 สหรัฐฯ โจมตีเราระหว่างเจรจาทั้งสองรอบ ขณะนี้กำลังรอการรุกรานทางภาคพื้นดินจากทหารอเมริกัน เรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถต่อกรได้ หากสหรัฐฯส่งกำลังทหารราบเข้ามาจะกลายเป็นหายนะ เรามีความพร้อมสำหรับสงครามครั้งนี้ พร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ พร้อมจะเผชิญกับความเป็นไปได้ต่างๆ และพร้อมเผชิญกับตอนจบต่างๆ เมื่อถูกถามว่า ได้รับการช่วยเหลือจากรัสเซียและจีนหรือไม่ นายอารักชีตอบว่า รัสเซียและจีนช่วยเหลือทางด้านการเมืองและด้านอื่นๆ ความร่วมมือทางการทหารระหว่างอิหร่านกับรัสเซียไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับ และจะดำเนินต่อไป พวกเขาช่วยเรามาตลอด แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดลงลึกว่าอิหร่านร่วมมือกับใครอย่างไร ในช่วงเวลาของสถานการณ์ความขัดแย้งโดรนถล่มฐานสหรัฐฯในกาตาร์ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยว่า ยิงขีปนาวุธไคบาร์ และส่งฝูงโดรนโจมตีกรุงเทลอาวีฟ เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “คำสัญญาที่แท้จริง” (True Promise 4) ระลอกที่ 21 โดยมุ่งเป้าโจมตีพื้นที่สำคัญในใจกลางเมือง ขณะเดียวกันอิหร่านยังส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ อัลอูเดด ในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานทัพสหรัฐฯใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต รวมทั้งฐานทัพอากาศรามัต ดาวิด และสถานีเรดาร์ในอิสราเอล รวมทั้งค่ายอัลอาดิรี ในคูเวต ที่มีทหารสหรัฐฯประจำการ รวมทั้ง ฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองเออร์บิล ทางตอนเหนือของอิรัก ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านตั้งแต่เริ่มสู้รบอยู่ที่อย่างน้อย 1,230 คน ส่วนในเลบานอน 123 คน จากการโจมตีของอิสราเอลโชว์กราฟิกขีปนาวุธ “คอร์รัมชาห์ร์”ขณะเดียวกัน บัญชีเอ็กซ์อย่างเป็นทางการของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านเผยแพร่ภาพกราฟิกของขีปนาวุธ “คอร์ รัมชาห์ร์” พร้อมข้อความว่า “ช่วงเวลาแห่งขีปนาวุธคอร์รัมชาห์ร์กำลังจะมาถึง” ในภาพยังมีข้อความภาษาเปอร์เซียยกย่องความสามารถของเยาวชนอิหร่านในการพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธที่สามารถเจาะลึกเข้าไปยังพื้นที่สำคัญของอิสราเอลและทำลายเป้าหมายได้ ทั้งนี้ คอร์รัมชาห์ร์เป็นตระกูลขีปนาวุธพิสัยกลางของอิหร่าน มีพิสัยยิงประมาณ 2,000 กิโลเมตร สามารถบรรทุกหัวรบขนาดใหญ่ และบางรุ่นบรรทุกหัวรบหลายลูกได้ ตั้งชื่อตามเมืองคอร์รัมชาห์ร์ ซึ่งเคยเป็นสมรภูมิสำคัญในสงครามอิหร่าน-อิรัก ช่วงทศวรรษ 1980“ทรัมป์” รับไม่ได้กาหัวผู้นำคนใหม่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักว่า สหรัฐฯจำเป็นต้อง มีบทบาทในกระบวนการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน เช่นเดียวกับกรณีของนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ทรัมป์ยังบอกว่า รับไม่ได้กับมุจตาบา คาเมเนอี ลูกชายวัย 55 ปี ของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้ล่วงลับ เพราะจะดำเนิน ตามนโยบายของบิดาต่อไป จะทำให้สหรัฐฯต้องกลับเข้าสู่สงครามอีกครั้งภายในห้าปี ทรัมป์ระบุว่าต้องการคนที่จะนำความปรองดองและสันติภาพมาสู่อิหร่าน ขณะที่มุจตาบามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในแวดวงนักบวชอิหร่าน และถูกมองว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาย้ำช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานปกติทรัมป์ยังกล่าวว่า กองทัพเรือของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก และยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก จะยังคงเปิดใช้งานตามปกติ พร้อมระบุว่าสงครามครั้งนี้ ยังไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้นมาก เมื่อถูกถามถึงข้อเสนอจากนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่เสนอช่วยเหลือสหรัฐฯในการรับมือโดรนของอิหร่าน ทรัมป์ตอบสั้นๆว่า ผมยินดีรับความช่วยเหลือจากทุกประเทศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียในขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเป็นการชั่วคราวเพื่ออนุญาตให้ส่งมอบหรือขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่ค้างอยู่บนเรือกลางทะเลตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.ให้กับอินเดียได้ โดยให้มีผลจนถึงวันที่ 3 เม.ย.เท่านั้น สหรัฐฯระบุว่านี่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น เพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อราคาพลังงานโลก โดยอนุญาตเฉพาะน้ำมันที่ ลอยลำอยู่กลางทะเลแล้วเท่านั้น ยืนยันว่าเป็นมาตรการระยะสั้น ไม่ใช่การเปิดทางให้ส่งออกใหม่ และจะไม่สร้างรายได้มหาศาลให้รัฐบาลรัสเซีย พร้อมย้ำว่าเป็นความพยายามรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงาน ไม่ให้อิหร่านใช้ประเด็นน้ำมันเป็นเครื่องมือกดดันโลกนายกฯออสซียันไม่เกี่ยวโจมตีเรือรบด้านนายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ยืนยันเป็นครั้งแรกว่า มีเจ้าหน้าที่กองทัพออสเตรเลีย 3 นาย อยู่บนเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ในเหตุการณ์ยิงตอร์ปิโดจมเรือรบ “ไอริส เดนา” ของอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา อัลบาเนซีระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสามนายอยู่บนเรือเพื่อการฝึกภายใต้ข้อตกลงความมั่นคงออกัส (AUKUS) ระหว่างสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเรือดำน้ำนิวเคลียร์ในอนาคต พร้อมย้ำว่าไม่มีชาวออสเตรเลียมีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตี อย่างไรก็ตาม นายเดวิด โชบริดจ์ วุฒิสมาชิกจากพรรคกรีนส์ วิจารณ์ว่า ออสเตรเลียกำลังถูกลากเข้าสู่ สงครามที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการมีเจ้าหน้าที่อยู่บนเรือย่อมหมายถึงการมีส่วนร่วมโดยปริยายศรีลังกาอพยพลูกเรือตกเป็นเป้ากองทัพเรือศรีลังกาเปิดเผยว่า เริ่มอพยพลูกเรือและนักเรียนนายร้อยเกือบ 300 คนจากเรือไอริส บูเชห์ร์ ของอิหร่าน ขึ้นฝั่งเมื่อวันที่ 6 มี.ค. หลังเรือลำดังกล่าวขอความช่วยเหลือขณะทอดสมอนอกน่านน้ำของประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่าอาจตกเป็นเป้าโจมตีเช่นเดียวกับเรือฟริเกตไอริส เดนาของอิหร่านที่เพิ่งถูกเรือดำน้ำสหรัฐฯยิงจมใกล้ชายฝั่งศรีลังกาเมื่อวันที่ 4 มี.ค. กองทัพเรือศรีลังการะบุว่า ลูกเรือจะถูกนำขึ้นฝั่งที่ท่าเรือในกรุงโคลัมโบ ก่อนส่งต่อไปยังฐานทัพเรือในเขตเวลีซารา ขณะที่เรือจะถูกนำไปยังท่าเรือตรินโคมาลี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศในภายหลัง ด้านนายอนุระ กุมารา ดิสซานายาเก ประธานาธิบดี ศรีลังกา ระบุว่า ศรีลังกาตัดสินใจเข้าควบคุมเรือลำดังกล่าวหลังหารือกับเจ้าหน้าที่อิหร่านและกัปตันเรือ เนื่องจากเครื่องยนต์ขัดข้องพร้อมย้ำว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ และศรีลังกายึดหลักความเป็นกลางควบคู่กับหลักมนุษยธรรมในการช่วยเหลือลูกเรืออ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่