อุณหภูมิการเมืองโลกร้อนระอุ “อิสราเอล-สหรัฐฯ” จับมือลุยสงครามใหญ่เปิดปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” โจมตี “อิหร่าน” ทันควัน หลังล้มโต๊ะเจรจาที่นครเจนีวาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดบอมบ์ “เตหะราน” และหัวเมืองสำคัญพินาศ หวังเด็ดหัวผู้นำสูงสุดเปอร์เซีย “ทรัมป์” อ้างปกป้องคนอเมริกัน ย้อนอดีตทหารมะกันโดนทำร้ายก่อน ชี้อิหร่านเป็นหัวโจกหนุนก่อการร้าย กร้าวปล่อยให้ครอบครองนิวเคลียร์ไม่ได้ หวั่นพัฒนาหัวรบยิงถึงแผ่นดินอเมริกา ย้ำบดขยี้ทำลายเขี้ยวเล็บให้สิ้นซากจนไม่เป็นภัยคุกคาม ขู่ IRGC หากคิดสู้ตายสถานเดียว ปลุกคนอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาลเพื่อเสรีภาพ ขณะที่อิหร่านไม่ยอมจำนนง่ายๆ ส่ง “ขีปนาวุธ-จรวดร่อน” โต้กลับใส่พันธมิตรสหรัฐฯ ทำภูมิภาคตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ เผย “คาเมเนอี” เตรียมรับมืออย่างดี ตั้งผู้สืบทอดอำนาจ 4 ลำดับ กต.แนะคนไทยเร่งอพยพ-เลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย ชาวโลกหวั่นเป็นชนวนทำ “สงครามโลกครั้งที่ 3” ปะทุ คาดกระชากราคาทองคำสัปดาห์หน้าพุ่งพรวดทะลุเพดานหลังปล่อยให้สถานการณ์คุกรุ่นมาหลายสัปดาห์ ปัญหาความบาดหมางระหว่างประเทศมหาอำนาจโลกอย่าง “สหรัฐอเมริกา” และ “อิสราเอล” ที่ตั้งป้อมพร้อมปะทะกับ “อิหร่าน” ยักษ์หลับแห่งดินแดนเปอร์เซีย ได้ระเบิดขึ้นในที่สุด เมื่ออเมริกาจับมือกับอิสราเอล ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน และหลายเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ทันควัน เขย่าอุณหภูมิการเมืองโลกร้อนระอุขึ้นทันที สร้างความหวาดผวาให้ชาวโลก หวาดหวั่นเกรงว่าสงครามในรอบนี้ อาจลุกลามบานปลายกลายเป็น “สงครามโลกครั้งที่ 3”เปิดฉากถล่ม “กรุงเตหะราน”ภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่สงครามอีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่อประเทศอิหร่านอย่างเป็นทางการ ส่งฝูงบินรบเข้าทิ้งระเบิดเป้าหมายในเมืองต่างๆของอิหร่าน เริ่มจาก เมืองหลวง “กรุงเตหะราน” เมืองกอม เมืองทาบริส เมืองเคอร์มานชาห์ เมืองลอเรสถาน เมืองคอร์รามาบัด เมืองคาราช ไปจนถึงเมืองที่ตั้งของศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ฟอร์โดว์ นาทานซ์ และเมืองอิสฟาฮาน ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า หน่วยรบของอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้กลับมายังอิสราเอลในทันที แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่ชัดเจนหวังเด็ดหัวผู้นำสูงสุดอิหร่านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้เริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 28 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่นอิหร่าน เป้าหมายที่ถูกทิ้งระเบิดคือสำนักงานของ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ตามด้วยสำนักงานสภาผู้เชี่ยวชาญ มีหน้าที่ลงมติเลือกอยาตอลเลาะห์คนใหม่ในกรณีที่อยาตอลเลาะห์คนปัจจุบันเสียชีวิต ส่วนสื่อท้องถิ่นอิหร่านระบุว่า จุดสำคัญที่ถูกโจมตีอีกแห่งคือกองบัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บยังไม่ได้รับการยืนยัน การโจมตีทางอากาศครั้งนี้ยังควบคู่ไปกับการโจมตีทางไซเบอร์ป่วนระบบอินเตอร์เน็ตยิวสั่งปิดน่านฟ้าสกัดขีปนาวุธนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ยืนยันต่อมาว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้ปฏิบัติการชิงจังหวะโจมตีอิหร่านเพื่อขจัดภัยคุกคาม พร้อมขอประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษอย่างถาวรทั่วประเทศอิสราเอล นอกจากนี้ กองทัพอากาศอิสราเอลยังเริ่มปฏิบัติการปกป้องน่านฟ้า หลังจากตรวจพบว่ากองทัพอิหร่านได้เริ่มยิงขีปนาวุธมายังอิสราเอลหลายลูก มีรายงานสัญญาณไซเรนเตือนภัยดังระงมในเมืองต่างๆของอิสราเอล“ทรัมป์” อ้างปกป้องคนอเมริกันขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 8 นาทีว่า กองทัพสหรัฐฯได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่านอย่างเป็นทางการ เป้าหมายคือปกป้องพลเมืองอเมริกัน ไปพร้อมๆกับการกำจัดภัยคุกคามจากรัฐบาลอิหร่าน เป็นเวลากว่า 47 ปีที่รัฐบาลอิหร่านตะโกนโห่ร้อง “ความตายจงมาสู่อเมริกา” และปฏิบัติการสังหารเลือกเป้าเล่นงานทหารอเมริกันย้อนอดีตทำร้ายทหารสหรัฐฯ“สิ่งแรกที่รัฐบาลอิหร่านทำในอดีตคือสนับสนุนการบุกยึดสถานทูตสหรัฐฯในกรุงเตหะราน จับตัวประกันชาวอเมริกันหลายสิบคนเป็นเวลากว่า 444 วัน ต่อมาในปี 2526 เครือข่ายก่อการร้ายที่สนับสนุนโดยรัฐบาลอิหร่าน ได้วางระเบิดโจมตีค่ายนาวิกโยธินสหรัฐฯในกรุงเบรุตของเลบานอน มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงสหรัฐฯ เสียชีวิต 241 คน กองทัพอิหร่านยังสังหารและทำให้ทหารอเมริกันในอิรักได้รับบาดเจ็บต่อเนื่อง ไม่รวมถึงปฏิบัติการโจมตีเจ้าหน้าที่อเมริกันในภูมิภาคตะวันออกกลางช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่ามีแต่การสร้างความหวาดกลัวเป็นวงกว้าง รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ทนอีกต่อไป” นายทรัมป์กล่าวชี้เบอร์ 1 โลกหนุนก่อการร้ายนายทรัมป์ยังกล่าวต่อว่า รัฐบาลอิหร่านยังคงให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในเลบานอน เยเมน ซีเรีย และอิรัก ไม่หยุดหย่อน ขณะที่กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ได้ปฏิบัติการก่อการร้ายต่ออิสราเอลในวันที่ 7 ต.ค.2566 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน มีชาวอเมริกัน 12 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน เป็นสิ่งที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน อิหร่านเป็นเบอร์ 1 ของโลกในการสนับสนุนการก่อการร้ายโดยรัฐ ทั้งยังสังหารพลเมืองของตัวเองนับหมื่นคนในเหตุการณ์ประท้วงช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาปล่อยให้อิหร่านมี “นุ๊ค” ไม่ได้“ตลอดมารัฐบาลสหรัฐฯ มีนโยบายที่ชัดเจนว่า รัฐบาลที่สนับสนุนก่อการร้ายไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขอพูดอีกครั้งว่าปล่อยให้มีไม่ได้ และเป็นที่มาว่าทำไมกองทัพสหรัฐฯถึงปฏิบัติการ “ค้อนเที่ยงคืน” ในวันที่ 22 มิ.ย.2568 เพื่อทำลายศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ในเมืองฟอร์โดว์ นาทานซ์ และอิสฟาฮาน การโจมตีครั้งนั้นเป็นการเตือนว่า อิหร่านไม่ควรมีแนวคิดที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” นายทรัมป์กล่าวหวั่นพัฒนาหัวรบยิงถึงสหรัฐฯประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯได้ย้ำเตือนหลายต่อหลายครั้งให้อิหร่านยอมทำข้อตกลง อิหร่านก็กลับไปกลับมา ตลอดช่วงเวลาหลายทศวรรษ อิหร่านมีโอกาสมากมายที่จะละเลิกความทะเยอทะยานที่จะครอบครองนิวเคลียร์ แต่วันนี้รัฐบาลสหรัฐฯไม่ทนอีกต่อไป รัฐบาลอิหร่านยังคงดื้อดึงต่อการพัฒนานิวเคลียร์ พัฒนาขีปนาวุธรุ่นต่างๆ อีกไม่นานจะมีขีดความสามารถในระดับที่เป็นภัยคุกคามต่อแผ่นดินสหรัฐฯโดยตรง ลองคิดดูว่ารัฐบาลอิหร่านจะมีความหาญกล้าขนาดไหนหากประสบความสำเร็จในการครอบครองขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงมาถึงอเมริกา ด้วยเหตุนี้กองทัพสหรัฐฯจะเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่อรัฐบาลอิหร่าน เพื่อไม่ให้คุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้อีกต่อไปทำลายเขี้ยวเล็บให้ราบคาบ“เราจะมุ่งทำลายขีปนาวุธของอิหร่าน ศูนย์อุตสาหกรรมการผลิตขีปนาวุธของอิหร่านให้ราบคาบ เราจะทำลายกองทัพเรือของอิหร่านให้สิ้นซาก เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถไปสนับสนุนเครือข่ายความมั่นคงสร้างความปั่นป่วนแก่เสถียรภาพได้อีก และหลังจากนี้อิหร่านจะไม่มีโอกาสที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” นายทรัมป์กล่าวขู่ IRGC หากคิดสู้ตายลูกเดียวนายทรัมป์ยังกล่าวส่งท้ายว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯได้พยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดกับเจ้าหน้าที่ แต่ในทุกสงครามย่อมมีความสูญเสียและอิหร่านก็มีความมุ่งมั่นที่จะฆ่าอเมริกัน สิ่งที่สหรัฐฯกำลังทำก็เพื่ออนาคต นี่คือภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสูงส่งและกองทัพสหรัฐฯจะได้ชัยชนะในที่สุด เราคือกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ขอฝากถึงเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) กองทัพอิหร่าน และตำรวจอิหร่าน ให้ยอมวางอาวุธและจะได้รับความคุ้มครอง มิฉะนั้นสิ่งที่รออยู่ภายภาคหน้าคือความตายสถานเดียวปลุกชาวอิหร่านสู้เพื่อเสรีภาพ“ฝากถึงประชาชนชาวอิหร่านว่า เสรีภาพกำลังมาถึง หลบภัยอยู่ในที่ตั้ง อย่าออกนอกบ้าน เพราะข้างนอกอันตราย การทิ้งระเบิดจะเกิดขึ้นทุกแห่งหน และเมื่อสหรัฐฯเข้ายึดครองรัฐบาลอิหร่านได้แล้ว จะเป็นโอกาสครั้งเดียวในช่วงชีวิตที่พวกคุณจะได้เข้าบริหารประเทศกันเอง เป็นเวลาหลายปีที่ชาวอิหร่านพยายามขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ แต่ไม่มีประธานาธิบดีคนใดพร้อมทำในสิ่งที่ผมกำลังทำ มาดูกันว่าพวกคุณจะตอบสนองเช่นไร คว้าชะตาชีวิตมาเป็นของตัวเอง คว้าโอกาสของความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต นี่คือช่วงเวลาของการลงมือทำอย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป ขอให้พระเจ้าคุ้มครองทหารอเมริกันที่กล้าหาญ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองสหรัฐอเมริกา และขอให้พระเจ้าคุ้มครองทุกๆคน” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวทิ้งท้ายล้มโต๊ะ “เจนีวา” ทำให้ฟิวส์ขาดปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอล เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาคลี่คลายความขัดแย้งรอบ 3 ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ไม่สัมฤทธิผลในการเจรจาดังกล่าว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลอิหร่านทำลายศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ในเมืองฟอร์โดว์ นาทานซ์ และอิสฟาฮาน อย่างสิ้นเชิง พร้อมส่งมอบแร่ยูเรเนียมทั้งหมดในความครอบครองของอิหร่านมากักเก็บดูแลรักษาในสหรัฐฯ และข้อตกลงใดๆ ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน จะเป็นข้อตกลงแบบถาวร ไม่มีกำหนดระยะเวลาหมดอายุ ส่วนฝ่ายอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอไปยังสหรัฐฯ ก่อนการเจรจารอบ 3 ว่าอิหร่านจะยอมระงับการพัฒนาโครงการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเป็นเวลา 7 ปี และจะจำกัดความเข้มข้นของแร่ยูเรเนียมให้อยู่ที่ระดับ 3.6% จากที่เคยได้ทำ 60% (สร้างอาวุธนิวเคลียร์ใช้ 90%)แม่ทัพมะกันวางแผนเผด็จศึกระหว่างการเจรจารอบที่ 2 และรอบที่ 3 ฝ่ายสหรัฐฯ ยังเสนอเช่นกันให้รัฐบาลอิหร่านลดปริมาณขีปนาวุธในคลังแสง และดำเนินการแก้ไขให้ขีปนาวุธมีระยะทำการสั้นลง แต่รัฐบาลอิหร่านได้แสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า ประเด็นขีปนาวุธเป็นเรื่องที่ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ และภายหลังที่การเจรจาได้สิ้นสุดลง สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ และหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีทเจอร์นัล ได้รายงานยืนยันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับฟังบรรยายสรุปแผนปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ จาก พล.อ.แดน เคน ผู้บัญชาการคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ และ พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เสนอให้ผู้นำสหรัฐฯ เลือกตัดสินใจว่าจะดำเนินการโจมตีทางอากาศแบบจำกัดวง มุ่งเน้นการทำลายเป้าหมายทางทหาร ฐานขีปนาวุธ และศูนย์นิวเคลียร์ หรือจะเลือกโจมตีทางอากาศแบบขนานใหญ่นานกว่า 1 สัปดาห์ระดมสรรพกำลังตีโอบล้อมช่วง 2 เดือนก่อนศึกอิหร่านจะเริ่มขึ้น กองทัพสหรัฐฯ ยังเคลื่อนกำลังพลขนานใหญ่สู่ภูมิภาคตะวัน ออกกลาง ในลักษณะโอบล้อมอิหร่าน มีกองเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น พร้อมเรือพิฆาตคุ้มกัน 4 ลำ ประจำอยู่ในทะเลอาระเบีย ทางทิศใต้ของอิหร่าน ขณะที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินกองที่ 2 ยูเอสเอส เจรัลด์ ฟอร์ด ได้เดินทางถึงน่านน้ำเมืองไฮฟาของอิสราเอล เมื่อวันที่ 27 ก.พ. คิดปริมาณเครื่องบินจาก 2 กองเรืออยู่ที่กว่า 180 ลำผสมกันระหว่างเครื่องบินรบ F-18 และเครื่องบินรบพรางเรดาร์ รุ่น F-35ใช้ “จอร์แดน” เป็นฐานโจมตีขณะที่ฝูงบินรบและฝูงบินสนับสนุนรุ่นอื่นๆกว่า 500 ลำ อาทิ เครื่องบินรบอเนกประสงค์ครอบครองน่านฟ้าและทิ้งระเบิด รุ่น F-15 เครื่องบินขับไล่ F-16 หรือเครื่องบินรบพรางเรดาร์ขั้นสูง รุ่น F-22 ที่สหรัฐฯไม่เคยขายให้ใคร ไปจนถึงเครื่องบินตรวจการณ์เอแวครุ่นต่างๆและเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ ถูกทยอยส่งเข้าประจำการต่อเนื่องในอิสราเอล จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และกาตาร์ โดยระดมกำลังมากเป็นพิเศษในจอร์แดน ทางตะวันตกของอิหร่าน คาดใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลักในการโจมตีอิหร่านอิหร่านส่งจรวดร่อนโต้กลับช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศอิสราเอล กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศปิดน่านฟ้าอย่างเป็นทางการ ขณะที่สายการบินต่างๆของชาติตะวัน ออกกลาง รวมถึงแอร์ ฟรานซ์ของฝรั่งเศส และลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในพื้นที่สงครามแล้ว และมีรายงานเพิ่มเติมว่า กองทัพอิหร่านใช้ขีปนาวุธ จรวดร่อน ยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในคูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีรายงานเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่อง และรายงานยืนยันการโจมตีต่อฐานซ่อมบำรุงกองทัพเรือที่ 5 ของสหรัฐฯในบาห์เรน แต่ที่กาตาร์มีรายงานว่าระบบต่อต้านขีปนาวุธถูกยิงสกัดไว้ได้ในขั้นต้นตั้งผู้สืบทอดอำนาจ 4 ลำดับหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งนี้มีเป้าหมายระยะแรกคือมุ่งสังหารบุคคลสำคัญในรัฐบาลอิหร่าน อาจรวมถึงนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน แต่ก่อนหน้านี้ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานด้วยว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ปรับผังโครงสร้างอำนาจของรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯจะเดินหน้าแผนการปฏิบัติการทางทหารไล่ล่าสังหารแกนนำและบุคคลสำคัญในรัฐบาลและกองทัพอิหร่าน ได้แต่งตั้ง พล.อ.อาลี ลาริจานี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงสร้างอำนาจทางทหารความมั่นคง และปฏิบัติการทางการทูตทั้งหมด พร้อมให้คิดแผนสำรองไว้หลายชั้น รวมถึงแผนโครงสร้างการสืบทอดอำนาจไว้อย่างน้อย 4 ลำดับ กรณีที่แกนนำในรัฐบาลและกองทัพ รวมถึงอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ถูกกองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดสังหารเสียชีวิตแฉแผนให้กองทัพยิวเปิดก่อนส่วนสำนักข่าวการเมืองโพลิติโกรายงานว่า ที่ปรึกษาระดับสูงของประธานาธิบดีสหรัฐฯต้องการให้กองทัพอิสราเอลเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีอิหร่านก่อน และเมื่อกองทัพอิหร่านตอบโต้กลับสหรัฐฯ จะมีเหตุผลไปอธิบายประชาชนได้ว่าทำไมต้องใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่านใช้ชื่อปฏิบัติการ “สิงโตคำราม”วันเดียวกัน สำนักข่าวไทมส์ ออฟ อิสราเอล รายงานอ้างแหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมอิสราเอลว่า ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านครั้งนี้ มีชื่อรหัสว่า “สิงโตคำราม” (Roaring Lion) ชื่อดังกล่าวมาจากการตัดสินใจของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล พร้อมยืนยันว่าเป้าหมายของปฏิบัติการคือการสังหารบุคคลระดับสูงในรัฐบาลอิหร่าน รวมถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน และนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า การโจมตีระลอกแรกของสหรัฐฯ-อิสราเอล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการเมืองและนายทหารระดับสูงของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านเสียชีวิตจำนวนหนึ่งจี้ “ยูเอ็น–ชาติมุสลิม” ประณามขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์ว่า บททดสอบทางประวัติ ศาสตร์ได้มาถึงแล้ว กองทัพอิหร่านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซีย และได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้า ไม่ลังเลที่จะปกป้องประเทศที่รักอย่างสุดกำลัง ประวัติศาสตร์พิสูจน์มาตลอดว่าชาวอิหร่านไม่เคยยอมจำนนต่อภัยคุกคามจากต่างชาติ เราจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและทำให้ผู้รุกรานต้องเสียใจ โอกาสนี้อิหร่านขอเรียกร้องให้ชาติสมาชิกองค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางและชาติมุสลิม ร่วมกันประณามสหรัฐฯ และร่วมกันเผชิญหน้าภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงครั้งนี้กต.แนะคนไทยหนีการสู้รบเวลา 16.06 น. วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เผยแพร่ ประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) ระบุว่าตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างจนอาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศ ขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ (หากยังเปิดให้บริการ) หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัย (shelter) ป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธได้ให้บริการอยู่โดยเร็วไม่จำเป็นอย่าเสี่ยงเข้าพื้นที่เพจเฟซบุ๊กกระทรวงการต่างประเทศยังให้คำแนะนำอีกว่า นอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวดพิจารณาการตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด กรณีที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วนสามารถติดต่อสถานเอกอัคร ราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมงร้านทองหยุดขายทองคำแท่งหลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้น ราคาในตลาดทองคำโลกผันผวนรุนแรง ร้านค้าทองคำของไทยทุกรายได้หยุดขายทองคำแท่งเพื่อลดความเสี่ยง “ฮั่วเซ่งเฮง” (HUA SENG HENG) ร้านค้าทองคำรายใหญ่ของประเทศ ประกาศงดซื้อ-ขายออนไลน์และทองคำแท่งทุกชนิด เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาทองคำมีความผันผวนสูง และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ตลาดซื้อ-ขายทองคำต่างประเทศปิดทำการ ทำให้ไม่มีราคาอ้างอิงชัดเจน บริษัทขอหยุดให้บริการระบบซื้อ-ขายออนไลน์ และทองคำแท่งทุกชนิดชั่วคราว จะเปิดให้บริการอีกครั้งวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. ขณะที่ร้านทองแม่ทองสุก (MTS GOLD) และ “วายแอลจี กรุ๊ป” งดซื้อ-ขายออนไลน์ และทองคำแท่งทุกชนิดชั่วคราวให้เหตุผลลักษณะเดียวกันแนะลูกค้า–ร้านค้าหยุดซื้อขายนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ผู้ประกอบการค้าทองคำรายใหญ่กำลังหารือเตรียมการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ราคาทองคำได้ชัดเจน เวลานี้ร้านทองส่วนใหญ่ประกาศไม่รับซื้อและขายทองคำแท่งแล้ว หากรับซื้อจะหาว่าเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะสถานการณ์ยังครึ่งๆ กลางๆ ขณะที่หากขายออกไปจะขาดทุน ร้านทองถึงประกาศไม่รับซื้อขายทองคำแท่งดังกล่าว คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ ควรหยุดการซื้อขายทองคำแท่งในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ ทั้งร้านทองและนักลงทุนไม่ควรเสี่ยงเด็ดขาดเนื่องจากความผันผวนสูงมาก หากร้านทองตั้งราคาสูงเผื่อความเสี่ยงไว้จะถูกลูกค้าตำหนิว่าเอาเปรียบ แต่หากใช้ราคาเดิมรับซื้อ-ขาย แล้ววันจันทร์ราคากระโดดขึ้นรวดเดียว 2,000 บาท ร้านทองจะขาดทุนย่อยยับเพราะไม่มีทองไปโปะคืน ควรรอให้ตลาดเปิดและมีราคาชัดเจน เป็นความยุติธรรมและปลอดภัยกับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ส่วนทองรูปพรรณยังซื้อขายได้ตามปกติชี้ทองคำจ่อทะลุ 8 หมื่นบาทนายจิตติกล่าวต่อว่า ทิศทางราคาทองคำในวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. หากสถานการณ์ความรุนแรงยังบานปลาย มีการตอบโต้ หรือมียอดผู้บาดเจ็บสูงและยังไม่ยุติลง ประเมินว่าราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสกระโดดขึ้นไปตั้งแต่ 100-200 เหรียญสหรัฐฯ หรืออย่างน้อย 150 เหรียญสหรัฐฯ หากตีเป็นเงินไทย ราคาทองคำจะบวกเพิ่มขึ้นไปมากกว่า 1,000 บาท หรืออาจจะพุ่งขึ้นถึง 2,000 บาทได้เลยทีเดียว จากปัจจุบันที่ราคาอ้างอิงของวันศุกร์อยู่ที่ระดับ 70,000 กว่าบาทต่อบาททองคำ คาดการณ์ว่าเปิดตลาดมาจะขยับทะลุขึ้นไปที่ระดับ 80,000 กว่าบาทคาดตัวเลข 9 หมื่นบาทมาแน่ต่อข้อถามที่ว่า หากเปิดตลาดในวันจันทร์ คนแห่เทขายร้านทองจะรับมือไหวหรือไม่ นายจิตติกล่าวว่า ร้านทองต้องรับไหวและต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้ค้า ถึงอย่างไรเมื่อเปิดตลาดมามีราคาที่ชัดเจนแล้ว ต้องเปิดรับซื้อของลูกค้าตามกลไกปกติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนราคาทองคำมีโอกาสไปถึงระดับ 90,000 บาทหรือไม่ นายจิตติกล่าวว่า แม้จะไม่มีเรื่องสงครามเข้ามาราคาทองก็มีความผันผวนและมีโอกาสขยับขึ้นลงวันละกว่า 100 เหรียญอยู่แล้วจากความไม่แน่นอนของนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ เดิมทีคาดการณ์กันว่าในช่วงปลายปีนี้ราคามีโอกาสแตะ 90,000 บาทได้ แม้จะไม่มีสงคราม แต่เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงเข้ามาแทรกอาจเป็นปัจจัยเร่งทำให้ราคาทองคำไปถึงระดับ 90,000 บาทได้เร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้สาวไทยในบาห์เรนเห็นบึมคาตาเมื่อเวลาประมาณ 17.15 น. ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา ได้รับคลิปภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Malinee Buadaeng ระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่ฐานซ่อมบำรุง กองทัพเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในเมืองจุฟแฟร์ ประเทศบาห์เรน ถูกฝ่ายอิหร่าน ยิงขีปนาวุธถล่มเพื่อตอบโต้ทันควัน เมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.40 น. ตามเวลา ที่บาห์เรน หลังก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ฝ่ายอิหร่านถูกอิสราเอลและสหรัฐฯ ส่งฝูงบินทิ้งระเบิดใส่กรุงเตหะราน เมืองหลวงอิหร่าน และหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อกลับไปจนทราบว่าผู้ที่ถ่ายและส่งคลิปดังกล่าวมาให้คือ น.ส.มาลิณี บัวแดง อายุ 45 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาบกราด หมู่ 17 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ขณะนี้ เดินทางไปทำงานเป็นพนักงานนวดสปา อยู่ที่บาห์เรนมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว และเห็นเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาขีปนาวุธถล่มแหลกกว่า 10 ลูกจากการสอบถาม น.ส.มาลิณี หรือปุ้ย เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ทำงานเป็นพนักงานนวดสปาเดินทางไปกลับไทย-บาห์เรนมา 2 รอบแล้ว รอบนี้เพิ่งเดินทางมาได้ประมาณ 2 ปีเศษ เหตุการณ์ตามคลิปเป็นฝั่งอิหร่าน ปฏิบัติการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ห่างจากอาคารที่ตนทำงานประมาณ 1 กม.เศษ ระเบิดลูกแรกถูกยิงเข้าใส่ฐานทัพ ก่อนที่จะยิงตามมาต่อเนื่องอีกกว่า 10 ลูก จากนั้นเกิดฝุ่นควันจากการ ระเบิดพวยพุ่งตามคลิป จากนั้นทางการบาห์เรนได้สั่งอพยพคนออกจากพื้นที่ และมีรถตำรวจ รถทางราชการ รวมถึงรถเมล์ วิ่งเข้าไปในฐานทัพหลายคัน และยังมีรถตำรวจจอดอยู่รอบนอกอีก 7 คันคนไทยกว่า 30 คนปลอดภัยดี“หลังจากได้ยินเสียงระเบิดสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้เล็กน้อย แต่ทุกคนที่ทำงานอยู่ในตึกปลอดภัยดี ในตึกที่ทำงานมีคนงานไทยอยู่ประมาณ 30 คน ตอนแรกรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็รู้สึกดีขึ้นและไม่ได้กังวลอะไร เพราะนายจ้างดูแลพนักงานดีมาก พร้อมให้พนักงานทุกคนถือพาสปอร์ตเอาไว้ในมือเผื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจะได้พร้อมอพยพได้ทันที ตอนนี้บาห์เรนได้ประกาศปิดสนามบินแล้ว ส่วนตัวยังมองว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์บานปลายมากไปกว่านี้ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นการยิงเข้าใส่ฐานทัพเท่านั้น ไม่ได้หวังทำร้ายพลเมืองผู้บริสุทธิ์ ขอดูสถานการณ์ก่อนจะมาคิดเรื่องการอพยพกลับไทย” น.ส.มาลิณีกล่าวพันธมิตรหนุนอเมริกาลุยต่อด้านพันธมิตรชาติตะวันตกของสหรัฐฯต่างแสดงปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ความมั่นคงที่เกิดขึ้นในอิหร่าน นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่าสถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายจะเป็นอันตรายต่อทุกคน จำเป็นต้องหยุด รัฐบาลอิหร่านควรเข้าใจได้แล้วว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเจรจาอย่างจริงใจเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธ เช่นเดียวกับการกระทำต่างๆที่บั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค ขณะที่โฆษกรัฐบาลอังกฤษ ออกแถลงการณ์ว่า ไม่ควรให้อิหร่านได้มีโอกาสพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ รัฐบาลอังกฤษให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพลเมืองอังกฤษในภูมิภาค และรัฐบาลพร้อมปกป้องผลประโยชน์ เราไม่อยากเห็นสถานการณ์ลุกลามบานปลายสู่ระดับภูมิภาค ขณะที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย กล่าวประณามการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล และรัสเซียได้หารือกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่เผยรายละเอียดจรวดยิวถล่ม ร.ร.หญิง 53 ศพช่วงค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอลในพื้นที่ภาคใต้ของอิหร่าน ได้ส่งผลให้โรงเรียนประถมหญิงล้วนในพื้นที่เมืองมินาบ ถูกยิงด้วยจรวด 3 ลูก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 ศพ บาดเจ็บ 63 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบซากปรักหักพังค้นหาผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตเป็นเด็กนักเรียนมากน้อยเพียงใด ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษรายงานว่า ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงข่าวนี้ได้ซาอุฯเตือนอิหร่านระวังผลลัพธ์ส่วนกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงประณามรัฐบาลอิหร่านที่ยิงขีปนาวุธตอบโต้เข้าไปในประเทศตะวันออกกลาง ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียขอแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประเทศบ้านพี่เมืองน้อง และพร้อมที่จะใช้ศักยภาพทั้งหมดของซาอุฯเพื่อสนับสนุนมาตรการต่างๆของประเทศที่ถูกอิหร่านโจมตี ขอเตือนอิหร่านให้ระวังผลลัพธ์ที่ตามมาจากการละเมิดอธิปไตยและหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในกรุงริยาดของซาอุฯรายงานด้วยว่าได้ยินเสียงระเบิด 2-3 ครั้ง แต่ทางการปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่