นายอดัม ยานุสซ์ มีลคาเร็ก อายุ 59 ปี นักประวัติศาสตร์ชาวโปแลนด์ ไปเยือนเขมร ติดต่อกับครอบครัววันสุดท้ายเมื่อ 21 มกราคม 2026 ระหว่างออกเดินทางจากเสียมราฐไปยังกรุงพนมเปญ หลังจากนั้นก็ไม่ติดต่อทางบ้านอีกเลยนางคามิลา ลินด์ น้องสาวของนายมีลคาเร็กใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ติดตามสัญญาณมือถือ พบว่าเมื่อ 22 มกราคม 2026 โทรศัพท์ไปอยู่ที่มุมถนนหมายเลข 164 และ 149 และ 25 มกราคม 2026 มีบันทึกการเข้าใช้งานครั้งสุดท้ายที่ถนนหมายเลข 111 หลังจากนั้นโทรศัพท์ก็ปิดการใช้งาน ติดตามไม่ได้ครอบครัวของนายมีลคาเร็กจึงไปขอความช่วยเหลือจากคณะทูต และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากนายมีลคาเร็กเป็นนักประวัติศาสตร์ชาวโปแลนด์ ที่พำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร ครอบครัวจึงแจ้งตำรวจนครบาลในลอนดอนให้เปิดการสอบสวนคดีคนหายมีการร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตโปแลนด์ในกรุงเทพฯ รวมทั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของโปแลนด์ในกรุงพนมเปญ มีการเผยแพร่รูปและประกาศคนหายในกลุ่มโซเชียลมีเดียของชาวโปแลนด์ในเขมร เวียดนาม และไทยจากความพยายามของหลายหน่วยงาน บั้นปลายท้ายที่สุด ก็พบนายมีลคาเร็กที่กรุงพนมเปญในสภาพผอมโซ น้ำหนักหายไป 15 กิโลกรัม ถูกปล้น คนร้ายเอาเอกสาร โทรศัพท์ รองเท้า และแว่นตา ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดียชะตากรรมของนายมีลคาเร็กก็คงจะอยู่อย่างลำบากยากเข็ญในแผ่นดินเขมรสมัยนี้มีโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่การเดินทางท่องเที่ยวของบุคคลไปในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะการผจญภัยคนเดียวเป็นที่สนใจของผู้ติดตาม ผมไปประเทศเอกวาดอร์ในภูมิภาคอเมริกากลาง พอรู้ว่าเป็นคนไทย ก็มีคนกลุ่มหนึ่งชวนคุย บอกว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนมีคนไทยมาเช่ามอเตอร์ไซค์ขับแล้วก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ติดต่อหน่วยงานไหนไม่ได้ ชาวบ้านก็ช่วยกันฝัง รู้ว่าเป็นคนไทยเพราะดูจากหนังสือเดินทาง (ซึ่งตอนหลังหายไป ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใคร) ทุกคนต้องทำมาหากิน ไม่มีใครสนใจที่จะไปติดต่อหน่วยงานว่าจะต้องส่งร่างกลับไทยอย่างไร ง่ายที่สุดคือการฝังหน่วยงานราชการของบางประเทศไม่ได้สนใจว่าคนประเทศของตัวจะไปตกระกำลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างไร ไม่เหมือนกับสถานทูตอย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือไทยที่ช่วยเหลือคนของประเทศตนเองอย่างเต็มที่ค.ศ.2015 สตรีญี่ปุ่นไปเที่ยวรัฐเบงกอลตะวันตก โดนคนอินเดีย 5 คนรุมโทรมข่มขืน ปีเดียวกัน นักศึกษาหญิงชาวญี่ปุ่นอีกคนหนึ่งไปเมืองชัยปุระ เจอชายอินเดีย 3 คนลากไปข่มขืนแม้แต่ตามสนามบินก็อันตราย เคยมีนักท่องเที่ยวหญิงชาวเกาหลีใต้ถูกเจ้าหน้าที่ฝากสัมภาระของสนามบินที่อินเดียกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พอโวยวาย ทุกคนก็ปฏิเสธ ถ้าเจ้าหน้าที่สถานทูตไม่เอาเรื่องจริงจัง ก็ไม่มีการไปตรวจกล้องวงจรปิด และได้เห็นภาพของจริงเขมรเป็นดินแดนที่มีรายงานเรื่องความไม่ปลอดภัยสำหรับชาวต่างประเทศมากที่สุด มีคนหายเป็นประจำ บางทีถูกปล้นและทำร้ายจนตาย แทนที่ตำรวจเขมรจะจัดการ ปล่อยให้ชาวบ้านนำร่างใส่ถุงดำไปทิ้งไว้ตามกองขยะก็มีโซเชียลมีเดียสร้างความฝันจินตนาการสูงให้กับคนรุ่นใหม่ ในเรื่องการผจญภัยไปตามประเทศต่างๆ อยากจะเรียนครับว่าถ้าไปคนเดียวหรือกลุ่มเล็กๆเป็นอันตราย แม้จะมีผู้ชายไปด้วย ในหลายประเทศก็ไม่วาย ผู้ชายถูกทำร้ายและผู้หญิงโดนข่มขืน โดยเฉพาะคู่ฮันนีมูนที่ชอบของแปลก ไปยังสถานที่ แปลกๆ พฤติกรรมชอบเสี่ยง ทำให้เผชิญกับหายนะภัยที่บางครั้งถึงขนาดสูญเสียชีวิตอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเกือบลืม ผมเคยไปเพตราที่จอร์แดน พบนิสิตมหาวิทยาลัยดัง หน้าตาดี ถูกแฟนต่างประเทศทิ้งแล้วขอความช่วยเหลือ บางประเทศผมก็ได้รับการขอร้องจาก ฯพณฯ เอกอัครราชทูต ขอฝากผู้หญิงไทยที่ไปตกระกำลำบากในต่างแดน นั่งเครื่องบินกลับเมืองไทยมาพร้อมกับผมเรื่องต่างๆอย่างนี้ต้องช่วยกันนำมาเผยแพร่ เพื่อตักเตือนพวกที่มองโลกในแง่ดี ดูโลกในมิติที่สดสวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวในเขมร ซึ่งปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่อันตรายมากที่สุดในโลก.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม