ประเทศที่ถูกปักหมุดให้เป็นพื้นที่ความขัดแย้ง นอกจาก ตะวันออกกลาง อิหร่าน อิสราเอล หรือ รัสเซีย-ยูเครน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเปลี่ยนแนวรบใหม่ของชาติมหาอำนาจปักหมุดให้ เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และไทย คุกรุ่นไปด้วยความขัดแย้งระหว่างประเทศและยังประกอบไปด้วย มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ กีดกันทางการค้า มาตรการทางด้านภาษีการนำเข้า ที่นำไปยึดโยงกับ การเมืองภายใน และ ทรัพยากรหายากทรัพยากรด้านพลังงาน สร้างความอ่อนแอด้านความสามารถในการแข่งขัน ในมิติต่างๆ จนในที่สุดก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือ รัฐบาลเวเนซุเอลาเริ่มจะออกมาโวยเพราะทนถูกกดขี่จากมาตรการด้านน้ำมันที่สหรัฐฯเป็นคนกำหนดไม่ไหว แต่ก็สายไปเสียแล้วการประชุมเศรษฐกิจโลก ครั้งที่ 56 หรือการประชุมดาวอส 2026 ที่มีประมุขประเทศต่างๆไม่น้อยกว่า 65 คน ซีอีโอบริษัทองค์กรชั้นนำอีกกว่า 830 คน จาก 130 ประเทศไประดมสมองที่จะชูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจโลกท่ามกลางภาวะการกดดันในปัจจุบันรัฐบาลไทย ก็ส่งตัวแทนไปร่วมประชุม เสนอยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ดันให้ไทยเป็นจุดเชื่อมโลก ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ก็คงพอจะนำมาเป็นประเด็นในการหาเสียงได้บ้างเท่านั้นเพราะข้อสรุปของการประชุมดาวอสที่เป็นความเห็นของนักวิชาการจาก ฮาร์วาร์ด มองว่า ข้อสรุปของการประชุมครั้งนี้ คือการยอมรับถึงการแตกแยกในระเบียบโลก เพราะโลกไม่ใช่อยู่ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านแต่กำลังเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบสิ้นเชิงจากในอดีตแปลเป็นไทยว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กฎเกณฑ์กติกาในอดีต ไม่ใช่ปัจจัยในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกอีกต่อไป แต่เป็นการกระตุ้นให้เหล่าผู้นำจะต้องเผชิญกับโลกแบบที่เป็นอยู่แทนที่จะนำโลกไปสู่สิ่งที่ปรารถนาเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่เรียกว่า ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศพันธมิตรที่เคยเป็นเสาหลักของระเบียบเศรษฐกิจมีแต่รอยร้าว ขาดความไว้วางใจระหว่างกันประเทศมหาอำนาจระดับกลางแสดงอิทธิพลอย่างชัดเจนมากขึ้นที่ประชุมหยิบยกกรณีของสหรัฐฯกับเวเนซุเอลา ข้อพิพาทสหรัฐฯและกรีนแลนด์มาเป็นโจทย์ให้ประเทศสมาชิกนำไปเป็นการบ้าน ในขณะที่บทบาทขององค์การสหประชาชาติ องค์กรนาโตลดลง เวียดนามตอบรับการเข้าเป็นคณะกรรมการสันติภาพของสหรัฐฯไปแล้ว ที่ไทยยังหาประตูทางออกไม่เจอแค่รบกันภายในยังเอาตัวไม่รอด.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม