สถานการณ์ชัดเจนแล้วว่าปฏิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐฯต่อประเทศเวเนซุเอลา เป็นไปในรูปแบบม้วนเดียวจบ มีภารกิจหลักคือการลักพาตัวนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภริยาจากบ้านพักในกรุงการากัสโดยตอนนี้ผู้นำเวเนซุเอลาและภริยาอยู่ระหว่างรอการดำเนินคดีในข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม สมรู้ร่วมคิดกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติด อยู่ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ซึ่งชะตากรรมติดคุกติดตะรางก็พอจะคาดเดาได้ เหลือเพียงแค่ว่ากระบวนการศาลจะเริ่มเมื่อใดและจะถูกคาดโทษนานเพียงใดอย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการของรัฐบาลสหรัฐฯครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ใช่หรือไม่ว่า “ใครจะทำอะไรก็ได้” ขอแค่มีอำนาจทางการทหารที่เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องมาสนใจระเบียบสากล ส่งกองทัพเข้าไปทิ้งระเบิดใส่เป้าหมาย ส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปบุกจับตัว “ผู้นำประเทศ” ที่ถูกตีตราว่าไม่ชอบธรรม มาจากการเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรม มีเอี่ยวผลประโยชน์สีดำเทา ถูกคว่ำบาตร และตั้งรางวัลนำจับนึกภาพว่าวันหนึ่ง ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของไทย เสียผลประโยชน์ทางสัมปทาน ไม่สามารถหากำไรกับไทยได้เหมือนเดิมเนื่องจากไทยเปลี่ยนนโยบาย ออกมาประกาศว่าผู้นำไทยคนนี้ขึ้นสู่อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง มีการโกงการเลือกตั้ง ก่อนเริ่มการคว่ำบาตรไม่รับสินค้าไทย และห้ามให้ประเทศอื่นๆรับสินค้าไทยเช่นเดียวกันจนวันดีคืนดีส่งกองทัพเข้าทิ้งระเบิดและจับกุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย (ของเขา) ก่อนที่จะประกาศส่งบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่เข้ามาบริหารประเทศไทย บอกว่าเป็นการฟื้นฟูความเสื่อมโทรม และหากทิศทางยังไม่พอใจก็อาจส่งทหารเข้ามาจับกุมทีมบริหารชุดใหม่ไปอีกแล้วแบบนี้จะอยู่กันอย่างไร เพราะในเมื่อผู้นำโลกอย่างอเมริกาสร้างมาตรฐานไว้เช่นนี้ หากมีคนอื่นจะทำบ้างก็แค่อ้างไปว่า ทีสหรัฐฯยังทำได้ทำไมฉันทำบ้างถึงมีปัญหา!?ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม