ปี 2026 ถูกมองว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของโลกยุคหลังโควิด–19 และยุค AI เต็มตัว ซึ่งไม่ใช่แค่การฟื้นตัวเท่านั้น แต่เป็นการปรับโครงสร้างใหม่ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ, การเมือง, สังคม และเทคโนโลยีที่ฝังตัวอยู่ในชีวิตประจำวันเทรนด์โลกปี 2026 เจาะแนวโน้มสำคัญรอบด้าน พบว่าเทรนด์เด่นมาแรงสุดคือ “เทคโนโลยี AI และโลกอัจฉริยะ เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลง” ปี 2026 AI จะไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีเสริม แต่กลายเป็นพื้นฐานของระบบการทำงานขององค์กรทั่วโลก ตั้งแต่การพัฒนาซอฟต์แวร์อัตโนมัติ ไปจนถึงระบบธุรกิจอัจฉริยะ การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI จะยิ่งขยายตัว โดย AI ทำงานที่ซ้ำซ้อนและซับซ้อน ส่วนมนุษย์จะเน้นคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเชิงลึก กระนั้น ความปลอดภัยของไซเบอร์กลายเป็นหัวใจสำคัญของยุค AI ครองโลก การโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น ทำให้ AI เป็นทั้งเครื่องมือโจมตีและป้องกัน ซึ่งการป้องกันเชิงรุกจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กรใหญ่ๆทั่วโลก“เทรนด์เศรษฐกิจ ปี 2026 ทิศทางเติบโตช้าแต่ยั่งยืน ท่ามกลางความไม่แน่นอน” รายงานของธนาคารโลกบ่งชี้ว่า ปี 2026 เศรษฐกิจโลกจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราปานกลาง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะลดความยากจนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ขณะที่ OECD เตือนว่า การขึ้นภาษีและนโยบายการค้าทั่วโลกอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงในบางช่วง แต่แรงผลักดันจากการลงทุนด้าน AI ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญช่วยหนุนเศรษฐกิจโลกให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าภายใต้แนวโน้ม “The K–Shaped World” การเติบโตทางเศรษฐกิจจะแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกลุ่มอุตสาหกรรมและประเทศ โดยมี AI และเทคโนโลยีเป็นตัวเร่ง ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆอาจเติบโตช้าหรือถดถอย ในบริบทของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศว่า จะใช้ดิจิทัล, อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการลงทุนในปี 2026 โดยมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านบาท ต้องจับตากันต่อไป“เทรนด์สังคมและวัฒนธรรม ปี 2026 เป็นยุคของการเชื่อมต่อทางอารมณ์และโหยหาความมีตัวตน” โลกยุคนี้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ทางสังคมระดับลึก ขณะเดียวกันก็ใส่ใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นและตัวตนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ทั้งในการทำงาน, การบริโภค และการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะเจน Z จะให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีความหมายมากกว่าแค่ความสวยงาม“เทรนด์สิ่งแวดล้อม ปี 2026 โลกร้อนใกล้แตะ 1.5 องศาเซลเซียส” ข้อมูลจาก “Met Office” ระบุว่า ปี 2026 มีแนวโน้มที่โลกจะร้อนกว่าอุณหภูมิยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความพยายามของนานาชาติในการรักษาข้อตกลงปารีสยังอยู่ในช่วงวิกฤติ!! ก่อนหน้านี้สมาชิกสหประชาชาติกว่า 180 ประเทศ ได้ลงนามใน “ความตกลงปารีส” เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายหลักคือการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส และพยายามจำกัดที่ 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก (NDC) ของแต่ละประเทศเอง“เทรนด์การบริโภค ปี 2026 เป็นปีของอาหารที่เน้นสุขภาพ, ความพึงพอใจในประสบการณ์ และฟังก์ชัน” ผู้บริโภคจะเลือกแบรนด์ที่สอดคล้องกับค่านิยมหรือคุณค่าทางสังคมมากขึ้น เช่น ความโปร่งใสของแบรนด์ ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังให้แบรนด์เปิดเผยข้อมูลตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ จนถึงการจ้างแรงงานอย่างเป็นธรรม “ความยั่งยืน” กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐาน ไม่ใช่แค่จุดขายและการสร้างภาพอีกต่อไป.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม