ก้าวสู่ปี 2569 เป็นช่วงเวลาน่าตื่นเต้นของวงการอวกาศโลก หลังจากหลายโครงการต้องล่าช้า โดยปีนี้อาจได้เห็น “ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม” ทั้งการส่งมนุษย์กลับไปใกล้ดวงจันทร์ การแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างเข้มข้นระหว่างมหาอำนาจ และการสำรวจจักรวาลในระดับที่ลึกและกว้างกว่าที่เคยเป็นมาหนึ่งในภารกิจที่ได้รับความสนใจอย่างสูงคือ “ภารกิจอาร์ทีมิส 2” (Artemis II) ขององค์การนาซา เตรียมส่งนักบินอวกาศ 4คนจากสหรัฐฯ และแคนาดา เดินทางโคจรรอบดวงจันทร์และกลับสู่โลกเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี นับตั้งแต่ยุคโครงการอพอลโล ภารกิจนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนการพานักบินอวกาศกลับไป “ลงจอด” บนดวงจันทร์ในภารกิจ “อาร์ทีมิส 3” (Artemis III) และการสำรวจอวกาศลึกในอนาคตขณะเดียวกัน การสำรวจดวงจันทร์ได้กลายเป็นเวทีการแข่งขันระดับโลก “จีน” ตั้งเป้าส่งนักบินอวกาศลงดวงจันทร์ก่อนปี 2573 และได้เริ่มทดสอบยานลงจอดสำหรับมนุษย์ “หลานเยว่” แล้ว ส่วนภารกิจ “ฉางเอ๋อ 7” (Chang’e-7) เตรียมออกเดินทางในช่วงฤดูร้อน เพื่อสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยใช้ยานแบบ “Hopper” ที่สามารถกระโดดจากพื้นที่มีแสงไปยังหลุมอุกกาบาตที่มืดสนิท เน้นการใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะทำงานในสภาพแวดล้อมสุดโหด พร้อมบรรทุกอุปกรณ์จากหลายประเทศ เช่น อียิปต์ อิตาลี รัสเซีย ไทย และประเทศอื่นๆ เพื่อค้นหาน้ำแข็ง น้ำ และสารระเหย ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญสำหรับภารกิจระยะยาวในอนาคตด้านองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) กำลังเดินหน้าภารกิจที่ทะเยอทะยานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ในโครงการ MMX (Martian Moons Exploration) เพื่อสำรวจและนำตัวอย่างจากดวงจันทร์ของดาวอังคาร “โฟบอส” (Phobos) กลับมายังโลก เพื่อศึกษาที่มาของระบบสุริยะและวางรากฐานสำหรับภารกิจมนุษย์ไปดาวอังคารในอนาคต หากสำเร็จ ญี่ปุ่นจะเป็นชาติแรกของโลกที่สามารถนำตัวอย่างจากบริวารของดาวอังคารกลับมาได้จริงนอกจากนี้ ปี 2569 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจจักรวาลเชิงลึก “หอดูดาว เวรา ซี. รูบิน” (Vera C. Rubin Observatory) ในชิลี จะเริ่มโครงการสำรวจท้องฟ้าซีกโลกใต้เกือบทุกคืนต่อเนื่องนาน 10 ปี เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของวัตถุในเอกภพ ทำความเข้าใจ หลุมดำ ดาวเคราะห์น้อย วิวัฒนาการของวัตถุท้องฟ้า รวมถึงไขปริศนา พลังงานมืดและสสารมืด ขณะที่นาซาเตรียมปล่อย “กล้องโทรทรรศน์ อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน” สู่อวกาศ เพื่อทำแผน ที่กาแล็กซีและค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ รวมถึงดาวเคราะห์ที่อาจเอื้อต่อการมีสิ่งมีชีวิต.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม