ใครก็อยากรู้?รัฐบาลคงส่งคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเงินกู้4 แสนล้านแล้ว เนื่องจากมีกำหนด 7 วัน ที่ต้องทำให้เสร็จ จากนี้ก็เป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา คิดว่าไม่น่าจะนาน เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนแต่ที่สนใจกันก็คือคำชี้แจงของรัฐบาลนั้น เนื้อหาสาระเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการใช้เงินอีก 2 แสนล้านที่จะปรับโครงสร้างพลังงาน2 แสนล้านแรกไม่น่าจะมีปัญหาเพราะเป็นความจำเป็นเร่งด่วนอยู่แล้วแต่ที่จะมีปัญหาคือ 2 แสนล้านสุดท้ายนี่แหละก็ไม่แปลกที่รัฐบาลเดินหน้าดำเนินการนโยบายช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางโดยนำเงินกู้ส่วนหนึ่งไปใช้แล้วเนื่องจากงบไม่พออย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ให้ประชาชนที่มีสิทธิได้ลงทะเบียนแล้วรอถึงดีเดย์เท่านั้น งวดนี้ประชาชนต้องควัก 40 อีก 60 รัฐบาลออกต่างจากคนละครึ่งที่เป็น 50 กับ 50ทำให้รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่รอความหวังอย่างใจจดใจจ่อก็ได้คะแนนไปแต่ประชาชนก็ต้องมีหนี้อีกก้อนใหญ่ๆอีกก้อนหนึ่งไม่รู้ว่าศาลจะว่าอย่างไร ก็ต้องเอาตัวบทกฎหมายมาว่ากันว่าเร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วน หากไม่ก็ต้องตีตกไปเพราะขัดรัฐธรรมนูญ!ฝ่ายค้านที่ยื่นคำร้องให้ศาลตีความก็ต้องการรู้ตรงนี้แหละแง่มุมหนึ่งที่มองกันก็คือรัฐบาลอาจชี้แจงว่าพลังงานเป็นความมั่นคงของรัฐ ด้านเศรษฐกิจจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการขนาดว่าประเทศยูเออียังถอนตัวจากโอเปกเพราะต้องการขายน้ำมัน เนื่องจากราคาสูงจึงต้องการเป็นอิสระที่จะขายเท่าใดก็ได้ไม่ต้องให้โอเปกกำหนดนี่เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจคงต้องดูว่าศาลจะตีความออกมาอย่างไร หากเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ดำเนินการต่อไป แต่ถ้าเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนก็ตกไปคือสามารถกู้ได้เพียง 2 แสนล้านบาทเท่านั้นรัฐบาลก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพียงแต่แผนงานที่จะดำเนินการก็ต้องถูกยกเลิกไปก่อน แต่ที่จะเสียหายคือการปฏิรูปพลังงานก็จะล่าช้าออกไปที่สำคัญก็คือจะต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นเพราะสถานการณ์เวลานี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงไปง่ายๆไปซื้ออนาคตกันต่อไปเป็นอันว่ารัฐบาลดำเนินการได้แค่ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นแต่เรื่องใหม่ๆ เรื่องใหญ่ๆยังทำอะไรไม่ได้อย่างเรื่อง “แลนด์บริดจ์” ดูท่าจะปิดเกมไปแล้วเพราะการสั่งให้ศึกษาใหม่ก็เหมือนกับเป็นทางถอยแล้ว!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม