ปูตินและทรัมป์หัวเราะเอิ๊กอ๊ากและจับมือพร้อมกันทั้งสองมือ นี่คือการพบกันอันอบอุ่น ต่างจากตอนเซเลนสกีที่ไปพบทรัมป์เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2025 ครานั้น เซเลนสกีไปพบทรัมป์ในสถานะลูกน้องไปร้องขอพบท่านเจ้านายสหรัฐฯให้เกียรติผู้นำรัสเซียอย่างสูง ทำให้ชาวโลกมั่นใจว่าสงครามรัสเซีย-อูเครน น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีปูตินและทรัมป์พบกันเพื่อแสดงให้เด็กดื้อเซเลนสกีเห็นว่า รุ่นใหญ่เขาปฏิบัติต่อกันอย่างไร รุ่นใหญ่อยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปแบมืออย่างที่ผู้นำอูเครนทำตัวเหมือนขอทานรัสเซียและสหรัฐฯคือเงาแห่งอำนาจ รัสเซียเหมือนเสือ สหรัฐฯเหมือนสิงโต เสือครองเงาจันทร์ในดงไม้ สิงโตครองแสงอาทิตย์กลางทุ่งสิงโตสหรัฐฯเป็นเจ้าทุ่งหญ้า ครองแผ่นดินที่ไม่มีร่มเงา คำรามแต่ละครั้ง แม้กระทั่งฟ้ายังสะท้าน ปกครองสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายด้วยบารมี เสือตัวใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในแผ่นดินรัสเซีย ตัวผู้โตเต็มวัยมีน้ำหนักเกือบ 300 กิโลกรัม มีความทนทานมากกว่าสัตว์สายพันธุ์อื่น ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ และอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร เราเรียกเสือนี้ว่าเสืออามูร์ หรือเสือไซบีเรียการพบกันระหว่างผู้นำรัสเซียและผู้นำสหรัฐฯในวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2025 ชาวโลกรำคาญเสียงเจี๊ยวจ๊าวที่แสดงความไม่เห็นด้วยของสมาชิกนาโตหลายประเทศ ประเทศพวกนั้นเป็นแค่หมูป่า หมาจิ้งจอก ค่าง กวาง เก้ง และจระเข้ผู้นำกลุ่มประเทศนอร์ดิก-บอลติก 8 ประเทศ ทั้งเดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ ลัตเวีย ลิทัวเนีย นอร์เวย์ และสวีเดน ชุมนุมสุมหัวออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า “อ้า พรมแดนระหว่างประเทศไม่ควรถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำลัง” แถลงการณ์นี้หมายถึง “ไม่เห็นด้วยในการยึดแผ่นดินอูเครนที่รัสเซียรบชนะ”กลุ่มประเทศนอร์ดิก-บอลติกยังตะโกนบอกทรัมป์ว่า “ อ้า ขอให้ท่านช่วยกันกดดันรัสเซียยุติสงคราม และขอให้หนุนนโยบายคว่ำบาตรรัสเซียต่อไป”นางยานา เชียร์โนโควา รัฐมนตรีกลาโหมสาธารณรัฐเช็ก ออกมาดูหมิ่นถิ่นแคลนการพบกันว่า “ง่า อ้า ดิฉันไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า มีแต่ว่า อ้า ปูตินเข้ามาทำลายความเป็นปึกแผ่นของนาโตและตะวันตก มาทำโฆษณาชวนเชื่อมากกว่า”นายเอสเปิน บาร์ท เออีเดอะ รัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์แสดงความวิตกกังวลที่เสือกับสิงโตเจอกัน แกตะโกนอย่างหัวเสียว่า “อ้า เราต้องกดดันและต้องส่งสัญญาณให้รัสเซียรู้ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนราคาแพงสำหรับการรุกราน”ผู้นำฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ เยอรมนี โปแลนด์ และฟินแลนด์ นั่งอย่างกะลิงป่วยที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต ต่างหยิบปากกามาลงนามในแถลงการณ์กดดันว่า “อ้า เส้นทางสู่สันติภาพ ไม่สามารถตัดสินโดยไม่มีอูเครน”ส่วนมาครง ประธานาธิบดีที่ถูกเมียตบหลายครั้งกระซิบว่า “อ้า รัสเซียเป็นผู้รุกราน ฝรั่งเศสและพันธมิตรทำถูกแล้วที่ช่วยอูเครนและคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อ 3 ปีก่อน เราจะยังทำต่อไป (หมายถึงฝรั่งเศสจะสนับสนุนให้มีสงครามต่อไป)”กลุ่มไวมาร์ไตรภาคีที่เริ่มต้นโดยเยอรมนี ฝรั่งเศส และโปแลนด์ (ตอนหลังเชิญยุโรปอีกหลายประเทศเข้าร่วม) บอกว่า “อ้า ยุโรปกับอูเครนต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ (รัสเซียกับสหรัฐฯ อย่างุบงิบคุยกันแค่ 2 ประเทศ)”พวกที่ออกมาโวยวายเป็นกลุ่มประเทศที่ในอดีตเคยโดนรัสเซียกำราบอย่างหมอบราบคาบแก้วหมดศักดิ์ศรีมาก่อนแทบทั้งสิ้น ประเทศพวกมีความหลังฝังใจและมีความแค้นฝังหุ่นกับรัสเซีย ทุกประเทศมีความหวังว่า ถ้าสหรัฐฯเข้าร่วมอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู เผ่าพันธุ์ของพวกตนก็มีโอกาสแก้แค้นแทนบรรพบุรุษได้ทว่า ประเทศที่พวกตนหวังว่าจะให้เป็นผู้นำถล่มรัสเซีย กลับไปยืนหงายมือรอจับกับรัสเซียกลางสนามบิน โอย ความหวังพวกฉันพังทลายหงายท้อง พวกเราเอ๋ย การที่ทรัมป์เจอปูตินครั้งนี้หมายถึงอูเครนและนาโตแพ้แล้วแปะ แปะ ผู้คนเกือบทั้งโลกปรบมือเชียร์การพบกันของสองผู้นำอันจะนำไปสู่ความสงบของมนุษยชาติทั้งปวงแต่เซเลนสกี ประธานาธิบดีอูเครน และผู้นำชาติสมาชิกนาโตทั้งหลายในซีกของยุโรปกลับบดฟันจนมีเสียงสั่นไปทั้งกราม.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม