ที่ไหนมีความขัดแย้ง ที่นั่นต้องมีเรา!! นี่คือจุดยืนล่าสุดของ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งทำตัวเป็นอัศวินม้าขาว ยื่นมือเข้าไปหย่าศึกข้อพิพาทระหว่างคู่ขัดแย้งสำคัญๆของโลก เพื่อหวังคว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในเดือนตุลาคมนี้ ลบภาพผู้นำบ้าอำนาจตัวป่วนโลกไม่รู้จบนอกจากจะได้รับการเสนอชื่อจาก “อิสราเอล” ให้เข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เพราะเป็นตัวกลางทำข้อตกลงยุติสงครามในฉนวนกาซา “ปากีสถาน” ก็ชูบทบาททรัมป์ที่ช่วยเจรจาหยุดยิงระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ขณะที่ “กัมพูชา” เอาใจทรัมป์ขั้นสุด เตรียมเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ หลังผู้นำอเมริกาเข้าแทรกแซงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จนนำมาสู่การหยุดยิงไม่ใช่แค่ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะตอนที่ “ประธานาธิบดีบารัค โอบามา” ได้ รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เมื่อปี 2009 ก็เจอวิจารณ์ว่ามอบรางวัลให้เร็วเกินไป เพราะเขาเพิ่งรับตำแหน่งได้ 9 เดือน โดยเหตุผลที่ชนะใจคณะกรรมการโนเบลคือ มีความพยายามเป็นพิเศษในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ และสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชน แม้ แต่เจ้าตัวยังเขียนในบันทึกความทรงจำ ปี 2020 ว่า ปฏิกิริยาแรกของเขาต่อการประกาศรางวัลนี้คือ ถามตัวเองว่าได้มาเพราะอะไรผู้นำโลกที่คว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก ยังรวมถึง “ยัสเซอร์ อาราฟัต” อดีตผู้นำปาเลสไตน์ ที่อยู่เบื้องหลังการจัดตั้งองค์การกำลังกึ่งทหาร ได้รางวัลปี 1994 ร่วมกับ “ยิตซัก ราบิน” นายกฯอิสราเอล และ “ชิมอน เปเรส” รมว.ต่างประเทศอิสราเอล จากผลงานบรรลุข้อตกลงสันติภาพออสโล ปูทางสู่การระงับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ การเสนอชื่ออาราฟัตก่อให้เกิดความปั่นป่วนภายในคณะกรรมการโนเบล ถึงขนาดมีสมาชิกลาออกเพื่อประท้วงสำหรับปี 2025 ตัวเต็งชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เรียกว่าท็อปฟอร์มทั้งนั้น โดยเฉพาะ “ยูเลีย นาวาลนายา” ภรรยาหม้ายของอดีตแกนนำฝ่ายค้านรัสเซีย “อเล็กเซ นาวาลนี” คู่ปรับตัวฉกาจของ “ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน” เธอประกาศจะขอสู้ตายสานต่อภารกิจของสามีที่โดนฆาตกรรม เพื่อล้มระบอบปูติน และปลดปล่อยรัสเซียให้เป็นอิสระ สอดคล้องกับแนวทางของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่เน้นมอบให้บุคคล หรือองค์กร ที่มีผลงานโดดเด่นในการส่งเสริมสันติภาพ, ประชาธิปไตย, ลดความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจระหว่างชาติพันธุ์ อีกหนึ่งตัวเต็งน่าสนใจคือ “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน ที่นำประเทศต่อต้านการรุกรานเต็มขั้นของรัสเซียในปี 2022 จนได้แรงสนับสนุนจากทั่วโลก กระนั้นวิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน และยังไม่สามารถหาทางสงบศึกได้ถามว่าโอกาสชนะรางวัลของ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” มีแค่ไหน แม้จะมีเสียงสนับสนุนและมีบทบาทชัดเจนบนเวทีโลก แต่ยังถูกขัดขวางจากภาพลักษณ์ทางการเมือง และแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของคณะกรรมการโนเบล เพราะรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ มีจุดยืนต่อต้านอำนาจนิยม, สนับสนุนประชาธิปไตย, สิทธิมนุษยชน และเน้นอุดมการณ์ที่ส่งเสริมสันติภาพอย่างยั่งยืน ทว่า ทรัมป์มีประวัติการใช้วาทกรรมรุนแรง และมีหลายนโยบายที่ขัดแย้งกับสิทธิมนุษยชน ท่าทีของทรัมป์ที่มีต่อยูเครน, นาโต และพันธมิตรยุโรป ยังถูกมองว่าบ่อนทำลายเสถียรภาพโลกกระนั้น เหตุผลสนับสนุนความสำเร็จของทรัมป์ก็มีอยู่บ้าง โดยฝ่ายสนับสนุนเชื่อว่าเขาน่าจะได้คะแนนเพิ่มจากการแสดงบทบาทพี่ใหญ่ของชาวโลก โดยมีส่วนในความสำเร็จของ “Abraham Accords” ความตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับหลายชาติอาหรับ และมีบทบาทในการเปิดโต๊ะเจรจาหยุดยิงระหว่างคู่ขัดแย้งสำคัญๆของโลก เช่น อิสราเอล-ฮามาส, อินเดีย-ปากีสถาน และไทย-กัมพูชา แถมฐานเสียงการเมืองของทรัมป์ก็ยังแข็งแกร่ง และเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชนหัวอนุรักษนิยม.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม