ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กล่าวถึงวิกฤติฉนวนกาซาต่อจากตอนที่แล้วว่า อิสราเอลปฏิเสธโดยสิ้นเชิงต่อโฆษณาชวนเชื่อเรื่อง “ความอดอยากทำให้ประชาชนอดตาย” ที่เผยแพร่โดยกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสนโยบายเช่นนี้ไม่มีอยู่จริง การระงับการส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและการกำหนดเส้นทางเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นความคิดริเริ่มของอิสราเอลโดยไม่ได้เกิดจากแรงกดดันของนานาชาติแต่อย่างใด ทว่าเป็นการตัดสินใจเพื่อป้องกันมิให้ฮามาสนำประเด็นด้านมนุษยธรรมมาใช้เป็นอาวุธทางการเมืองในขณะเดียวกัน ระหว่างที่อิสราเอลเปิดช่องทางด้านมนุษยธรรม ฮามาสยังคงปิดกั้นหรือแม้แต่โจมตีช่องทางเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ฮามาสได้ยิงจรวดใส่ศูนย์กระจายความช่วยเหลือที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกาซา บรรดาประชาชนที่พยายามขอความช่วยเหลือผ่านองค์กรอิสระอย่างมูลนิธิด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา (Gaza Humanitarian Foundation-GHF) กลับต้องเผชิญกับการใช้ความรุนแรงจากฮามาสเพียง 2 เดือนภายใต้การอำนวยความสะดวกจากอิสราเอล GHF สามารถส่งมอบอาหารกว่า 90 ล้านมื้อให้ประชาชนโดยตรงไม่ผ่านการควบคุมของฮามาส จึงไม่น่าแปลกใจที่ความริเริ่มจะถูกต่อต้านเป็นเรื่องน่าสลดใจที่สหประชาชาติกลับเมินเฉยต่อรูปแบบการกระจายความช่วยเหลือทางเลือก และยังยืนกรานจะทำงานผ่านระบบเดิมที่อยู่ภายใต้อิทธิพลฮามาส ผลคือปัญหาการขาดแคลนยังคงมีอยู่ ความช่วยเหลือถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ และประชาชนกลายเป็นเหยื่อของการก่อการร้ายและการถูกละเลยเพิกเฉยขอให้เข้าใจตรงกันว่า ความทุกข์ทรมานในกาซา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรม แต่ยังเป็นวิกฤติที่ถูกสร้างขึ้น ฮามาสต้องการให้พลเรือนทนทุกข์ทรมาน และจงใจนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาใช้เพื่อรักษา อำนาจ...นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาของอิสราเอล แต่ยังเป็นบททดสอบทางศีลธรรมของประชาคมระหว่างประเทศด้วย.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม