สงครามยูเครน–รัสเซียยังคงดำเนินไปอย่างเงียบๆ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังปั่นป่วนจากสถานการณ์สหรัฐฯตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศจีนโดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียยังคงปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องตลอดแนวรบ เริ่มจากภาคเหนือของยูเครน และจังหวัดคูร์สก์ของรัสเซียที่อยู่ติดกัน มีรายงานยืนยันว่ากองทัพยูเครนกำลังอยู่ในสภาพถอยร่นออกจากดินแดนของรัสเซีย และเริ่มกลับไปตั้งมั่นตามเส้นพรมแดนดั้งเดิม มิหนำซ้ำกองทัพรัสเซียยังเคลื่อนกำลังเข้าไปในจังหวัดซูมีของยูเครน และยึดหมู่บ้านไปอีก 2 แห่งคือบาซอฟกาและซูราฟกาโยกมายังสมรภูมิภาคตะวันออก ในจังหวัดโดเนตสก์และลูกานสก์ กองทัพรัสเซียอยู่ระหว่างคืบคลานรุกกินแดนและประสบความสำเร็จในการยึดหมู่บ้านแคเทอรินอฟกา ทางตอนเหนือสุดของจังหวัดโดเนตสก์ แต่สำหรับการรุกในภาคกลางของจังหวัดโดเนตสก์ กองทัพรัสเซียที่มีเป้าหมายเข้ายึดเมืองโปครอฟสก์ ที่มีทางหลวง 2 เส้นตัดผ่าน กำลังอยู่ในสภาพชะงักงันเนื่องด้วยกองทัพยูเครนได้ระดมกำลังพลสำรองเติมเข้าไปตามฐานที่มั่นต่างๆรอบเมือง และทำให้รัสเซียเลือกที่จะใช้ “กลยุทธ์นวด” ฝูงบินกองทัพอากาศและโดรนปฏิบัติการทิ้งระเบิด ลดจำนวนทหารฝ่ายยูเครนส่วนปฏิบัติการโจมตีระยะไกลนั้น ยังคงเป็นไปตามที่ตกลงกับสหรัฐฯ คือยกเว้นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แต่ยังคงมีการโจมตีโครงสร้างทางอุตสาหกรรม คลังเก็บกระสุน และศูนย์ความมั่นคงของยูเครนในแนวหลัง ไม่รวมถึงการทิ้งระเบิดใส่อาคารที่ฝ่ายรัสเซียอ้างว่า มีทหารยูเครนและทหารต่างชาติเสียชีวิต 85 นายที่สำคัญกองทัพรัสเซียมุ่งเน้นความสำคัญเรื่องการไล่ล่า “อาวุธหายาก” หรือหมายถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ของชาติตะวันตก อย่างรถถังเอบรัมส์ของสหรัฐฯ รถยานเกราะของฝรั่งเศส ซึ่งเหลือน้อยลงทุกขณะใช้โอกาสที่นานาชาติกำลังให้ความสนใจกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มความได้เปรียบในการ “ต่อรองสงบศึก” ที่ตอนนี้ทุกคนยังไม่มีเวลามาให้ความสนใจ.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม