การแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสงครามระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คนในสังคมและประชากรทั่วโลกยังคงเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์สงครามจะดำเนินอย่างเนิ่นนานมากว่า 8 เดือนทั้งแฮชแท็ก #EyesOnRafah หรือ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ราฟาห์ บนโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) หรืออินสตาแกรม ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยที่มีการทำอินโฟกราฟิกเป็นภาษาไทยถึงประเด็นนี้ ยังมีการเรียกร้องอิสรภาพให้แก่ปาเลสไตน์ในขบวนเรียกร้องความหลากหลายทางเพศ (ขบวนไพรด์) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการส่งต่อข้อมูลในประเด็นเกี่ยวกับ “อาณาเขตของดินแดนอิสราเอลและดินแดนปาเลสไตน์” ผ่านอินสตาแกรม โดยผู้ใช้บัญชีอินสตาแกรมรายหนึ่งระบุว่า “Add To Your Stories Google has removed Palestine from Maps and renamed the state as Israel” แปลได้ความว่า “กูเกิลได้ลบปาเลสไตน์ออกจากแผนที่ (กูเกิลแม็ป) และตั้งชื่อใหม่ว่า อิสราเอล” ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้มีการแชร์เนื้อหาดังกล่าวมากกว่า 621,000 ครั้ง บนอินสตาแกรม ยังมีการเผยแพร่ชุดข้อมูลนี้บนแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น เฟซบุ๊กและเอ็กซ์ พร้อมด้วยเสียงก่นด่าการลบปาเลสไตน์ออกจากแผนที่เช่นกันอย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบข้อมูลจะพบว่าประเด็นดังกล่าวมักถูกพูดถึงอยู่เป็นประจำบนโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งที่ผ่านมามี การตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact Check) จากสำนักข่าว ต่างประเทศทั่วโลก เช่น เอเอฟพีของฝรั่งเศส การ์เดียนของอังกฤษ และยูเอสเอทูเดย์ของสหรัฐ อเมริกา ที่ชี้ว่า กูเกิลไม่ได้ลบปาเลสไตน์ออกจากแผนที่ เพียงแต่ไม่เคยปรากฏชื่อของปาเลสไตน์ไว้ในแผนที่ของกูเกิลมาตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม กูเกิลได้ระบุพื้นที่พิพาทไว้เป็นเส้นประในบริเวณฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์เอาไว้แทน นอกจากนี้ สื่อยูเอสเอทูเดย์ยังรายงานอ้างแถลงการณ์ของกูเกิลในปี 2564 ว่า สาเหตุที่กูเกิลไม่ระบุปาเลสไตน์เอาไว้ในกูเกิลแม็ป เนื่องจากไม่มีความเห็นพ้องต้องกันในระดับนานาชาติ (International Consensus) ว่าอาณาเขตของดินแดนปาเลสไตน์ตั้งอยู่ที่ใดแม้ที่ผ่านมาองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และอีกหลายร้อยประเทศได้ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ แต่ยังมีบางประเทศที่ไม่ให้การรับรองคือ อิสราเอล สหรัฐฯ และชาติตะวันตกบางประเทศ.ญาทิตา เอราวรรณคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม