สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดบรรยากาศการเดินทางเยือนประเทศจีนเป็นเวลา 2 วัน ของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ค. ตามคำเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่ยังถือเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของนายปูติน นับตั้งแต่สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำรัสเซียอย่างเป็นทางการสมัยที่ 5 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาทั้งนี้ นายปูตินได้ปูทางการเดินทางเยือนประเทศจีน ด้วยการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซินหัวของจีนที่กรุงมอสโก โดยกล่าวว่าตัวเองและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประสบความสำเร็จในการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซีย-จีนเข้มแข็งที่สุดนับตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมา ซึ่งเป็นความสำเร็จจากการใช้หลักการของความเท่าเทียม ความไว้เนื้อเชื่อใจ เช่นเดียวกับการเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องผลประโยชน์ทางอธิปไตย ส่วนตัวนั้นมองว่าโลกใบนี้เปรียบเสมือนเปลที่โอบอุ้มมนุษยชาติ เป็นบ้านหลังใหญ่ที่อยู่อาศัยร่วมกัน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในโลกก็มองเช่นนี้อย่างไรก็ตาม นายปูตินยังกล่าวโจมตีด้วยว่า พวกชนชั้นสูงชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ เลือกที่จะไม่เคารพความหลากหลายทางอารยธรรมและวัฒนธรรม ปฏิเสธคุณค่าทางประเพณีที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายร้อยปี พร้อมเข้ายึดบทบาทแกนนำ บอกประเทศอื่นๆว่าใครควรคบใครไม่ควรคบ ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯที่ได้มาจากความบอบช้ำของประเทศอื่น นอกจากนี้ นายปูตินยังกล่าวขอบคุณความพยายามของจีนที่เสนอแผนสันติภาพสำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน และชื่นชมแนวความคิดของจีนเรื่อง ความมั่นคงที่ไม่สร้างความแตกแยก ซึ่งเป็นหลักประกันว่า ข้อวิตกกังวลของรัสเซียจะไม่ถูกละเลย ทั้งยังเป็นการปูทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืนด้านนักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯยังมองว่า การเดินทางเยือนประเทศจีนครั้งนี้ของนายปูติน นอกจากจะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์แบบ “ไร้ขีดจำกัด” ระหว่างรัสเซีย-จีนแล้ว ยังเป็นไปได้ว่านายปูตินอาจต้องการ 3 สิ่งจากจีน นั่นคือ 1.การสนับสนุนเพิ่มเติมจากจีนในเรื่องของสงครามยูเครน 2.การเข้าถึงตลาดการเงินของจีนและการเพิ่มมูลค่าการค้าของรัสเซีย 3.ข้อตกลงด้านพลังงานอาทิโครงการท่อก๊าซธรรมชาติรัสเซีย-จีนที่ชื่อว่าไซบีเรีย 2 ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าไรนัก การเยือนดังกล่าวยังมีขึ้นหลังนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ได้แก่เหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% เซมิคอน ดักเตอร์ในอัตรา 50% รถยนต์ไฟฟ้าในอัตรา 100% และแผงโซลาร์เซลล์ในอัตรา 50% มีมูลค่าการค้ารวมกันแล้วกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 648,000 ล้านบาท.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่