สยอง! สาวไทยถูกฆ่าในไต้หวัน หลังส่งพิกัดขอความช่วยเหลือจากแฟนหนุ่มไทยก่อนมาเจอเป็นศพถูกผลักตกเหวที่เขาต้าอูหลุน มีบาดแผลถูกแทงมือเท้า ด้านตำรวจไต้หวันเช็กกล้องวงจรปิดพบภาพหลักฐานสำคัญ ขณะผู้ตายขึ้นเขากับรอยเลือดเป็นทางยาวจนถึงจุดตก พร้อมคุมตัวผู้ต้องสงสัยนายจ้างหญิง ด้านแม่และป้าผู้ตายสุดช็อกเพิ่งโทร.คุยกันช่วงค่ำวันเกิดเหตุ โดยโทร.มาระบายเพิ่งย้ายงานใหม่ ทำงานเป็นแม่บ้านได้ 3 วัน แต่ถูกนายจ้างใช้งานหนักไม่ยอมให้พักผ่อน คาดฝีมือนายจ้างหญิงชาวลำปางเป็นคนฆ่า วอนตำรวจจับคนร้ายให้ได้ และอยากได้ศพกลับบ้านเกิดเหตุฆาตกรรมสาวไทยในต่างแดนโดยเมื่อวันที่ 12 พ.ค. สื่อท้องถิ่นไต้หวันรายงานเหตุสลด หญิงชาวไทย วัย 31 ปี ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตบนเขาต้าอูหลุน ไม่ไกลจากเมืองจีหลง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาจเป็นฝีมือของคนใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ได้พาตัวนายจ้างเป็นผู้หญิง แซ่หลิน ไปสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยหลัก พร้อมยื่นคำร้องต่อศาลขอควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมหลังให้การมีพิรุธสำนักข่าวอีทีทูเดย์ และยูไนเต็ด ทูเดย์ของไต้หวัน รายงานว่า หญิงไทยที่ถูกฆาตกรรมได้เดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อ 2 เดือนก่อน แต่อยู่ต่อเพื่อทำงาน โดยคืนเกิดเหตุวันที่ 10 พ.ค.เวลาประมาณ 23.00 น. ผู้ตายได้ส่งพิกัดโลเกชันให้แฟนหนุ่มชาวไทยที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน พร้อมส่งข้อความขอความช่วยเหลือว่า ถูกพาตัวมายังภูเขาต้าอูหลุน ทางตะวันออกของเมืองจีหลง เมื่อแฟนชาวไทยพยายามโทรศัพท์ติดต่อกลับไป ก็ไม่มีการรับสายแต่อย่างใด ทำให้แฟนของผู้ตายตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเพื่อนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองหัวเหลียน ให้ช่วยแจ้งความกับตำรวจ เนื่องจากตัวเองพูดภาษาจีนไม่ได้ผู้สื่อข่าวไต้หวันรายงานต่อไปว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองหัวเหลียนได้รับแจ้งความ ได้ประสานงานต่อไปยังตำรวจเมืองจีหลง ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่พิกัดดังกล่าว แต่ไม่พบใครในบริเวณนั้น เมื่อทราบข่าวดังนั้นแฟนชาวไทยจึงขอแรงเพื่อนๆ ที่รู้จักไปช่วยกันค้นหาที่ภูเขาต้าอูหลุนในช่วงเวลา 06.30 น.ของวันที่ 11 พ.ค. กระทั่งพบร่างไร้วิญญาณของหญิงไทยคนดังกล่าว ตกลงไปในเนินเขาและติดอยู่กับโคนต้นไม้ ห่างจากถนนไปประมาณ 10 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เดินทางมาช่วยเหลือ พบว่าร่างของผู้เสียชีวิตมีบาดแผลถูกแทงที่บริเวณมือและเท้า จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำกำลังมาตรวจสอบเพิ่มเติมด้านทีมสืบสวนตำรวจไต้หวันเปิดเผยว่าตอนมาถึงที่เกิดเหตุพบว่าแฟนผู้เสียชีวิตกำลังอยู่ในสภาพช็อกและพูดอะไรไม่ออก ไม่สามารถให้การอะไรได้ เจ้าหน้าที่จึงขอนัดแฟนผู้ตายและเพื่อนแรงงานชาวไทยอีก 2 คน เข้ามาให้การเพิ่มเติมในภายหลัง ขณะที่การตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ ยังพบรอยเลือดที่ทางเท้าริมถนนไม่ไกลจากบริเวณที่พบศพ พร้อมกับร่องรอยในลักษณะเหมือนคนถูกลาก สันนิษฐานเบื้องต้นว่าบริเวณที่พบรอยเลือดคือจุดที่ลงมือทำร้ายร่างกาย จากนั้นผู้ตายถูกลากมาและผลักตกลงจากเนินเขา นอกจากนี้การตรวจสอบสภาพศพยังพบว่าบาดแผลถูกแทงไม่ได้สาหัสนัก แต่เหยื่อเสียชีวิตจากการเสียเลือดหลังถูกผลักตกลงเนินเขา กระเด็นมาติดอยู่ที่โคนต้นไม้ตำรวจเมืองจีหลงยังระบุว่า ในบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบมีดที่ใช้ก่อเหตุ และไม่พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพหลักฐานผู้เสียชีวิตถูกพาขึ้นภูเขาต้าอูหลุนมาด้วยมอเตอร์ไซค์ ทำให้เจ้าหน้าที่ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหลักได้ว่าคือนายจ้างหญิง แซ่หลิน ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น ได้ให้การมีพิรุธตอนอธิบายว่าทำอะไรอยู่ที่ไหนในช่วงเวลาวันเกิดเหตุ ตำรวจจึงยื่นคำร้องต่อศาลขอควบคุมตัวชั่วคราวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวอีทีทูเดย์ของไต้หวัน รายงานอ้างว่าผู้ตายกับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุเป็นพี่น้องกัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีแรงจูงใจการก่อเหตุจากปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาเรื่องหนี้สินต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงสาวไทยที่ถูกฆาตกรรมรายนี้คือ น.ส.สุดธิดา แสนแสง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ 7 บ้านกุดนาค้อ ต.ตาดทอง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี จากนั้นในช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านดังกล่าว พบญาติและเพื่อนบ้าน นั่งจับกลุ่มพูดเรื่องการเสียชีวิตของ น.ส.สุดธิดาโดยนางดวงพร ช่างเหล็ก อายุ 59 ปี ป้า น.ส.สุดธิดา ผู้ตาย เล่าว่า ตนเป็นคนเลี้ยงผู้ตายมาตั้งแต่เด็ก เพราะแม่ผู้ตายจะไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ ผู้ตายแยกทางกับสามี มีลูก 2 คน เป็นผู้ชายทั้งคู่ อายุ 14 ปี และ 4 ขวบ เมื่อเดือนเมษายน 2566 ผู้ตายเดินทางไปทำงานร้านนวดแผนโบราณที่ไต้หวัน เพราะต้องการหาเงินเลี้ยงลูก และอยากทำบ้านให้ลูก โดยขอวีซ่าไป 3 เดือน พอวีซ่าหมดจะกลับบ้าน แต่ไม่อยากกลับเพราะได้เงินดีจึงทำงานต่อ ผู้ตายส่งเงินกลับมาเลี้ยงลูกเดือนละ 4,000-7,000 บาท และจะโทร.มาหา ลูกประจำเพราะห่วงลูกนางดวงพรกล่าวอีกว่า ทราบว่าผู้ตายได้ย้ายงานใหม่ ไปสมัครทำงานแม่บ้านได้ 3 วัน ผู้ตายโทร. กลับมาเล่าให้ฟังว่า นายจ้างใช้งานหนัก ไม่ยอมให้พักผ่อน นายจ้างเป็นชาวไต้หวัน แต่มีภรรยาเป็นคนไทยอยู่ จ.ลำปาง ทำงานหนักมาก แต่จะอดทนถ้าได้เงินเก็บสักก้อนมาทำบ้านใหม่ จะสะสมทองไว้ 4-5 บาท คืนเกิดเหตุผู้ตายโทร.มาเล่าว่า นายจ้างผู้หญิงใช้ซักกางเกงใน ด้วยความโมโหประกอบกับไม่ยอมให้กินข้าว ผู้ตายเลยเตะถังน้ำใส่นายจ้าง และช่วงเวลา 19.00 น.คืนเดียวกัน ผู้ตายเล่าว่านายจ้างชวนขึ้นไปเก็บผักบนภูเขา และเดินทางไปเวลา 20.00 น. พอตื่นเช้าแฟนหนุ่มชาวนครพนม ที่พบรักกันที่ไต้หวัน โทร.มาบอกว่าหลานสาวถูกฆ่าตายบนภูเขา เขาติดต่อกับหลานตลอดทำให้รู้พิกัดและเป็นผู้แจ้งตำรวจ“มีลางสังหรณ์หนังตาข้างขวากระตุก 2-3 วัน เสียใจที่สุด พอทราบข่าวก็แค้น เพราะเลี้ยงผู้ตายมาตั้งแต่เล็ก และยังเลี้ยงหลานอีก ลูกคนโตผู้ตายพอรู้เรื่องก็นั่งร้องไห้ สงสารหลานมาก ตนสงสัยนายจ้างจะเป็นคนฆ่า อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้” นางดวงพรกล่าวขณะที่นางผ่องอำไพ โคตรมณี อายุ 55 ปี แม่ผู้ตาย เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนมีลูก 2 คน น.ส.สุดธิดา เป็นลูกคนสุดท้อง ตนไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ โดยพี่สาวช่วยเลี้ยงผู้ตาย แต่เมื่อ 3 วันก่อนได้กลับมาบ้าน เพื่อหางานทำที่บ้าน และดูแลหลาน ก่อนลูกจะเสียชีวิต ได้โทร.คุยกับลูกตอนกลางคืน พอตื่นเช้ากำลังจะไปทำงาน เพื่อนลูกโทร.มาบอกว่าลูกฆ่าตัวตาย ตนยังเถียงไปว่าจะฆ่าตัวตายทำไม เพราะผู้ตายห่วงลูกมาก รู้สึกเสียใจมาก ใจสลาย สงสารลูกสาว ก่อนลูกจะเสียชีวิตตนมีลางสังหรณ์สุนัขหอนทั้งคืน คิดว่าคงเห็นวิญญาณเพื่อนบ้านที่ตายมากกว่า ไม่คิดว่าจะเป็นวิญญาณลูก อยากได้ศพลูกกลับบ้าน และอยากให้ทางการจับคนร้ายให้ได้อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่