ต่อกรณีที่ไต้หวันไม่ได้มีส่วนร่วมในการประชุมใหญ่องค์การอนามัยโลกนั้น จางจวิ้นฝู ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ยังอธิบายต่อจากตอนที่แล้วว่า มี 140 ประเทศที่ยอมรับในรัฐธรรมนูญว่าสุขอนามัยเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทว่ายังมีอีกหลายประเทศที่ไม่ได้ผ่านกฎหมายการคุ้มครองให้ประชากรของตนได้รับการดูแลด้านสุขอนามัยซึ่งทางไต้หวันเองได้พัฒนาความเป็นมืออาชีพด้านการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบูรณาการเสริมสร้างสวัสดิการสังคม ตั้งแต่การส่งเสริมความแข็งแกร่งของการรักษาระดับปฐมภูมิ การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากประชากรทุกคน ผลักดันโครงการสุขภาพจิต เสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายความปลอดภัยของสังคม และระบบการรักษาพยาบาลที่รวดเร็วคล่องตัววันอนามัยโลกประจำปี 2024 ภายใต้หัวข้อ “สุขภาพของเรา สิทธิของเรา” มีวัตถุประสงค์เรียกร้องให้ทุกคนมีสิทธิได้รับบริการด้านสุขภาพ การศึกษา และข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนความปลอดภัยของน้ำดื่มน้ำใช้ อากาศที่สะอาด โภชนาการที่ดี สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยและการทำงานที่เหมาะสม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลและภาคประชาชนของไต้หวันพยายามร่วมแรงร่วมใจกับมิตรประเทศและองค์กรระหว่างประเทศในการช่วยเหลือประชาคมโลก ทำให้สิทธิสุขอนามัยเกิดขึ้นจริง ไต้หวันอำนวยความช่วยเหลือในประเทศต่างๆ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล ปรับปรุงโภชนาการของเด็กและสตรี เขตภัยพิบัติ สนับสนุนทางจิตใจเชิงสังคมแก่ผู้อพยพ ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นการช่วยทำให้แนวคิด “สุขอนามัย คือสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่ง” ขององค์การอนามัยโลกกลายเป็นความจริงกระนั้น สิทธิสุขอนามัยของประชากร 23 ล้านคนในไต้หวันกลับถูกอนามัยโลกละเลยด้วยปัจจัยทางการเมือง เราจึงขอเรียกร้องไปยัง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยึดหลักการมืออาชีพและความครอบคลุม เชื้อเชิญไต้หวันเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลก กิจกรรม และกลไกอื่นๆ รวมทั้งการประชุมความตกลงภาวการณ์ระบาดใหญ่ทั่วโลกที่อนามัยโลกกำลังหารืออยู่ขณะนี้ เพื่อร่วมกันบรรลุเป้าหมาย “สุขอนามัย คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” ตามธรรมนูญของอนามัยโลก และวิสัยทัศน์ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ในการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ "หน้าต่างโลก" เพิ่มเติม