สุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ดังนั้น เมื่อมีข่าวการเกิดปรากฏการณ์นี้จึงตกเป็นที่สนใจของผู้คนมากมาย และต่างเฝ้ารอดูปรากฏ การณ์ที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง ซึ่งเมื่อ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้คนในประเทศแถบอเมริกา ตั้งแต่เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ได้เห็นเหตุการณ์ที่น่าทึ่งนี้อีกครั้งการมาของสุริยุปราคายังถือเป็นช่วงเวลาอันมีค่าต่อชุมชนวิทยาศาสตร์ แพม เมลรอย รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการบินและอวกาศ สหรัฐอเมริกา หรือนาซา ระบุว่า “นี่คือโอกาสทางวิทยาศาสตร์ที่เหลือเชื่อ” เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ จะอาศัยช่วงเวลานี้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับทุกสิ่งตั้งแต่ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ไปจนถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดของสัตว์ หรือแม้แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์ส่วนชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์จะให้ข้อมูลอะไร? ผู้บริหารระดับสูงของนาซาเผยว่าเมื่อดวงจันทร์โคจรถึงตรงหน้าดวงอาทิตย์และบดบังดวงอาทิตย์ ขอบชั้นบรรยากาศดวงอาทิตย์หรือ “โคโรนา” ที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ ก็จะมองเห็นได้ในลักษณะที่พิเศษมาก และยังจะช่วยให้กระจ่างยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ “เปลวสุริยะ” ที่เป็นการระเบิดอย่างฉับพลันของพลังงานที่ปล่อยรังสีออกสู่อวกาศซึ่งเกิดขึ้นในโคโรนานั่นเองสุริยุปราคาเต็มดวงยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ มีโอกาสศึกษาการเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก หรือไอโอโนสเฟียร์ เป็นจุดที่ชั้นบรรยากาศของโลกมาบรรจบกับอวกาศ และได้รับผลกระทบจากดวงอาทิตย์ เพราะเป็นชั้นที่ช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ตกไปสู่พื้นผิวโลก ซึ่งการลดลงอย่างมากของแสงแดดที่เกิดจากสุริยุปราคาที่รวดเร็วกว่าและเฉพาะจุดมากกว่า อาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้เพิ่มว่าแสงส่งผลต่อชั้นไอโอโนสเฟียร์อย่างไร ช่วงเกิดคราสยังทำให้เห็นพฤติกรรมของสัตว์ที่ตื่นตกใจ เช่น ยีราฟเคลื่อนไหวรวดเร็ว ไก่ขัน จิ้งหรีดร้องระงม จำนวนนกที่บินไปมาลดลง ทว่าสุริยุปราคาคราวนี้ นักวิทยาศาสตร์มองว่านกอาจมีแนวโน้มที่จะอพยพในช่วงสุริยุปราคามากขึ้น ปะเหมาะกับที่เป็นเดือน เม.ย.พอดีด้านองค์การนาซา ก็ระบุว่าเตรียมจรวด “ซาวน์ดิง ร็อกเก็ต” (sounding rocket) 3 ลูกยิงจากรัฐเวอร์จิเนียร์ เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงที่บรรยากาศชั้นบนของโลกทั้งก่อนหน้า ระหว่าง และหลังการเกิดสุริยุปราคา.ภัค เศารยะคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม