ชาวโลกต่างจับตาอย่างลุ้นระทึก เรื่องไฟสงครามในภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” หลังอิสราเอลอยู่ในโหมด “เลือดขึ้นหน้า” พร้อมที่จะฟาดฟันใครก็ตามที่เข้าข่ายว่าเป็นศัตรูของชนชาติยิวจัดหนักจัดเต็มทั้งสาดปืนใหญ่ เครื่องบินทิ้งระเบิดใส่ฉนวนกาซา ฐานที่มั่นของกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่ม “ฮามาส” ตัวการก่อเหตุโศกนาฏกรรมวันที่ 7 ต.ค. จัดชุดนักรบเดนตายข้ามพรมแดนเข้าไปสังหารทหาร พลเรือนชาวยิว และชาวต่างชาติในภาคใต้ของอิสราเอล ซึ่งมีชาวไทยเสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกันกงล้อประวัติศาสตร์หมุนวนซ้ำรอย “ความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล” บนดินแดนแห่งพันธสัญญา ผ่านไปร้อยวันพันปียังเวียนกลับมาไม่รู้จบเป็นภาพบรรยากาศความสูญเสียที่จะยุติลงก็ต่อเมื่อทางการอิสราเอลบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ เพียงแต่ครั้งนี้น่ากลัวยิ่งกว่าครั้งใดๆ เนื่องจากยิวประกาศภารกิจชัดว่าจะมีการขุดรากถอนโคน กำจัด ฮามาสให้หมดสิ้น ซึ่งงานนี้ย่อมหมายถึงการไล่สังหารแกนนำ ผู้บัญชาการ ไปจนถึงทีมงานต่างๆทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังจนเกิดคำถามสำคัญว่า หากตามรอยไปและพบว่ามีประเทศที่สามให้การสนับสนุนก็จะลงมือจัดการด้วยหรือไม่? โดยเฉพาะ “อิหร่าน” ที่รัฐบาลอิสราเอลและรัฐบาลชาติตะวันตกทั้งหลายชี้เป้าชัดเจนว่า เป็นแบ็กของกลุ่มฮามาส รวมถึงกลุ่มติดอาวุธอื่นๆเช่น กลุ่ม “ฮิซบอลเลาะห์” ในเลบานอนทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมารัฐบาลอิสราเอลมีการโจมตี “เตือนสติ” เข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะๆ เพื่อส่งสัญญาณว่าเรารับรู้ดีว่าอิหร่านกำลังจะทำอะไร แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการข่มขู่ ไม่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียในระดับใหญ่โต หรือกลายเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างไรก็ตาม ความโกรธแค้นของอิสราเอล จากเหตุการณ์ 7 ต.ค. ส่งผลให้ “เกมใต้ดิน” ถูกงัดขึ้นมาอยู่บนดินกันจนหมดเปลือก โดยรัฐบาลอิสราเอลออกมาประกาศอย่างชัดเจนเลยว่า “หากจำเป็นก็พร้อมที่จะกำจัดแกนนำของรัฐบาลอิหร่านออกจากพื้นผิวโลก เราทราบมาว่าอิหร่านมีแผนโจมตีอิสราเอลจากประเทศเพื่อนบ้าน หากตั้งใจโจมตีเราจริง อิสราเอลก็จะตอบโต้ไม่เฉพาะแนวรบเหล่านั้น แต่รวมถึงการตีหัวงูให้ตาย” ถือเป็นท่าทีแข็งกร้าวอย่างสุดโต่ง ต่างจากช่วงหลังเกิดเหตุหมาดๆที่อิสราเอลออกมาชี้แจงว่า การพูดถึงอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์เป็นเพียงการสร้างความรับรู้ที่มาที่ไป แก่ชาวโลกเท่านั้น และอิสราเอลมิได้ต้องการ “ทำสงคราม” กับอิหร่านแต่อย่างใดทั้งเป็นคำตอบโดยปริยายหรือไม่ว่า ใครอยู่เบื้องหลังเหตุสลด 7 ต.ค. ก็จะจัดการให้หมด แม้จะเป็นอิหร่านก็ตาม?สถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียด ณ เพลานี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า จุดยืนการ “ใช้กำลัง” ของรัฐบาลอิสราเอลประจวบเหมาะกับความเคลื่อนไหวของรัฐบาล “สหรัฐอเมริกา” ที่ประกาศยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอลอย่างเต็มรูปแบบอย่างพอดิบพอดีนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยอมฝ่าดงจรวดเยือนอิสราเอล พบปะเหยื่อความรุนแรง ให้กำลังใจนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก่อนกลับบ้านมาออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดรอบพิเศษทั่วประเทศ ประกาศแผนงบประมาณฉุกเฉินด้านความช่วยเหลือทางอาวุธยุทโธปกรณ์แก่อิสราเอล และสั่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 กอง ไป “สแตนด์บาย” ในภูมิภาคตะวันออกลางกระนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ที่ว่า รัฐบาลสหรัฐฯขอรัฐบาลอิสราเอลให้ “ชะลอ” การบุกโจมตีเข้าไปในฉนวนกาซา ซึ่งเหตุผลไม่ใช่เพราะเป็นห่วงตัวประกันชาวอเมริกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไว้ แต่เนื่องจากกองทัพสหรัฐฯต้องการ “เวลา” เซตระบบต่อต้านขีปนาวุธ ตามฐานทัพต่างๆทั้งในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต อิรัก จอร์แดน ซีเรียชีวิตพลเมืองย่อมเทียบไม่ได้กับความเสี่ยงที่ฐานอำนาจในตะวันออกกลางจะสั่นคลอน เนื่องจากระยะหลังความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับพันธมิตรในตะวันออกกลางเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกรณี “ซาอุดีอาระเบีย” ซึ่งมีบทบาทคานอำนาจกับอิหร่านเรื่อยมา เริ่มมีท่าทีตีใจออกห่าง ฟังอเมริกาน้อยลงและหันไปผูกมิตรจีน รัสเซีย รวมถึงอิหร่านมากขึ้นทั้งบ่งชี้อีกว่า หากเสียงปืนแตกมีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น สหรัฐฯก็พร้อมที่จะรับมือ มีการวางหมากเตรียมไว้บนกระดานหมดแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เริ่มที่จะสร้างความขนลุกแก่สื่อมวลชนในสหรัฐฯบางส่วน มองว่าสงครามใหญ่กำลังจะผุดขึ้นอีกแนวรบใช่หรือไม่ เพราะนักการเมืองในสภาคองเกรสทั้งพรรครัฐบาลเดโมแครตและพรรคฝ่ายค้านกำลังยกโขยงไปในทางเดียวกันว่า ท้ายสุดแล้วอาจต้องจัดการกับอิหร่านนายลินซีย์ เกรย์แฮม สว.รีพับลิกัน ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า ได้คุยกับรัฐบาลเดโมแครตแล้วว่า หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเปิดการโจมตีอิสราเอลในระดับมีความเสี่ยงต่อการ “คงอยู่” ของอิสราเอล ก็จะยื่นมติให้รัฐบาลใช้กองทัพสหรัฐฯร่วมมือกับอิสราเอล ปฏิบัติการยิงถล่มโรงกลั่นน้ำมันของอิหร่านทั้งหมด เราจะจัดการคุณแน่นอน เมื่อถูกถามนี่คือการประกาศสงครามกับอิหร่านใช่หรือไม่ นายเกรย์แฮมตอบว่า นี่คือการเตรียมใช้กำลังทางทหารกับอิหร่าน เพื่อทำลายแหล่งทุนสนับสนุนกลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์บทบาทที่อิสราเอลและสหรัฐฯได้แสดงออก มาทั้งหมดนี้ จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่รัฐบาลและประชาชนทั่วโลกจึงจับตาสถานการณ์อิสราเอล-ฮามาสอย่างใกล้ชิด เพราะตัวละครในภูมิภาคกำลังจ่อปืนเข้าหากัน และยื่นคำขาดในลักษณะที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อทุกสถานการณ์ความขัดแย้งย่อมจบลงด้วยการเจรจา แต่หากหนทางการเจรจาถูกปิดลงก็จะเหลือแค่ว่าใครแพ้ใครชนะ ซึ่งงานนี้เห็นชัดเลยว่าอิสราเอลและสหรัฐฯไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน.วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ "7 วันรอบโลก" เพิ่มเติม