กลับมาอีก 7 ศพ แรงงานไทยเหยื่อสงครามอิสราเอล-ฮามาส ครอบครัว “กุสะรัมย์” ได้ร่างลูกชายคนโตที่ตายเคียงคู่น้องชายกลับคืนสู่อ้อมกอดพ่อที่เฝ้ารอทั้งน้ำตา ส่วนแรงงานไทยกลับมาอีก 555 คน รวมยอดกลับแล้ว 4,296 คน แฉนายจ้างอิสราเอลหนีเอาตัวรอด ทิ้งคนงานกลางสงคราม ต้องซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัย 15 วัน ส่วนฝาแฝดแรงงานไทยที่ต้องจากกันเพราะสงคราม แฝดคนพี่กลับถึงบ้านเกิด ขณะที่แฝดคนน้องถูกฮามาสฆ่าตาย รอตรวจชันสูตรก่อนส่งศพกลับไทย นายกฯแย้มข่าวดีช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลเรื่องเงินกู้ วางแนวทางเบื้องต้นให้ ธ.ก.ส.-ออมสินปล่อยกู้ดอกต่ำ นำใช้หนี้นายหน้าแรงงานแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอลยังทยอยหนีภัยการสู้รบของอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสกลับมาเป็นระยะ จนถึงวันที่ 25 ต.ค. มีผู้เดินทางกลับมากกว่า 4 พันคน และยังทยอยเดินทางกลับมาอย่าง ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีการนำร่างแรงงานที่เสียชีวิต จากการสู้รบทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามและผ่านการ พิสูจน์ยืนยันอัตลักษณ์ส่งกลับมาให้ครอบครัวที่เฝ้ารอ เห็นหน้าครั้งสุดท้ายอย่างใจจดใจจ่อรวม 7 รายด้วยกัน หนีภัยสงครามกลับอีก 320 คนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อเช้าวันที่ 25 ต.ค. นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นำคณะเจ้าหน้าที่มารอรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยจำนวน 320 คน ที่เดินทางจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ด้วยสายการบิน Spicejet เที่ยวบิน SG 9014 ถึงไทยเวลา 07.00 น. มีเจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ตรวจร่างกายและสภาพ จิตใจของแรงงาน พร้อมแนะนำสิทธิการช่วยเหลือเยียวยา เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ดูแลกรณีแรงงานไม่มีเงินเดินทางกลับภูมิลำเนา กระทรวงยุติธรรมให้คำแนะนำการพักชำระหนี้ การไกล่เกลี่ยหนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานให้คำแนะนำการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์ จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้แรงงานไทยได้รับเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเร็วที่สุด โดยตั้งโต๊ะบริการที่ชั้น 2 ประตู 10 อาคาร ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศศพ 7 แรงงานไทยเหยื่อสู้รบมาด้วยนายนันทชัยกล่าวว่า แรงงานไทยกลับมาช่วง เช้า 320 คน ช่วงค่ำวันเดียวกันกลับมาอีก 235 คน รวมยอดผู้ที่กลับมาจนถึงวันที่ 25 ต.ค. จำนวน 4,296 คน รวม 26 เที่ยวบิน ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัคร ราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แจ้งว่า มีผู้ขอเดินทางกลับจำนวน 8,478 คน ไม่ขอกลับ 123 คน ผู้ถูกจับ เป็นตัวประกัน 19 ราย บาดเจ็บ 18 ราย (ไม่สามารถ ระบุชื่อได้ 1 ราย) เสียชีวิต 30 ราย (ยืนยันจากทางการอิสราเอลแล้ว 15 ราย) ส่งร่างกลับไทยแล้ว 8 ราย และส่งกลับมาอีก 7 ราย โดยสายการบิน EL AL เที่ยวบินที่ LY083 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 10.35 น. วันที่ 26 ต.ค. มีรายชื่อดังนี้ นายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ ชาว อ.หนองหาร จ.อุดรธานี นายพิรุฬห์ ทานนท์พิมพ์ ชาว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายศักดา สุรคาย ชาว จ.หนองคาย นายอภิชาติ กุสะรัมย์ ชาว จ.ขอนแก่น นายศรีทัศน์ กาเหว่า ชาวจ.กำแพงเพชร นายนิติกร แซ่ว่าง ชาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงรายร่าง “กุสะรัมย์” คนพี่กลับคืนสู่พ่อผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 7 ราย ที่ถูกส่งร่างกลับมารอบนี้ มีนายอภิชาติ กุสะรัมย์ อายุ 29 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ที่ไปทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์พร้อมน้องชายคือ นายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี ถูกกลุ่มฮามาสบุกยิงเสียชีวิตทั้งสองคนนอนตายเคียงกัน และศพนายพงษ์เทพถูกส่งกลับมาก่อน เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ครอบครัวได้เผาไปเป็น ที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 23 ต.ค. และนายลำเพย กุสะรัมย์ ผู้เป็นพ่อ ได้เฝ้ารอร่างลูกชายคนโตกลับมาทำพิธีทางศาสนาและยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายไป พร้อมกันทีเดียวสองคน นอกจากนี้ ยังสูญเสียหลานชายอีกคนในเหตุการณ์รุนแรงที่อิสราเอลด้วย จึงนับ ได้ว่านายลำเพยเป็นผู้ที่สูญเสียมากที่สุดจากสงครามความขัดแย้งของอิสราเอล-ฮามาสแฉนายจ้างทิ้งคนงานหนีเอาตัวรอดที่ จ.กาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายกิติภูมิชัย วงศ์สนิท นอภ.ห้วยเม็กนำคณะไปต้อนรับการกลับบ้านของนายวิไล เทพเหมือนไพร อายุ 40 ปี แรงงานไทยที่เพิ่งเดินทางกลับจากอิสราเอล ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 บ้านหาดทรายมูล ต.พิมูล อ.ห้วยเม็ก มีญาติพี่น้องที่ทราบข่าวพากันมาแสดงความยินดีที่รอดปลอดภัยจากสงครามเข้ากอดรับขวัญนายวิไล เจ้าตัวกล่าวว่า ทันทีที่กลับถึงแผ่นดินไทยเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ช่วงที่เกิดเหตุการณ์สู้รบ ที่พักอยู่ห่างจากฉนวนกาซาเพียง 7 กม. ได้ยินเสียงยิงขีปนาวุธยิงสกัดกันบนท้องฟ้าเหนือหัวทั้งวันทั้งคืน ขณะที่นายจ้างเอาตัวรอดหนีไปหลบภัยที่อื่น ปล่อยให้ตนกับเพื่อนแรงงานชาวสกลนครอีก 4 คน เผชิญชะตากรรมลำพัง ต้องซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัยจะออกไปไหนก็ไม่ได้ กลัวถูกกลุ่มฮามาสยิงและกลัวอันตรายจากสะเก็ดระเบิด พอมีโอกาสก็โทร.ไปสถานทูตไทยขอความช่วยเหลือส่งกลับบ้านและส่งข่าวมาให้ทางบ้านทราบว่าปลอดภัย ยังดีที่ยังมีน้ำมีอาหารเหลือให้กินประทังชีวิตตลอด 15 วันที่อยู่ในหลุมหลบภัย จนได้รับการช่วยเหลือจากทหารอิสราเอล หลั่งไหลไปขอรับสิทธิประโยชน์เพียบที่ศูนย์ราชการแรงงานจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐนครพนมรายงานว่า ยังเนืองแน่นไปด้วยแรงงานไทยชาวนครพนมที่กลับมาจากอิสราเอล ที่เดินทางไปขึ้นทะเบียนยืนยันกลับบ้านปลอดภัย พร้อมขอรับสวัสดิการตามสิทธิ์และขอรับเงินค่าตั๋วเครื่องบินคืนกรณีจ่ายเงินล่วงหน้าซื้อตั๋วกลับมาไทย ทั้งนี้ ยอดแรงงานไทยชาวนครพนมที่ไปทำงานในอิสราเอล มีกว่า 2,100 คน กลับถึงบ้านเกิดยืนยันตัวตนแล้วกว่า 180 คน มีญาติแจ้งสูญหายขาดการติดต่อ 5 ราย ส่วนการเสียชีวิตยังไม่ยืนยันชัดเจนเป็นเพียงการบอกเล่า ต้องรอผลการตรวจชันสูตร รวมถึงตรวจอัตลักษณ์บุคคลส่งกลับไทยให้ญาติยืนยันแฝดพี่รอดแฝดน้องถูกฮามาสฆ่าในจำนวนผู้มาแจ้งยืนยันการกลับถึงภูมิลำเนา มีนายเจษฎา หรือตั้ม โฮมสร อายุ 36 ปี ชาวบ้านหนองเดินพัฒนา ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม มายืนยันตัวตนที่สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม แจ้งขอรับสวัสดิการ ขอคืนค่าตั๋วเครื่องบินที่จ่ายก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้ นายเจษฎาเป็นแฝดคนพี่ของนายเศรษฐา หรือต้อม โฮมสร อายุ 36 ปี ที่ไปทำงานในอิสราเอลด้วยกันแต่คนละพื้นที่ มีเพื่อนในแคมป์คนงานของน้องชายแจ้งข่าวว่า ถูกทหารฮามาสจับตัวไปตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้วถูกฆ่าทิ้ง แต่ยังรอตรวจชันสูตรศพ ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลก่อนนำร่างส่งกลับไทยตามขั้นตอนทำใจไม่ได้น้องตายในสงครามนายเจษฎาเปิดเผยว่า ไปทำงานเมื่อปี 2562 เหลือสัญญาจ้างเกือบ 1 ปี อยู่ในพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล ได้รับผลกระทบน้อย ส่วนนายเศรษฐาน้องชายแฝดเดินทางไปหลังตน 6 เดือน ไปทำงานตอนใต้ของอิสราเอลติดฉนวนกาซาพื้นที่สงคราม วันเกิดสงครามวันแรกน้องชายถูกจับตัวไปติดต่อไม่ได้ มาทราบจากเพื่อนแรงงานและนายจ้างของน้องว่าน้องถูกกลุ่มฮามาสฆ่าปาดคอเมื่อวันที่ 18 ต.ค. แต่ยังไม่พบศพ ต้องรอชันสูตรตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลจากทางการอิสราเอล ถามว่าอยากกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกหรือไม่ ยืนยันไม่ขอกลับไปและยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียน้องชายฝาแฝดไปในสงครามความโหดร้ายครั้งนี้อยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือหาทางประสานรับศพกลับมาเร็วที่สุดแม่ร่ำไห้จัดงานศพในบ้านที่ลูกสร้างที่บ้านเลขที่ 86 บ้านเนินสว่าง หมู่ที่ 21 ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร ของนางสว่าง กาเหว่า อายุ 69 ปี มารดานายศรีทัศน์ กาเหว่า แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบที่อิสราเอลและทางการส่งร่างกลับไทยมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันที่ 25 ต.ค. ก่อนนำส่งถึงภูมิลำเนาในวันที่ 26 ต.ค. นางสว่างและญาติได้จัดเตรียมสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 คืน แล้วนำไปฌาปนกิจที่วัดในหมู่บ้าน นางสว่าง ร่ำไห้กล่าวด้วยความเสียใจว่า ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว ระหว่างไปทำงานอยู่อิสราเอล ส่งเงินมาให้ครอบครัวเป็นประจำ บ้านที่จัดงานศพเป็นบ้านที่มาจากเงินของลูกชายส่งมาร่วมกับลูกคนอื่นๆ สร้างให้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญ คนที่ไปทำงานต้องการส่งเงินมาดูแลทางบ้าน บางคนส่งเงินมาปลดหนี้ให้พ่อแม่ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงคราม เยี่ยมปลอบขวัญ นศ.ฝึกงานแดนยิวที่ จ.ยะลา นายเวสารัช คงนวลใย พัฒนาการอำเภอบันนังสตา เปิดเผยว่า นำคณะเดินทางไปยัง บ้านพงยามู หมู่ที่ 3 ต.บันนังสตา เยี่ยมเยียนให้กำลังใจนายซูบิร วาแมง อายุ 20 ปี นศ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส ที่เดินทางกลับจากอิสราเอลหลังวิทยาลัยส่งตัวไปฝึกงานเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ในฟาร์มที่อิสราเอล พร้อมมอบสิ่งของปลอบขวัญ นายซูบิรเล่าประสบการณ์ตอนหนึ่งว่า ขณะเกิดเหตุการสู้รบ อยู่ที่พักในศูนย์ฝึกงานทางตอนใต้ของอิสราเอล ห่างพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 170 กม. รู้สึกตื่นตระหนก เมื่อวิทยาลัยเรียกตัว นศ.ฝึกงานทุกคนให้กลับไทยระหว่างที่นั่งรถทัวร์ผ่านเมืองที่เกิดเหตุการณ์เห็นแสงไฟจากกระสุนและระเบิดรู้สึกหวาดกลัว“เศรษฐา” เผย “ปานปรีย์” แย้มข่าวดีที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ถนนรางน้ำ ตอนสายวันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปล่อยตัวประกัน 50 คน ในสงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส จะมีคนไทยด้วยหรือไม่ว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่ได้คุยกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ แต่เห็นนายปานปรีย์บอกว่าจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ ท่านเองพยายามอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงของเราสามารถเจาะข้อมูลเชิงลึกได้มากน้อยแค่ไหน นายเศรษฐากล่าวว่า ได้มาก ยืนยันว่าด้านความมั่นคงเราไม่มีจุดบอด ฝ่ายความมั่นคง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำงานอย่างเต็มที่ มีรายงานมาโดยตลอด เมื่อถามต่อว่าจำเป็นต้องตั้งรองนายกฯ มาดูแลด้านความมั่นคงหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าไม่จำเป็นเพราะมีสายตรงถึงตนตลอดหาช่องช่วยแก้ปัญหาเงินกู้แรงงานเมื่อถามว่า หลังจากนายกฯขอความร่วมมือให้แรงงานไทยเดินทางกลับ มีตัวเลขเพิ่มเติมเป็นอย่างไร นายกฯกล่าวว่าดีขึ้น มีแนวทางที่ดีขึ้น เที่ยงวันนี้ (25 ต.ค.) มีการพูดคุยกับ รมช.คลัง ทั้ง 2 ท่านและทีมงานกระทรวงการคลังว่า จะมีมาตรการไหนพอช่วยเหลือเขาได้หรือเปล่า เพราะเราเองดูในเชิงลึกเหมือนกันว่าแรงงานไทยหลายคนที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศและอิสราเอลต้องมีการกู้เงิน เป็นเหตุผลหนึ่งที่บางท่านยังตัดสินใจไม่กลับ ยอมเสี่ยงชีวิต เพราะเป็นเรื่องของเงินกู้ ต้องกลับมาดูว่าจะช่วยเหลือตรงไหนได้บ้างอย่างไร ยืนยันว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งกดดันว่าอย่าให้นายจ้างเอาเงินมาล่อ และทำในส่วนที่เราทำได้เองเรียก 2 รมช.คลังพูดคุยหารือต่อมาเวลา 13.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ เปิดเผยภายหลังเรียก 2 รมช.คลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และทีมงานกระทรวงการคลัง หารือถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลและมาตรการช่วยเหลือแรงงานไทย ที่มีการกู้เงินเดินทางไปทำงาน ที่เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้แรงงานไทยยอมเสี่ยง ไม่กลับไทยว่า พูดคุยกันเยอะหลายสิบเรื่อง มีข่าวดีในการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล ขอรอการยืนยัน เจรจายังไม่จบแต่เชื่อมีทิศทางดีจากนั้นเวลา 16.00 น. ที่โรงแรมดิ แอทธินี นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่จบ ยังไม่อยากพูด เพราะถ้าพูดไปจะเป็นประเด็น แต่ขณะนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี เชื่อว่าเช้าวันที่ 26 ต.ค.คงเปิดเผยได้ เบื้องต้นเล่าให้ฟังแต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่ายังไม่จบ เพียงแต่อยากพูดเพื่อให้คนที่เป็นแรงงานที่อิสราเอลได้คิด เพราะจากการที่ประเมินสถานการณ์ทั่วไปยังเลวร้ายอยู่ การปฏิบัติการภาคพื้นดินจะมากขึ้น เร็วๆนี้นายจ้างเองยังใช้กุศโลบายที่ให้เงินเพิ่มและจ่ายค่าแรงในวันที่ 10 พ.ย. เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและยังคอยคำตอบจากเอกอัครราชทูตอิสราเอลว่าจะทำอย่างไรต่อไปในเรื่องนี้ธ.ก.ส.อาจให้ผ่อนยาว 20 ปีกู้ใช้หนี้นายกฯกล่าวว่าที่มานั่งคุยเพราะตระหนักดีว่าแรงงานที่ไปทำงานตรงนี้บางคนกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจ่ายเป็นค่านายหน้า น่าจะอยู่ที่ประมาณ 100,000- 150,000 บาท ถ้ากลับมาแล้วไม่ได้เงินก็มีปัญหาต้องกลับมาใช้หนี้ต่อ กระทรวงการคลัง โดยนายกฤษฎาได้เสนอว่า แรงงานหลายคนที่เดินทางไปทำงานเกี่ยวกับภาคการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) น่าจะให้เงินกู้ยืมได้ 150,000 บาท เพื่อนำไปใช้หนี้ให้บริษัทนายหน้าหรือคนที่ติดเงินอยู่ จะเป็นการให้เงินกู้ ผ่อนระยะยาว 20 ปี ดอกเบี้ย 0.1% 20 ปี วงเงิน 150,000 บาท จะออกมาเดือนละ 600 กว่าบาทคลังจะให้ ธ.ออมสินช่วยดูแลอีกทางนายกฯกล่าวอีกว่า บอกไม่อยากจะพูดเพราะต้องไปทำเรื่องดอกเบี้ยและระยะเวลาอีก หาก 30 ปีออกมา ยิ่งต่ำลงไปอีกตรงนี้เป็นวิธีหนึ่ง แต่มีคำถามอีกว่าถ้าเขาไม่ได้ไปทำงานด้านการเกษตร ธ.ก.ส.จะปล่อยกู้ได้หรือไม่ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ใช่หรือไม่ รมช.คลังพูดว่าจะให้ธนาคารออมสินช่วยดูแล ยืนยันว่าเราทำงานกันตลอด แต่ถ้ายังไม่มีคำตอบที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่อยากพูด เข้าใจเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้แรงงานที่ทำงานอิสราเอล ถ้าฟังวันนี้แล้วขอให้สบายใจว่าจะไม่ทอดทิ้งท่านญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดอยากให้ช่วยกันพูดให้กลับมาเถอะ สถานการณ์มันจะเลวร้ายลงไปอีกเยอะ หากมีเรื่องการปฏิบัติการภาคพื้นดินเมื่อไหร่ ถนนถูกตัดขาดสนามบินไม่สามารถใช้ได้ จะกลับมาอย่างไร อันนี้ขอให้คิดแล้วกันเป็นนโยบายคร่าวๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก อย่ายึดถือในตรงนี้ ทีมงานทำงานกันตลอดและจะหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็วกต.แจ้งตายเพิ่มอีกศพเป็น 31 รายขณะที่วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบในอิสราเอล (สถานะคืนวันที่ 24 ต.ค. 2566) ว่า มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย รวมเป็น 31 ราย จำนวนผู้บาดเจ็บยังคงเท่าเดิม คือ 18 ราย เช่นเดียวกับจำนวนผู้ที่คาดว่าถูกควบคุมตัว จำนวนเท่าเดิม คือ 19 ราย การสู้รบส่อบานปลายมากขึ้นสำหรับสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 7 ต.ค. ยังคงตึงเครียดและอาจบานปลายมากขึ้น เมื่อวันที่ 25 ต.ค. กองทัพอิสราเอล (IDF) เผยว่ากองทัพได้โจมตีตอบโต้ทำลายฐานที่มั่นทางการทหาร รวมถึงฐานปืนครกของซีเรีย ที่เมืองดารา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซีเรีย หลังตรวจพบจรวดจำนวน 2 ลูก ถูกยิงจากซีเรียมาตกในภาคเหนือของอิสราเอล แต่กองทัพอิสราเอลไม่ได้กล่าวหาว่า จรวดที่ถูกยิงมานั้นเป็นของกองทัพซีเรีย ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานอ้างสื่อรัฐบาลซีเรียว่า การโจมตีตอบโต้ของอิสราเอลทำให้ทหารซีเรียเสียชีวิต 8 นาย บาดเจ็บอีก 7 นายปาเลสไตน์โจมตีใกล้ค่ายผู้ลี้ภัยวันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค. เกิดการปะทะระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ เนื่องจากทางปาเลสไตน์โจมตีอิสราเอลด้วยปืนและระเบิด บริเวณใกล้กับค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนิน ทางตอนเหนือเขตเวสต์แบงก์ ทำให้อิสราเอลส่งโดรนจู่โจมเพื่อระงับเหตุดังกล่าว ด้านสำนักข่าวปาเลสไตน์ (WAFA) รายงานว่าการโจมตีของอิสราเอลในครั้งนี้ได้คร่าชีวิตพลเมืองปาเลสไตน์ 3 ศพ บาดเจ็บราว 23 คน บางส่วนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเจนินอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่