นายกฯวอนแรงงานไทยในอิสราเอลรีบอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง เดินทางกลับไทยหลังประเมินสงครามส่อขยายวงและรุนแรงขึ้น ห่วงหากถนนถูกตัดขาดจะเดินทางลำบาก ย้ำแม้แต่คนที่เข้าแบบผิดกฎหมายก็กลับได้ พร้อมติงอย่าเอาเงินมาแลกกับชีวิตของคนไทย หลังรู้นายจ้างบางส่วนเลื่อนจ่ายค่าแรงไปเดือนหน้า หวังยื้อแรงงานไทย ขณะที่ยอดขอกลับบ้านทะลุกว่า 8.4 พันคน ส่งกลับแล้ว 3.1 พันคน ล่าสุดพากลับไทยได้อีก 515 คน ส่วนการส่งศพแรงงานไทย เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยดีเอ็นเอ ด้านกองทัพอิสราเอลแจ้งยอดตัวประกันพุ่งเป็น 222 คน ชี้อาจใช้เวลาถึง 3 เดือนในการกำจัดกลุ่มฮามาสสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮามาสที่ยืดเยื้อมากว่าสองสัปดาห์ และนับวันยิ่งทวีความรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมถึงที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน ซึ่งมีแรงงานไทยรวมอยู่ด้วย นายกฯถกช่วยคนไทยที่กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 23 ต.ค.เมื่อเวลา 15.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินความไม่สงบในอิสราเอล-กาซา (RRC) เพื่อติดตามความคืบหน้าช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล โดยมีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังทูตไทยประจำอิสราเอล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยันการสู้รบจ่อขยายวงต่อมาเวลา 15.24 น. นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ข้อมูลปัจจุบันมีผู้แสดงความประสงค์จะกลับไทย 8,500 คน ถึงวันนี้มาได้ประมาณ 3 พันกว่าคน ขีดความสามารถในการนำคนไทยกลับมาได้ประมาณ 800 คนต่อวัน สามารถเพิ่มได้อีก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีคนเปลี่ยนใจไม่กลับมาเยอะพอสมควร เหตุผลหลักคือทางนายจ้างอิสราเอลดึงเรื่องการจ่ายเงินไปเป็นวันที่ 10 พ.ย. และมีการเพิ่มค่าจ้างออกไปเพื่อเป็นแรงจูงใจให้แรงงานไทยอยู่ แต่ทางเราได้ประชุมกันแล้วทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายการทหาร ฝ่ายการต่างประเทศ เรายืนยันว่าแม้ว่าข่าวเรื่องการถล่มจะเบาบางลงไป แต่ความเข้มของสงครามไม่ได้ลดลงไปเลย มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น และอาจขยายวงอีกบางประเทศที่ใกล้เคียงด้วยวอนแรงงานไทยอพยพ“ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจริงๆ เป็นอะไรที่เรามั่นใจว่าคงจะเลวร้ายลงไป มีข่าวว่าจะมีการปฏิบัติการภาคพื้นดินในอีก 2-3 วันนี้ อยากเตือนพี่น้องว่ากลับมาเถอะครับ หากญาติพี่น้องอยู่ที่นี่ ขอให้บอกไปที่ญาติพี่น้องที่ทำงานที่นั่นให้กลับมา เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ยังกลับได้อยู่ ถ้าเกิดมีการปฏิบัติการภาคพื้นดินเกิดขึ้น การกลับเข้ามาจะลำบาก เรื่องการเดินทางเข้าสู่ศูนย์อพยพเพื่อที่จะไปสนามบินจะลำบาก อันนี้รัฐบาลเห็นตรงกัน เป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องพูดและสื่อสารให้พี่น้องทุกคนได้ทราบ” นายเศรษฐากล่าวและระบุว่า ได้มอบหมาย รมว.แรงงาน เพิ่มแรงจูงใจให้รีบกลับเข้ามา เพราะคนที่กลับเข้ามาได้เดือนละประมาณ 15,000 บาท จะมีการเพิ่มค่าแรงให้อีก เพื่อให้กลับเข้ามาได้อีกเป็นจำนวนที่มากขึ้น ขณะที่ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ช่วยคิดวิธีการที่แรงงานไทยกลับเข้ามาแล้วจะให้ทำงานอะไร แรงงานไทยที่ไปทำงานอิสราเอลส่วนมากเป็นแรงงานภาคเกษตร ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง กระทรวงเกษตรฯอาจมีความต้องการใช้แรงงานตรงนี้ จึงพยายามประกาศออกไปให้ทราบว่าถ้ากลับมา มีงานให้ทำ จะได้รีบๆกลับมาทำทุกทางช่วย 19 ตัวประกันส่วนเรื่องการประสานความช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล นายกฯกล่าวว่า ประสานทุกช่องทาง แต่ที่ไม่พูดเพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง เราใช้ทุกวิถีทาง ทั้งผ่านนายกฯมาเลเซีย รวมถึงที่ตนไปเข้าร่วมการประชุม ASEAN-GCC Summit ที่ซาอุดีอาระเบีย ได้พูดคุยกับกษัตริย์โอมานและบาห์เรน รวมถึงมกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ทุกท่านตระหนักดี และทราบถึงสถานภาพคนไทย เราไม่ได้เป็นคู่กรณีหรือคู่ขัดแย้งเลย และเรามีการสูญเสียที่สูงมาก มีตัวประกัน 19 คน ต้องยืนยันว่าเวลานี้ยังไม่รู้ชะตากรรม แต่ทุกเส้นทางเราพยายามทำงานกันอยู่ มีเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของเราบินออกไป แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าบินไปไหน และพบกับใคร แต่ยืนยันว่าเราทำทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ พยายามทำอยู่ยันแรงงานเถื่อนก็กลับได้ส่วนช่องทางที่จะนำคนไทยกลับนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีปัญหา รมช.ต่างประเทศยืนยันว่าเราพาคนกลับได้วันหนึ่ง 800-1,000 คนสบายๆ เพียงแต่บางคนเปลี่ยนใจ ทำให้การบริหารจัดการเครื่องบินมีปัญหา หากจะกลับถึง 1,000 คน เราสามารถจัดการได้ และอยากให้แจ้งมา ขอว่าอย่าเปลี่ยนใจเลย วงเงินแค่ไหนก็ไม่คุ้มกับชีวิต หากมีการปฏิบัติภาคพื้นดิน เกิดขึ้น การลำเลียงคนออกมาจากโซนต่างๆมายังศูนย์พักพิงจะยากยิ่งขึ้น จะทำให้เกิดปัญหา ส่วนแรงงาน ที่เดินทางไปทำงานไม่ถูกต้องนั้นไว้พูดทีหลัง เพียงแต่ขอให้กลับมาก่อน อย่างแรกคือความปลอดภัยของแรงงานไทย ทุกคนต้องกลับมาอย่างปลอดภัย เรื่องอื่นเป็นเรื่องรองหมด อย่าเป็นห่วงในเรื่องนั้น ขอให้เป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องกลับมาโดยเร็ว และขอยืนยันว่าถ้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ไทยกลับได้แน่นอน ไม่มีปัญหาวอนญาติช่วยพูดโน้มน้าวนอกจากนี้ นายกฯยังตอบข้อซักถามถึงการเสียชีวิตของแรงงานไทยบางรายที่เหมือนถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยมว่า ต้องให้เกียรติญาติพี่น้องและครอบครัว การที่จะพูดเรื่องพวกนี้ บางทีจะเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจ การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวอยู่แล้ว วิธีการที่เสียชีวิตเกิดขึ้นจากสงครามแล้วกัน ตนคิดว่าอย่าไปลงรายละเอียดเลยว่าเป็นอะไร ต้องเห็นใจครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย อันนี้ต้องขอร้อง ข้อมูลเรามี แต่ไม่อยากเปิดเผย และอย่าเปิดเผยเลยดีกว่า ตอนนี้ยืนยันว่าอยากให้คนไทยกลับประเทศ โดยฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานของรัฐทุกคนยืนยัน ขอให้กลับมา หากญาติพี่น้องที่ฟังการแถลงข่าวอยู่ อยากให้ไปโน้มน้าวญาติของตัวเองให้กลับมา เงินเท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม ทางเราจะพยายามดูแลให้ดีที่สุดก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายลงไปจนไม่สามารถพากลับมาได้ติงนายจ้างอย่าใช้เงินยื้อตัวผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์รอบแรกเสร็จ นายเศรษฐาเดินกลับมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่จะมีการจ่ายค่าแรงในวันที่ 10 พ.ย. ทั้งที่การจ่ายเงินควรต้องเป็นวันที่ 31 ต.ค. ทำให้ชวนคิดได้ว่าทำไมต้องไปจ่ายวันที่ 10 พ.ย. แสดงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าคิดและเราไม่ทราบเหตุผลว่าทำไม แต่คิดไปก็เป็นแต่เรื่องไม่ดีทั้งนั้น ในฐานะนายกฯ หยิบประเด็นนี้มาพูด คิดว่าน่าจะเป็นประเด็น แต่ต้องพูด ขอให้แรงงานไทยคิดดีๆว่าจะอยู่หรือกลับ และตนจะโทรศัพท์หาเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำ ประเทศไทยเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ ละเอียดอ่อน อย่าเอาเรื่องเงินมาแลกกับชีวิตของคนไทย ต้องขอร้อง และเรื่องนี้ควรดูแลเราให้ดีกว่านี้ ถ้าเราอยากจะกลับวันไหน ควรต้องจ่ายค่าแรง ไม่ใช่เอาเงินมาล่อให้เราอยู่ ถ้ามีการสูญเสียเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องใหญ่หากทางถูกตัดขาดออกลำบากเมื่อถามว่าไม่กลัวว่าจะเกิดเป็นประเด็นดราม่าตีกลับในเรื่องนี้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ตีกลับก็ตีกลับ ผมก็ต้องรับ หน้าที่ผมคือดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทยทุกคน ซึ่งพร้อมน้อมรับ” พร้อมย้ำว่า จะโทร.ไปคุยกับทูตอิสราเอลว่ากรณีนี้ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ ส่วนจำนวนแรงงานที่ถูกยื้อเอาไว้นั้น ยังไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และขอย้ำว่าให้แรงงานไทยตัดสินใจให้แน่วแน่ว่าจะเดินทางกลับหรือไม่กลับ เพราะถ้ามีปฏิบัติการภาคพื้นดินเมื่อไหร่ เส้นทางถนนถูกตัดขาด ไม่สามารถออกมาได้ เงินเท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม ขอกลับไทยทะลุ 8.4 พันคนผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในที่ประชุมนายณัฐพล ขันธหิรัญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานสรุปสถานการณ์ว่า สำหรับแผนการอพยพคนไทยและแรงงานไทย ปัญหาและอุปสรรคในภารกิจในการอพยพคนไทย สำหรับสถานการณ์สู้รบในอิสราเอล ยังคงดำเนินการอยู่ ส่วนการสู้รบในฉนวนกาซาอย่างรุนแรง และแนวสู้รบได้เพิ่มขึ้นอีกในชายแดนที่ติดกับเลบานอน โดยการโจมตีที่เกิดขึ้นในวันที่ 21 ต.ค.มีคนไทยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย กำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับไทย ส่วนผลกระทบต่อคนไทย ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย ส่งกลับไทยแล้ว 8 ราย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ส่วนผู้บาดเจ็บมี 18 คน และผู้ถูกจับกุม 19 คน แต่ทั้งหมดยังเป็นตัวเลขที่ได้รับแจ้งจากนายจ้างบ้าง แต่ส่วนที่ยืนยันโดยฝ่ายอิสราเอลมีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับแผนอพยพ จำนวนคนไทยที่แสดงความประสงค์กลับไทยทั้งหมดในขณะนี้ 8,478 คน ในจำนวนนี้ทางการไทยจัดส่งกลับแล้วประมาณ 3,100 คน จาก 17 เที่ยวบิน คงเหลือคนไทยอีกประมาณ 5,300 คนที่รอการอพยพ ทั้งหมดนี้คือการอพยพโดยทางการไทย แต่มีคนไทยส่วนหนึ่งที่เดินทางกลับเอง ได้ประชาสัมพันธ์รัฐบาลไทยจะเบิกเงินคืนให้อพยพได้ 800 คนต่อวันนายณัฐพลกล่าวอีกว่า ส่วนแผนการบินในขณะนี้เรามีขีดความสามารถอพยพประมาณ 800 คนต่อวัน และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะมีการผสม ผสานบินตรงและการต่อเครื่องที่ดูไบ โดยกองทัพอากาศรวมเครื่องบินพาณิชย์อีก 4 สายการบิน ไปจนถึงสิ้นเดือน ต.ค.จะมีขีดความสามารถในการอพยพได้ถึง 7,000 คน ส่วนข้อสรุปปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลให้คนไทยตัดสินใจที่จะไม่อพยพและเดินทางกลับช้าลง สาเหตุหลักส่วนหนึ่งนายจ้างอิสราเอลจะจ่ายค่าแรงเพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้เดินทางกลับประเทศเริ่มเก็บดีเอ็นเอพิสูจน์ศพด้านนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าแรงงานไทยที่เสียชีวิตว่า ตอนนี้ต้องประสานงานหลายๆทาง คงต้องเริ่มเก็บดีเอ็นเอเพื่อตรวจสอบ ส่วนความยากในการพิสูจน์อัตลักษณ์ ต้องดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการยืนยันตัวตนของแรงงาน ตนได้คุยกับสถาบันนิติเวชที่ไทยแล้ว ยอมรับแนวทางการดำเนินการของอิสราเอล ส่วนเรื่องแรงงานไทยกลับหรือไม่ แรงงานเป็นคนตัดสินใจ หากทุกคนที่ประเทศไทยเป็นห่วง ทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องรีบกลับมา น่าจะกลับมาได้ ทั้งนี้เครื่องบินที่ไปรับแรงงานไทยมีจำนวนเยอะมาก อย่างสายการบินพาณิชย์ต่างๆ ขอเพียงแค่เดินทางมาสนามบินได้ ก็พร้อมพากลับได้ให้ ก.แรงงานไปคุยนายจ้างส่วนกรณีแรงงานไทยที่ยังไม่อพยพกลับเพราะห่วงนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างนั้น นายจักรพงษ์กล่าวว่า ตามที่นายกฯชี้แจงไป ในเรื่องของรายได้ที่แรงงานยังไม่ได้ ได้พูดคุยกับกระทรวงแรงงานแล้วว่าต้องพูดคุยกับนายจ้างอีก 10 กว่าบริษัทที่อิสราเอล เพื่อจะได้ไม่นำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้แรงงานอยู่ต่อเกือบครึ่งขอกลับไปทำงานอีกด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ตามที่กระทรวงแรงงานได้มีการสอบถามข้อมูลกับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอลเมื่อเดินทางกลับมายังภูมิลำเนาพบว่ามีแรงงานไทยแจ้งความประสงค์ต้องการกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลอีกครั้งหลังเหตุการณ์สงบ จำนวน 424 คน ไม่ต้องการกลับไปทำงานอีก 495 คน ที่เหลืออีกจำนวน 76 คน ยังไม่แน่ใจ จากจำนวนแรงงานไทยที่รับแจ้งทั้งหมด 995 คน โดยจะนำข้อมูลไปดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหางานต่อให้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้มีแรงงานไทยเดินทางกลับมาแล้วกว่า 3,000 คน มีแรงงานไทยหลายรายกังวลเรื่องการทำงาน บางส่วนมีความประสงค์จะกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกครั้ง บางรายอยากจะไปทำงานที่ประเทศอื่น และมีบางกลุ่มต้องการหางานทำในประเทศยันมีตำแหน่งงานรองรับนายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอให้แรงงานที่กลับจากอิสราเอลแจ้งความประสงค์มาที่กรมการจัดหางาน ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด จะได้รวบรวมจำนวนความต้องการแรงงานที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปทำงานที่อิสราเอล เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไปภายหลังจากภาวะความไม่สงบในอิสราเอลสิ้นสุดลง รวมถึงการไปทำงานในประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ด้วย ส่วนผู้ที่ต้องการทำงานที่ประเทศไทย มีตำแหน่งงานว่างจากทั่วประเทศรองรับ หรือหากต้องการฝึกทักษะฝีมือสามารถติดต่อมาได้ที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการฝึกทักษะด้านอาชีพเสริม รองรับในช่วงการเปลี่ยนผ่านงาน จะได้มีอาชีพ มีรายได้ สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ได้เงินช่วยก้อนแรก 1.5 หมื่นส่วนนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของความคืบหน้าการช่วยเหลือสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีแรงงานยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 819 คน วินิจฉัยสั่งจ่ายไปแล้ว 364 คน คนละ 15,000 บาท คิดเป็นเงินกว่า 5,460,000 บาท โดยแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอลสามารถเขียนคำร้องขอรับเงินสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่อยู่ในภูมิลำเนา เบื้องต้นทุกคนที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ และยังอยู่ในการคุ้มครอง จะได้รับเงินกรณีประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากภัยสงคราม คนละ 15,000 บาท กระทรวงแรงงานจะรีบดำเนินการเพื่อให้แรงงานไทยทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์โดยเร็วที่สุด คนไทยกลับมาอีก 515 คนสำหรับการอพยพคนไทยในอิสราเอลกลับไทยในวันที่ 23 ต.ค.นั้น กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า จะมีคนไทยประมาณ 515 คน เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2 เที่ยวบิน คนไทยกลุ่มแรก 280 คน เดินทางโดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสายการบินสไปซ์ เจ็ท ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียน กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล ไปยังท่าอากาศยานฟูไจราห์ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 8953 และจะมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 20.40 น. ส่วนกลุ่มที่ 2 จำนวน 235 คน เดินทางโดยสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY085 มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 22.50 น.วอน รบ.ช่วยลูกตกเป็นตัวประกันส่วนบรรยากาศในครอบครัวแรงงานไทย เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายสุนันท์ ชมบัว อายุ 54 ปี และนางพรทิพย์ ชมบัว อายุ 54 ปี พ่อแม่ของนายคมกริช ชมบัว อายุ 29 ปี ชาว บ.อำปึล ต.โชกเหนือ อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ แรงงานไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ ทำให้พ่อแม่นายคมกริชเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับและทำทุกวิถีทางตามความเชื่อเพื่อขอให้ลูกปลอดภัย โดยนายสุนันท์เปิดเผยว่าขอฝากทางการไทยช่วยคุยกับอิสราเอลให้หยุดยิง ฮามาสจะได้ปล่อยตัวประกันที่ผ่านมาไปเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนบานศาลกล่าวตามที่ต่างๆให้ลูกชายปลอดภัย ทำบุญต่อชะตาให้ลูกชาย พระให้เอารูปลูกชายไว้ใต้ฐานพระพุทธรูป ห้ามเอาออกมาจนกว่าลูกชายจะกลับมาพระบอกว่าลูกชายดวงยังแข็ง และจะได้กลับมารอเวลานิดหนึ่ง บุญกุศลที่ตนทำมาขอให้ลูกชายปลอดภัยกลับมาด้วยเผาร่าง 2 หนุ่มอุดรฯขณะที่ตลอดช่วงบ่ายวันที่ 23 ต.ค. มีพิธีฌาปนกิจแรงงานไทยเหยื่อกองกำลังฮามาส อุทิศส่วนกุศลเพื่อให้ผู้ตายได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี โดยที่ จ.อุดรธานี มีสองราย รายแรกคือศพนายชัยรัตน์ สานุสันต์ หรือ ปู อายุ 39 ปี ที่ญาติพี่น้องเริ่มเคลื่อนโลงออกจากบ้านใน บ.โนนสูง ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม ไปยังฌาปนกิจสถานหมู่บ้าน หรือที่เรียกกันว่าป่าช้า โดยมีนายวันชัย คงเกษม ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระครูอัมพวัน วรธรรม เจ้าคณะตำบล เขต 1 ต.บ้านหยวก (มหานิกาย) ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ขณะที่นางเอื้อนจิตร รักชาติ อายุ 41 ปี ภรรยาเดินนำหน้าถือรูปสามีร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ส่วนรายที่สอง คือนายอนุชา โสภากุล อายุ 28 ปี มีนายสุรศักดิ์ อักษรกุล รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายธีระชัย แสนแก้ว สส.เขต 7 จ.อุดรธานี นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอกุมภวาปี ตัวแทนจากส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ปกครอง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และชาวบ้าน เดินทางมาร่วมในพิธีฌาปนกิจที่ฌาปนกิจสถานบ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี โดยมีนายปัญญา โสภากุล อายุ 46 ปี นางสมพิศ อินทรวิเศษ อายุ 49 ปี นางสนิท โสภากุล อายุ 81 ปี พ่อแม่และย่านายอนุชา รวมทั้งญาติพี่น้องและชาวบ้านจำนวนมาก มาร่วมพิธีส่งดวงวิญญาณนายอนุชาเป็นครั้งสุดท้าย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียงร่ำไห้ระงมทั่วงานเช่นเดียวกับที่บ้านโคกสูง ม.6 ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ที่บ้านของนางหมวย นาจันทร์ มารดาของนายพิชิต นาจันทร์ อายุ 27 ปี มีญาติพี่น้องที่อยู่ต่างหมู่บ้าน เพื่อนผู้ตาย เดินทางมาร่วมงานศพจำนวนมาก ขณะที่นางหมวย ผู้เป็นแม่ สุดจะกลั้นน้ำตาสะอื้นร่ำไห้ กล่าวว่าวันสุดท้ายแล้วที่ได้อยู่กับลูกชาย พอทำใจได้บ้างแล้ว หลังได้ตั้งศพสวดอภิธรรมมาจนวันสุดท้ายและต้องเคลื่อนศพลูกชายไปสู่เมรุลอย วัดหัวหินประเสริฐธรรม เพื่อฌาปนกิจ ทำให้คิดว่าเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องพบเจอ เพียงแต่ลูกชายตายจากการกระทำที่เกิดจากความรุนแรง โหดเหี้ยมเท่านั้น เช่นเดียวกับศพนายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี ที่เคลื่อนจากบ้านที่อยู่ไม่ห่างกัน ไปฌาปนกิจพร้อมกัน และมีนายวันนิวัติ สมบูรณ์ สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เขต 10 เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางญาติ พี่น้องและเพื่อนบ้านของทั้งสองมาร่วมงานจำนวนมาก ต่างร่ำไห้ด้วยความเสียใจที่ต้องมาสูญเสียคนอันเป็นที่รักก่อนวัยอันควร ในขณะที่นายลำเพย กุสะรัมย์ บิดาของนายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี และนางหมวย นาจันทร์ มารดาของนายพิชิต นาจันทร์ อายุ 27 ปี ต่างต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่เดินทางมาดูแลตลอดช่วงที่มีพิธีศพหน่วยงานรัฐตบเท้าร่วมพิธีส่วนที่ป่าช้าบ้านโนนเชือก ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เวลา 15.30 น. นายสมบัติ ไตรศักดิ์ รองผวจ.ชัยภูมิ รักษาการ ผวจ.ชัยภูมิ เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล และเป็นประธานพิธีฌาปนกิจ นายอนันต์ เพชรกล้า อายุ 39 ปี แรงงานไทยที่เสียชีวิตในเหตุสู้รบที่ประเทศอิสราเอล โดยมีนายเชิงชาย ชาลีรินทร์ สส.ชัยภูมิ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมในพิธี ท่ามกลางความโศกเศร้าของนางอ้อยใจ ชัยศรี ภรรยาของนายอนันต์ ลูกสาววัย 11 ขวบและญาติๆ ยอดตัวประกันพุ่งเป็น 222 คนสำหรับความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสที่ยังคงตึงเครียด โดยเมื่อวันที่ 23 ต.ค. พล.ร.ต.แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงปรับจำนวนผู้ที่ถูกกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันอยู่ที่ 222 คน พร้อมระบุว่า การยืนยันปรับยอดตัวประกันล่าช้า เพราะในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติอยู่ด้วย ด้านนายโยอาฟ กัลแลนด์ รมว.กลาโหมอิสราเอล เผยว่า ปฏิบัติการการสู้รบในกาซาอาจใช้เวลาถึง 3 เดือน ในการกำจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้น และจะไม่มีอะไรมาขวางกองทัพอิสราเอลได้โวยยิวบุกเข้าค่ายผู้ลี้ภัยด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ออกมาระบุว่า กองทัพอิสราเอลบุกเข้าจับกุมนักกิจกรรมในค่ายผู้ลี้ภัยจาลาโซน ใกล้กับเมืองรอมัลลอฮ์ ในเวสต์แบงก์ เกิดการปะทะระหว่างผู้ลี้ภัยกับทหาร ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บสาหัส 4 ราย รวมถึงจับกุมประชาชนอีก 20 คน ขณะที่กองทัพอิสราเอลเผยว่า กองทัพได้โจมตีพื้นที่ในฉนวนกาซาจำนวน 320 จุด ภายใน 24 ชม. และจะยังพุ่งเป้าโจมตีไปที่ฐานที่ตั้งของกลุ่มก่อการร้าย ยังได้โจมตีหน่วยปฏิบัติการของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จำนวน 20 หน่วย ทางใต้ของเลบานอนมะกันแนะยิวชะลอโจมตีสำนักข่าวนิวยอร์ก ไทม์ส ของสหรัฐอเมริกา รายงานอ้างทางการสหรัฐฯว่า สหรัฐฯแนะให้อิสราเอลชะลอการบุกโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซา เพื่อซื้อเวลาในการเจรจาขอปล่อยตัวประกันที่ถูกจับกุมโดยกลุ่มฮามาส รวมถึงเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ต่อไปส่งของช่วยเหลือเข้ากาซานอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์การลำเลียงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไปสู่ฉนวนกาซาเพิ่มเติม โดยนายฟาห์เรตติน โคคา รมว.สาธารณสุขตุรกี เผยว่า ได้ส่งเครื่องบินบรรทุกความช่วยเหลือต่างๆ อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 2 ลำ ไปที่อียิปต์ เพื่อลำเลียงความช่วยเหลือไปสู่ฉนวนกาซาเพิ่มเติม และพร้อมตั้งโรงพยาบาลสนามที่สนามบินนานาชาติเอล อริช และด่านข้ามพรมแดนราฟาห์ของอียิปต์เด็กตายทะลุสองพันศพขณะที่ สำนักข่าวเอเอฟพี รวมถึงบีบีซี ยังรายงานอ้างกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ว่า หลังเกิดการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาสตั้งแต่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา มีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารโดยกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างน้อย 5,087 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2,055 ศพ สตรี 1,119 ศพ ผู้สูงอายุ 217 ศพ รวมถึงบาดเจ็บอีก 15,273 ราย ส่วนสำนักข่าวไทม์ส ออฟ อิสราเอล ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ถูกกองทัพอิสราเอลสังหารในเขตเวสต์แบงก์อย่างน้อย 97 ศพ ขณะที่มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตมากกว่า 1,400 ศพ จากการบุกจู่โจมของกลุ่มฮามาส นอกจากนี้ ตั้งแต่เกิดการสู้รบดังกล่าว กองทัพอิสราเอลได้จับกุมชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์จำนวน 800 คน ซึ่งมี 500 คน เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาส โดยคืนที่ผ่านมาทางการอิสราเอลจับกุมผู้ต้องสงสัย 64 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส 37 คน