การระเบิดโรงพยาบาลในฉนวนกาซาและมีคนตายไปมากกว่าห้าร้อยเป็นประเด็นที่ทำให้มุสลิมทั่วโลกยอมไม่ได้ หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่มุสลิมแต่มีความยุติธรรมอยู่ในใจก็ยอมรับไม่ได้เช่นเดียวกัน เราจึงได้เห็นการออกมาเดินขบวนประท้วงอิสราเอลในมากมายหลายเมืองบนโลกใบนี้ ลามปามไปถึงประท้วงผู้สนับสนุนอิสราเอลอย่างเช่นสหรัฐฯและประเทศตะวันตกมีการสร้างคลิปเพื่อจะโยนความผิดไปให้ฮะมาส ว่าเป็นผู้ยิงจรวดถล่มจนโรงพยาบาลพังพินาศ ขอเรียนครับ ว่าฝรั่งบางพวกยังใช้วิธีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สมัยก่อนตอนที่คนผิวขาวมีอำนาจเป็นผู้ปกครองของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นผิวสี มีการผลิตเชื้อโรคบางประเภทที่ทำลายเฉพาะคนผิวสี กว่าจะมีคนนำมาเปิดเผยและออกมาโจมตีหยุดยั้งโครงการ คนผิวสีก็ตายไปเป็นพันแล้วค.ศ.2001 พ่อผมเดินทางไปอิรัก ไปอยู่นานเป็นเดือน เห็นกับตาตัวเองเรื่องการยิงลงมาจากเครื่องบินไม่ปรากฏสัญชาติและทำให้คนตาย พ่อยังลงไปช่วยเก็บอวัยวะของศพ เก็บนิ้วห่อใส่ผ้าให้แม่ของผู้ตาย สมัยนั้นยังไม่มีการโยนข้อหาปลอมใส่อิรักเรื่องการสะสมอาวุธเคมีชีวภาพ แต่สื่อสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ก็ออกข่าวเป็นระยะ ว่ารัฐบาลอิรักของซัดดัมมี WMD–weapons of mass destruction หรืออาวุธทำลายร้ายแรงสิ่งที่เกิดขึ้นที่พ่อผมเห็นกับตาและถ่ายเป็นภาพเคลื่อนไหวเก็บไว้ก็คือการเป็นมะเร็งของทารกและเด็กชาวอิรักจำนวนมากที่เกิดจากการมีเครื่องบินไม่ปรากฏสัญชาติบินมาโปรยสารพิษตามสถานที่ต่างๆ เหตุการณ์นั้นผ่านมา 22 ปีแล้ว แต่ภาพและข้อมูลในคลิปเหล่านั้นไม่หายไป เรายังเห็นเด็กที่มีเลือดออกปากอยู่ตลอดเวลา ได้สัมภาษณ์พ่อแม่ของเด็กซึ่งส่วนใหญ่ก็ป่วยเหมือนกัน จากการโปรยสารเคมีจากเครื่องบินทั้งที่ส่งคณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติหรือ UNMOVIC เข้าไปตรวจในอิรักหลายครั้งโดยที่ไม่มีการรายงานว่ามีอาวุธร้ายแรง จนกระทั่งมีการส่งนายฮันส์ บลิกซ์ เข้าไปตรวจสอบอย่างไม่มีเงื่อนไขตามมติหลายฉบับของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หลังจากนั้นก็มีการแพร่ออกมาทางสื่อโลกว่ารัฐบาลอิรักไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ เมื่อคลุกเคล้าข้อมูลจนทั้งโลกเชื่อแล้วก็จึงเล่นงานอิรักการรับรู้ของประชาชนคนทั้งโลกมีความสำคัญ สมัยก่อน สื่อของฝ่ายตะวันออกกลางยังไม่แข็งแรงเพราะไม่เคยสร้างสำนักข่าวระดับโลก แต่ความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอลใน ค.ศ.2023 ฝ่ายสหรัฐฯ ตะวันตก รวมทั้งอิสราเอล ไม่ได้เปรียบแต่ฝ่ายเดียวเหมือนเดิมแล้ว เพราะมีทั้งภาพนิ่งและคลิปที่เปิดความเลวร้ายของอิสราเอลออกแพร่ไปทั้งโลก ความเลวร้ายของฮะมาสและปาเลสไตน์ก็ถูกฝ่ายอิสราเอลนำมาเผยแพร่เช่นเดียวกันผู้นำแต่ละฝ่ายต้องโฆษณาชวนเชื่อกับคนในชาติของตนเอง ว่าฝ่ายตนถูก อีกฝ่ายหนึ่งผิด เพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้งบประมาณและกองทัพเข้าไปลุยฝ่ายตรงข้าม เราจะเห็นว่าไม่ว่ากี่สื่อกี่สำนักที่ไปสำรวจความเห็นของคนอเมริกัน ส่วนใหญ่หนุนอิสราเอล เห็นใจอิสราเอล ในขณะเดียวกันก็โจมตีพวกปาเลสไตน์ แล้วก็ลามปามโจมตีไปถึงโลกอิสลามผู้นำที่มีประสบการณ์จากความขัดแย้งจริงคือปูติน ความขัดแย้งรัสเซีย-อูเครน ยังเป็นพวกสลาฟด้วยกัน ยังจำกัดอยู่ในยุโรปตะวันออก แต่ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์กระทบกับมุสลิมทั่วโลก และดูแนวโน้มว่าจะมีการลุกฮือจากทุกทั่วหัวระแหงพร้อมกัน ซึ่งความบานปลายขยายเป็นสงครามโลกที่อาจจะแรงกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือ 2 ถ้าดับไม่ทัน โลกยุ่งแน่ปูตินเป็นผู้นำที่ออกมาเคาะให้ทุกฝ่ายมีสติ อย่าหุนหันพลันแล่น อยากให้มีการเจรจา ในขณะที่พวกเหยี่ยวของฝ่ายตะวันตกอยากให้มีการรบกันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู เอากันให้สิ้นซากไปข้างหนึ่ง ให้มีผู้ชนะ ผู้แพ้อย่างแท้จริงใน ค.ศ.นี้ เพื่อไม่ให้ต้องตกเป็นภาระแก่ลูกหลาน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ "เปิดฟ้าส่องโลก" เพิ่มเติม