นายกฯเสียใจ แรงงานไทยถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 21 คน ยันใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวดีลภาคเอกชนที่มีไฟลท์บินมา หวังฝากคนไทยมาด้วย ด้านที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (ASEAN-GCC) ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ ประณามการโจมตีพลเรือน เรียกร้องหยุดยิง เปิดทางขอความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม รวมถึงปล่อยตัวประกันพลเรือนอย่างไม่มีเงื่อนไข ด้านกลุ่มเสียงปาเลสไตน์ในไทยจัดชุมนุมประท้วงอิสราเอล มี 2 อดีตแกนนำม็อบเหลือง-แดง ร่วมเวที ขณะเดียวกันเริ่มมีสัญญาณดี “ฮามาส” ปล่อยตัวประกันชุดแรก 2 แม่ลูกชาวมะกัน ส่วนอียิปต์ยอมเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ให้ขบวนรถบรรทุกสิ่งของ-เวชภัณฑ์ของยูเอ็นเข้าช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ได้แล้วเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ที่กองกำลังฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลจนลุกลามกลายเป็นสงคราม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติถูกจับเป็นตัวประกันมากกว่า 200 ราย รวมถึงแรงงานไทยที่ไปทำงานในพื้นที่ใกล้จุดสู้รบ ตัวประกันไทยเพิ่มอีก 2 รายเมื่อวันที่ 21 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ถึงการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลว่า ขณะนี้มีคนไทยที่อิสราเอลถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย รวมเป็น 21 ราย ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจ แต่การต่อรองเรื่องตัวประกันยังคงต้องดำเนินการต่อไป ส่วนการลำเลียงคนไทยกลับนั้น ตอนนี้มีผู้แสดงเจตจำนง 8,500 คน ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ทางที่ดีกว่าคือต้องพยายามหาทางเอาคนไทยกลับมาให้ได้อีก ตนได้ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับภาคเอกชนอีกหลายๆ ส่วนที่มีเครื่องบินนำกลับเข้ามา ขณะนี้มีเครื่องบินของมุสลิมลำหนึ่งที่จะสามารถนำกลับมาได้จากแถวชายแดนประเทศจอร์แดน กำลังพยายามใช้ความสามารถติดต่อ สามารถนำคนไทยมาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ เพราะเขามีให้ทุกวัน วันละ 200 คน จะพยายามสานต่อ มีการติดตามงานที่ชัดเจนมากขึ้น และในวันที่ 23 ต.ค. เวลา 14.30 น. จะประชุมครั้งใหญ่ที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรายงานความคืบหน้าให้ทราบ เรียกร้องปล่อยตัวประกันต่อมา นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ผู้นำร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (ASEAN-GCC) มีความห่วงใยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเห็นพ้องดังต่อไปนี้ 1.ประณามการโจมตีพลเรือนทุกกรณี และเรียกร้องให้มีการหยุดยิงที่ยั่งยืน และให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเปิดทางให้เข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เสบียงบรรเทาทุกข์ และปัจจัยพื้นฐาน 2.เรียกร้องทุกฝ่ายในความขัดแย้งให้การคุ้มครองต่อพลเรือน ละเว้นจากการมุ่งเป้าต่อคนเหล่านี้ และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ 3.เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันพลเรือนและผู้ถูกจับกุมในทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยเฉพาะสตรี เด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงวัย 4.เร่งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติ 5. สนับสนุนข้อริเริ่มของซาอุดีอาระเบีย สหภาพยุโรป และสันนิบาตรัฐอาหรับ โดยร่วมมือกับอียิปต์และจอร์แดน ในการฟื้นกระบวนการสันติภาพตะวันออก กลาง และแก้ไขข้อพิพาทระหว่างอิสราเอลกับประเทศ เพื่อนบ้าน โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติของสหประชาชาติทุกข้อที่เกี่ยวกับความขัดแย้งนี้ยอดเหยื่อคนไทยต่อสงครามผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบในอิสราเอล ข้อมูล ณ คืนวันที่ 20 ต.ค.2566 ว่า มีผู้เสียชีวิต 30 รายคงเดิม ผู้บาดเจ็บ 16 รายคงเดิม และผู้ที่คาดว่า ถูกควบคุมตัว 21 ราย ส่วนยอดผู้บาดเจ็บ 16 รายนั้น เหลือผู้ยังอยู่ระหว่างการรักษาพยาบาลจำนวน 5 ราย โดยหลายรายได้เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว พากลับ 2 วันเฉียดพันคน ส่วนการอพยพคนไทยกลับมานั้น กระทรวงการต่างประเทศแจ้งถึงรายละเอียดเที่ยวบินอพยพที่จะกลับถึงไทยในวันที่ 21 ต.ค.มีสองเที่ยวบิน ได้แก่ 1.สายการบิน Arkia (IZ591) ถึงประเทศไทยเวลา 14.05 น. จำนวนผู้ลงทะเบียน 214 คน และ 2.สายการบิน Spice Jet (SG9011) ถึงไทยเวลา 16.00 น. จำนวนผู้ลงทะเบียน 320 คน นอกจากนี้ ในวันที่ 21 ต.ค.ยังมีเที่ยวบินอพยพของกองทัพอากาศเที่ยวที่ 3 ออกจากประเทศไทยเวลาประมาณ 13.30 น. มีกำหนดกลับถึงไทยวันที่ 22 ต.ค. เวลา ประมาณ 13.40 น. นำแรงงานไทยจำนวน 140 คน กลับมา และในวันเดียวกันมีเครื่องบินของสายการบิน El Al พาคนไทยเดินทางกลับอีกประมาณ 311 คนด้วยทอ.ไม่ต้องบินอ้อมแล้วส่วนที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) เวลา 13.30 น. กองทัพอากาศจัดเครื่องบินลำเลียงแบบ A340-500 จำนวน 1 เครื่อง เพื่ออพยพคนไทยในประเทศอิสราเอล เที่ยวบินที่ 3 จำนวน 140 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยมี พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมให้กำลังใจกำลังพลและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การเดินทางครั้งนี้ทางกองทัพ อากาศจะบินเส้นทางการบินใหม่ผ่าน 6 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา อินเดีย การ์ตา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียน กรุงเทลอาวีฟ ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง จากเดิมที่ต้องบินอ้อมใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมงเศษจัด 6 เที่ยวบินรับคนไทยพล.อ.อ.พันธ์ภักดีกล่าวว่า กองทัพอากาศจัดกำลังพล ประกอบด้วยนักบิน ลูกเรือ เจ้าหน้าที่อำนวยการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และทีมแพทย์ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่คนไทย เหมือนทั้ง 2 เที่ยวบินที่ผ่านมา โดยในเที่ยวบินที่ 3 นี้มีนาวาอากาศตรี เจริญชัย กังสมุทร นักบินการบินไทย เดินทางไปด้วย และเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 22 ต.ค. เวลา 10.50 น. ที่ บน.6 เที่ยวบินที่ 3 นี้เป็นเที่ยวบินสุดท้ายที่จะเดินทางไปรับคนไทยที่อิสราเอล และปรับเปลี่ยนภารกิจเที่ยวบินใหม่ Air bridge สำหรับเที่ยวบินที่ 4, 5 และเที่ยวบินที่ 6 ที่ทางกองทัพได้รับมอบหมายจากศูนย์ RRC ให้อพยพคนไทย ที่สนามบินฟูไจราห์ UAE วันที่ 25, 28 และ 31 ต.ค. ด้วยเครื่องบิน A340 -500 โดยไม่ต้องบินไปถึงอิสราเอล และหลังจากจบ 6 เที่ยวบินแล้ว หากมีคนไทยที่ยังต้องการกลับเพิ่มเติม กองทัพอากาศเองหรือบริษัทสายการบินอื่นๆยังคงปฏิบัติภารกิจเหมือนเดิม โดยมีรับรายงานว่าผู้ที่จะเดินทางกลับประเทศปัจจุบันอยู่ที่ 8,600 คน ไทยมุสลิมชุมนุมประท้วงยิวอีกด้านหนึ่งที่หน้าอาคารโอเชียน ทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท ซอย 19 เขตวัฒนา ซึ่งชั้น 25 เป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เมื่อเวลา 10.00 น.เป็นต้นมา กลุ่มเสียงปาเลสไตน์ได้ออกมาชุมนุมประท้วงอิสราเอล เรียกร้องให้ “หยุดการเหยียดเชื้อชาติพันธุ์ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา” ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำรั้วเหล็กมากั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาใกล้บริเวณอาคาร โดยบรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างร้อนแรง กลุ่มผู้ประท้วงที่ส่วนใหญ่เป็นคนไทยมุสลิมร่วมกันโบกธงชาติปาเลสไตน์ชูป้ายข้อความเนื้อหาเรียกร้องการปลดปล่อยสลับกับการตะโกนว่า “อัลลอฮุอักบัร” “Free Palestine” และอิสราเอลต้องพินาศ ต่อมามีการเปิดปราศรัยโจมตีอิสราเอลอย่างดุเดือด นอกจากนี้ยังมีการนำธงประเทศอิสราเอลมาเผา สำหรับในการชุมนุมนี้มี นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำม็อบ มาชุมนุมและร่วมปราศรัยด้วย ประณามการบอมบ์ รพ.ในกาซาเวลาต่อมามีการอ่านแถลงการณ์ PSC Thailand ฉบับที่ 2 ที่มีเนื้อหาว่า ตามที่มีข่าวนำเสนอโดยสื่อหลายองค์กรว่า อิสราเอลได้ทำการทิ้งระเบิดโรงพยาบาลในฉนวนกาซา PSC Thailand ขอประณาม หากทางการอิสราเอลจะออกมาแก้ต่างว่าการระเบิดโรงพยาบาลนั้นเป็นการกระทำของฮามาสเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ขอเรียกร้องให้แสดงความจริงใจในการเร่งเปิดช่องทางให้สหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด และหากว่าอิสราเอลยังไม่ยอมเปิดทางให้ ย่อมแสดงว่าเป็นเพียงวาทกรรมที่โป้ปดเบี่ยงเบน อาชญากรรมสงครามที่กำลังกระทำอยู่ สุดท้ายนี้ PSC Thailand ยังคงยืนยันที่จะให้มีการแก้ปัญหาโดยสันติ นั่นคือการหยุดยิง เร่งให้มีการเจรจาและการปฏิบัติตามมติสหประชาชาติ ในปี ค.ศ.1967 ลงชื่อ นายรุ่งโรจน์ ซาลลี ประธานฯ และ ศ.พลโท.ดร.สมชาย วิรุพหผล ประธานที่ปรึกษาพระราชทานพวงมาลาหน้าศพต่อมาช่วงเย็นวันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพวงมาลาหน้าหีบศพแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิต โดยนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ เชิญพวงมาลาพระราชทานวางที่หน้าหีบศพ นายพงษ์พัฒน์ สุชาติ ที่บ้านใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น เป็นผู้เชิญพวงมาลาพระราชทานวางหน้าหีบศพนายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ และนายพิชิต นาจันทร์ ที่บ้านใน ตำบลโนนธาตุ อำเภอหนองสองห้อง โดยทั้งสองเป็นลูกพี่ ลูกน้องมีบ้านอยู่ห่างกันเพียง 100 เมตร สร้างความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้ โดยทั้งสามศพจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 23 ต.ค.นี้รับกลับแล้วกว่า 2.8 พันคนส่วนที่สนามบินสุวรรณภูมิตลอดวันที่ 21 ต.ค.นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ไปต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยในอิสราเอลที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย รวม 504 คน จำแนกเป็นเที่ยวบิน Spice Jet จำนวน 320 คน เที่ยวบิน Arkia Flight จำนวน 184 คน มีผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานและหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมอำนวยความสะดวกและแนะนำสิทธิในการช่วยเหลือเยียวยา เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลกรณีแรงงานไม่มีเงินค่าเดินทางกลับภูมิลำเนา กระทรวงยุติธรรมให้คำแนะนำการพักชำระหนี้ การไกล่เกลี่ยหนี้ กรมการจัดหางาน ตั้งโต๊ะให้คำแนะนำการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ทั้งนี้ นายไพโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานไทยลงทะเบียนกรอกแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยกับทางสถานทูตฯแล้ว 8,439 คน ไม่ประสงค์กลับ 118 คน ถูกจับไปเป็นตัวประกัน 19 ราย บาดเจ็บ 16 ราย ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ 1 ราย เสียชีวิต 31 ราย นำศพกลับไทยแล้ว 8 ราย ขณะนี้มีแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาแล้วเมื่อรวมกับสองเที่ยวบินนี้ รวมทั้งสิ้น 2,823 คน ปล่อยตัวสองแม่ลูกมะกันวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันชุดแรก ประกอบด้วย นางจูดิธ รานัน วัย 59 ปี และ น.ส.นาตาลี รานัน วัย 17 ปี สองแม่ลูกชาวเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ที่เดินทางมาเยี่ยมครอบครัวที่นิคมเกษตรนาฮาล ออซ อิสราเอล ก่อนถูกลักพาตัวโดยกลุ่มฮามาสไปยังฉนวนกาซา ทั้งคู่ปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือไอซีอาร์ซี เดินทางมารับที่ด่านข้ามพรมแดนราฟาห์ ชายแดนอียิปต์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ก่อนเจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลรับช่วงต่อนำไปยังจุดนัดพบที่ฐานทัพตอนกลางของอิสราเอลก่อนเดินทางกลับสหรัฐฯต่อไป ความสำเร็จในการปล่อยตัวประกันครั้งนี้เป็นผลจากการเจรจาหลายฝ่ายที่มีรัฐบาลกาตาร์เป็นคนกลางช่วยเจรจาเป็นเวลานานหลายวัน กองทัพยิวยิงถล่มไม่ยั้งขณะที่กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดใส่เป้าหมาย เช่น ศูนย์บัญชาการ รวมทั้งที่มั่นของกองกำลังกลุ่มฮามาสในอาคารต่างๆ ทั่วฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา หลังนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกร้าวจะต่อสู้จนกว่าได้รับชัยชนะ ภายหลังกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชุดแรก ขณะที่สื่อท้องถิ่นปาเลสไตน์ ระบุว่าเครื่องบินกองทัพอิสราเอลยิงถล่มทางตอนเหนือของฉนวนกาซา บริเวณชายฝั่งหนึ่งในพื้นที่ประชากรหนาแน่น ทำลายบ้านเรือนประมาณ 6 หลัง คร่าชีวิตพลเรือนไปอย่างน้อย 19 ศพ และบาดเจ็บหลายสิบคน ด้านโฆษกกองทัพอิสราเอลแถลงว่ามีผู้ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปเป็นตัวประกันจำนวน 210 คน เป็นเด็กมากกว่า 20 คน ขณะที่เกือบ 20 คน เป็นผู้สูงอายุ วัย 60 ปีขึ้นไป ยืนยันว่า ส่วนใหญ่ยังมีชีวิต และกองทัพอิสราเอลจะโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสทางตอนเหนือของฉนวนกาซาต่อไปสองฝ่ายตายรวมกว่าครึ่งหมื่นด้านองค์การสหประชาชาติรายงานยอดเหยื่อการสู้รบครั้งนี้ มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 4,137 คน ร้อยละ 70 เป็นผู้หญิงและเด็ก ที่อยู่อาศัยร้อยละ 30 พังทลาย และมากกว่า 2.3 ล้านคนไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่ชาวอิสราเอลราว 1,400 คน ถูกสังหารในอิสราเอล ส่วนใหญ่เกิดจากการบุกโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. สหประชาชาติยังยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ขององค์การอย่างน้อย 17 ราย ถูกสังหารในสงครามอันเลวร้ายครั้งนี้ พร้อมเตือนว่ายอดผู้เสียชีวิตน่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขบวนรถยูเอ็นเข้ากาซาได้แล้วต่อมาในช่วงบ่ายองค์การสหประชาชาติเผยข่าวดีว่ามีการเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ ระหว่างชายแดนอียิปต์และฉนวนกาซา ให้ขบวนรถบรรทุกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขบวนแรก จำนวน 20 คัน บรรทุกอาหาร 60 ตัน ยารักษาโรค อุปกรณ์การแพทย์ และกระเป๋าใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบพกพา เดินทางเข้าไปภายในฉนวนกาซา เป็นการบรรเทาทุกข์เร่งด่วนแก่ชาวปาเลสไตน์ราว 2.3 ล้านคน ที่ขณะนี้อยู่ในสภาพวิกฤติไม่มีน้ำและไฟฟ้า รวมทั้งขาดแคลนอาหารและยา ขณะเดียวกันสำนักข่าวบีบีซีเผยว่าในรถบรรทุกคันหนึ่งยังเต็มไปด้วยโลงศพเตือนเลี่ยงไปประเทศมุสลิมด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่ารัฐบาลอิสราเอลยกระดับคำเตือนการเดินทางไปอียิปต์และจอร์แดน เป็นระดับ 4 หมายถึงเป็นภัยคุกคามสูงสุด แนะนำห้ามเดินทางไปประเทศเหล่านี้และผู้ที่อยู่ใน 2 ประเทศดังกล่าว ขอให้เดินทางออกมาโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เช่น โมร็อกโก มาเลเซีย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และมัลดีฟส์ เพราะหวั่นตกเป็นเป้าการทำร้าย หลังการชุมนุมสนับสนุนชาวปาเสลไตน์และต่อต้านอิสราเอลขยายตัวไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และลุกลามไปหลายประเทศทั่วโลกอ่านข่าว "สงครามอิสราเอล" เพิ่มเติม