ผู้อ่านท่านถามมาในไลน์ไอดี @ntp59 ว่ารัสเซียมีชนชาติยิวเยอะหรือไม่ ขอเรียนว่ารัสเซียมีสาธารณรัฐปกครองตนเองยิว รัสเซียมีชาวยิวไปลงหลักปักฐานมาช้านาน แต่ทยอยอพยพออกไปอยู่ประเทศอื่นระหว่าง ค.ศ.1880-1928 ตัวเลขการย้ายอย่างเป็นทางการในช่วงนั้นคือ ไปสหรัฐฯ 1.8 ล้านคน ยุโรป 2.4 แสน อเมริกาใต้ 1.2 แสน แคนาดา 7 หมื่น ปาเลสไตน์ (ซึ่งปัจจุบันคืออิสราเอล) 4.5 หมื่น แอฟริกาใต้ 4.5 หมื่น และออสเตรเลีย 5 พัน หลังจาก ค.ศ.1928 การอพยพก็เบาบางลงตั้งแต่มิฮาอิล เซรเกเยวิช กอร์บาชอฟ เป็นประธานาธิบดีและประธานคณะผู้บริหารสูงสุดของรัฐสภาโซเวียตแห่งสหภาพโซเวียตระหว่าง ค.ศ.1989-1991 แกเริ่มนโยบายเปิด-ปรับ หรือกลาสนอสต์ -เปเรสตรอยกา เพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจ การเมือง และ เพื่อความร่วมมือกับนานาอารยะประเทศ ในช่วงนี้นี่เองครับ กอร์บาชอฟอนุญาตให้ชาวยิวเดินทางออกนอกประเทศ โดยเฉพาะไปประเทศอิสราเอล ปัจจุบันประชากรอิสราเอลมีประมาณ 9.8 ล้าน เป็นพวกที่พูดภาษารัสเซีย (เพราะอพยพมาจากรัสเซีย) 1.3 ล้านคน หรือร้อยละ 15 ของประชากรอิสราเอลในอดีตเคยมีการก่อจลาจลต่อต้านชาวยิวในรัสเซียที่เมืองคิชิเนฟ ทำให้มีคนยิวตาย 47 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังมีจลาจลต่อต้านคนยิวที่เมืองโอเดสซา (ปัจจุบันอยู่ในอูเครน) ทำให้มีคนยิวถูกฆ่าตาย 2.5 พันคน การประท้วงชาวยิวในรัสเซียเกิดขึ้นบ่อยๆ จึงมีการตั้งกองทุนเพื่อชาติยิวและมีการให้เงินชาวยิวเพื่ออพยพมาอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์คนยิวไปอยู่ที่ไหนก็จะระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัย สมัยที่พ่อผมอยู่ในออสเตรเลียเมื่อ ค.ศ.1978-1979 ได้คบหาสมาคมกับครอบครัวชาวยิว พวกนี้จะไม่ยอมอยู่บ้านเดี่ยว แต่จะซื้อหรือเช่าอพาร์ตเมนต์ที่มีความปลอดภัยสูง ความเป็นอยู่ของชาวยิวในต่างประเทศมีความประหยัดเป็นเลิศ ประหยัดเพื่อเก็บสตางค์ไว้ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว น้ำเปล่ายังมีราคาไม่แพง แต่คนยิวกินน้ำเปล่า ไม่ว่าจะเหลือเท่าใดก็ไม่ทิ้ง เก็บไปดื่มต่อที่บ้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่คนออสเตรเลียในสมัยนั้นไม่ทำ แต่คนยิวทำสมัยที่คนยังอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเล่ม เด็กยิวขายหนังสือพิมพ์แตกต่างจากเด็กชาติอื่นตรงที่เด็กยิวจะถือหนังสือพิมพ์มาหาผู้ซื้อ แล้วแนะนำว่าในหนังสือพิมพ์มีข่าวอะไรที่น่าสนใจบ้าง ทั้งที่หนังสือพิมพ์ในสมัยนั้นราคาถูกมาก ฉบับละเพียงไม่กี่เซนต์ คนยิวก็ยังเก็บเล็กผสมน้อย คนยิวจะเก็บเงินสดเอาไว้ส่วนหนึ่ง เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดที่อันตราย คนยิวก็จะอพยพย้ายถิ่นฐานทันที ความที่มีเครือข่ายระโนงโยงเยงไปทั้งโลก ทำให้คนยิวย้ายถิ่นฐานได้ง่ายพ่อเล่าให้ฟังว่า ตอนที่สหภาพโซเวียตล่มสลายกลายเป็นประเทศใหม่ที่มีชื่อว่าสหพันธรัฐรัสเซีย ในระหว่างที่กำลังเรียนหนังสือ เพื่อนและอาจารย์ชาวยิวจะหายหน้าหายตาไปทีละคนสองคน มีขบวนการบริหารจัดการให้อพยพไปอยู่ในสหรัฐฯอย่างเป็นระบบ ยิวในรัสเซียจึงมีจำนวนลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ในสมัยที่ยังมีจักรวรรดิรัสเซีย ประชากรยิวในรัสเซียมีมากถึง 5.2 ล้านคน ช่วงนายกอร์บาชอฟเป็นผู้นำ ประเทศและยอมให้มีการเดินทางอพยพออกนอกประเทศ ประชากรยิวเหลือเพียง 1.4 ล้านคน ค.ศ.2002 เหลือเพียง 2.3 แสน และปัจจุบันเหลือเพียงหลักหมื่นรัฐบาลรัสเซียในยุคของปูตินให้ความเห็นใจต่อชาวปาเลสไตน์มากกว่าอิสราเอล มีการแสดงออกอย่างไม่เป็นทางการของบรรดาคณะผู้นำ จึงเป็นไปได้ว่าต่อไปในอนาคตบรรดาประเทศกลุ่มโลกอิสลามในตะวันออกกลางและในภูมิภาคอื่นของโลกจะมาแพ็กรวมทีมรัสเซีย (และจีน) อย่างชัดเจนผู้อ่านท่านครับ เดิมความขัดแย้งของโลกเห็นเป็นเส้นจางๆ บางภูมิภาคความขัดแย้งเลือนรางจนเราคิดว่าภูมิภาคนั้นจะเข้าสู่ความสงบ แต่ปัจจุบันความขัดแย้งและการแบ่งขั้วเห็นชัดเจนขึ้นถึงขนาดบางคนวิเคราะห์ว่าสงครามใหญ่คล้ายสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจจะเกิดขึ้นได้เสียด้วยซ้ำไป ประเทศที่ลอยอยู่เหนือความขัดแย้งก็คือจีน อั๊วไม่ยุ่งกับใคร อั๊วค้าขายอย่างเดียว.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม