สหภาพยุโรปได้แสดงสัญลักษณ์ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับยูเครนอีกครั้ง หลังส่งรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกเข้าร่วมประชุมกับนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่กรุงเคียฟของยูเครน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำยูเครนเน้นย้ำว่าชัยชนะของยูเครนในสงครามกับรัสเซียครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือกับสหภาพยุโรป ขณะที่นายโจเซฟ บอร์เรล หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรป แผนสันติภาพ 10 ข้อของนายเซเลนสกีในการประชุม G20 ที่มีรายละเอียดเรียกร้องให้รัสเซียถอนทหารทั้งหมดและฟื้นคืนสภาพพรมแดนยูเครน-รัสเซียตามเดิม คือแผนการเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีแผนการอื่น และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปที่กรุงเคียฟครั้งนี้ คือการส่งสัญญาณให้รัสเซียเห็นว่า เราไม่กลัวจรวดหรือโดรนของรัสเซียทั้งนี้ สหภาพยุโรปส่งความช่วยเหลือแก่รัฐบาลยูเครนไปแล้วกว่า 110,000 ล้านยูโร หรือกว่า 4.27 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม 85,000 ล้านยูโร หรือกว่า 3.3 ล้านล้านบาท และความช่วยเหลือทางการทหาร 25,000 ล้านยูโร หรือกว่า 971,000 ล้านบาท ซึ่งนายบอร์เรลยังกล่าวว่า ยุโรปขอรับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือยูเครนต่อไป ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับรัฐบาลสหรัฐฯ อีกทั้งสหภาพยุโรปกำลังพิจารณางบประมาณความช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครนในปี 2567 คิดเป็นมูลค่า 5,000 ล้านยูโร หรือกว่า 194,000 ล้านบาท คำกล่าวถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ของนายบอร์เรลในที่นี้ หมายถึงกรณีงบช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 864,000 ล้านบาท ถูกตัดจากร่างงบประมาณสหรัฐฯ เพื่อที่จะได้รับเสียงสนับสนุนในสภาคองเกรสอย่างเพียงพอสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีงบช่วยเหลือยูเครนถูกตัดออกจากแผนงบประมาณที่ลงมติรับรองไปเมื่อ 30 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น ทางทำเนียบขาวสหรัฐฯได้มีการติดต่อพันธมิตรและหุ้นส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะสนับสนุนยูเครนต่อไป และสหรัฐฯจะจัดทำแผนงบประมาณสนับสนุนยูเครนเพิ่มเติมในเร็วๆนี้ ขณะที่สื่อเอพีเผยว่า กระทรวงกลาโหม เพนตากอนสหรัฐฯได้ส่งจดหมายถึงสมาชิกสภาคองเกรสเตือนว่างบประมาณก้อนที่แล้วสำหรับทดแทนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สูญเสียไปในสนามรบยูเครน จากทั้งหมด 25,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 932,400 ล้านบาท ได้เหลือเพียง 1,600 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 57,600 ล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า หาก สหรัฐฯไม่ผ่านงบก้อนใหม่ในเร็วๆนี้ จะทำให้การส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครนเริ่มชะงักภายใน 2-3 สัปดาห์ ส่วนนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย มองว่า สหรัฐฯและยุโรปกำลังเหนื่อยล้าเพิ่มมากขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน แต่แน่นอนว่าสหรัฐฯจะเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงต่อไป.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่