“ในปี 2567 ช่วงประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค. รัฐบาลรัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ที่เมืองคาซาน ซึ่งจะเปิดการเปิดตัวชาติสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการได้แก่ อาร์เจนตินา อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และเอธิโอเปีย ขณะที่นักการทูตจากชาติสมาชิก 11 ประเทศ ก็เพิ่งมีการนัดคุยอัปเดตกันในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ยกเว้นเอธิโอเปียที่ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย”เป็นคำอธิบายอย่างอารมณ์ดีของ เยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ถึงความคืบหน้าของกลุ่ม BRICS หลังเปิดสถานทูตถนนทรัพย์ ต้อนรับทีมข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐอีกครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์การเมืองโลกที่กำลังขับเคลื่อนไปอย่างเข้มข้นในภูมิภาคต่างๆคิดยังไงที่มีคนมองว่า กลุ่ม BRICS คือขั้วอำนาจทางเลือกที่มาคานกับชาติตะวันตก? เรื่องนี้ควรทราบก่อนว่ากลไกของกลุ่มคือการปรึกษาหารือ หาจุดร่วม จะทำอะไรต้องได้รับเสียงเอกฉันท์ เป็นกลุ่มที่เอาผลประโยชน์มาคุยกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจ มีหลักประกันทางความมั่นคงภายใต้ “ระเบียบสากลที่มีความยุติธรรม” เราไม่ได้ต้องการหยิบยื่น “ระเบียบโลกภายใต้กฎเกณฑ์” ให้ใครในปีหน้าจะเปิดตัวคอนเซปต์ “หุ้นส่วน BRICS” เนื่องจากมีกว่า 40 ประเทศ รวมประเทศไทยแสดงความสนใจเข้าร่วม ทั้งแบบสมาชิกเต็มตัว หรือร่วมแบบมีทางเลือก แต่เรื่องที่มีสมาชิกเพิ่มแล้วต้องเปลี่ยนชื่อหรือเพิ่มตัวอักษรก็คงไม่จำเป็น เซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย คิดว่าใช้ชื่อ BRICS เหมือนเดิมโอเคแล้วส่วนเรื่องที่ฝรั่งเศสเคยแสดงเจตจำนงร่วมกลุ่ม แต่เราไม่เชิญก็เพราะมองผลประโยชน์กันคนละอย่าง ไม่ได้เป็นการเพิ่มคุณค่าอะไร จึงเป็นเหตุให้เกิดการโวยวาย ไปบอกว่าการขยายตัวของกลุ่ม BRICS ถือเป็นภัยคุกคามต่อระเบียบโลกภายใต้กฎเกณฑ์ของตะวันตก ซึ่งส่วนตัวก็มองว่าหลายมาตรฐานเหลือเกินโยงไปยังเรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ยูเครน” ที่ก็เต็มไปด้วยวาระแง่ลบและความสอง-สามมาตรฐาน ดูจากวันก่อนที่สภาแคนาดาก็ไปยืนปรบมือให้อดีตสมาชิกหน่วยนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทำให้ประธานสภาแคนาดาต้องมาขอโทษและลาออก แล้วก็มาพูดว่าเราต้องต่อสู้กับโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย มันหมายความว่าอย่างไร? เอาเข้าจริงแล้วคนส่วนใหญ่ในตอนนี้ยุ่งกับชีวิตตัวเองจนไม่มีเวลามาสนใจเกมการเมืองแล้ว อีกทั้งก็รับรู้มากขึ้นว่านี่ไม่ใช่สงครามยูเครน-รัสเซีย แต่เป็น “อเมริกา” ที่ใช้ยูเครนสู้รัสเซียนี่คือการลงทุนที่ดีที่สุดของอเมริกา ฆ่ารัสเซีย ได้โดยที่ไม่ต้องส่งทหารของตัวเองมาตาย แถมไม่นานมานี้ก็มีการปั่นกระแสว่า ทหารเยอรมันไปขับรถถังเยอรมันสู้กับรัสเซียในยูเครน นี่จะขยายให้เป็นสงครามเยอรมนี-รัสเซียหรืออย่างไร พอกันทีเถอะกับการมาโกหกเสแสร้ง แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้มันก็มาจากความอิจฉา ความเกลียดชังรัสเซียที่มีทรัพยากร มีเอกราช โดยใช้นโยบายสร้างความแตกแยก “ไม่ทำตาม=ไม่เป็นประชาธิปไตย”รัสเซียเข้าใจความซับซ้อนของโลกง่ายกว่าคนอื่น เพราะในรัสเซียเองก็มีหลายเชื้อชาติ หลายศาสนา หลายวัฒนธรรม-ภาษา ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ต่างๆ จึงเป็นเหตุว่าทำไมรัสเซียถึงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนแก่ทุกคน หากอีกฝ่ายมีความสนใจจะไปแทรกแซงคนอื่นแต่บ้านตัวเองก็มีปัญหาที่ต้องแก้ไขมากมาย เราเข้าใจในเรื่องนี้และเราก็กำลังพยายามขยายการพัฒนาในพื้นที่ห่างไกลอย่างภูมิภาคไซบีเรีย ตะวันออกไกลสำหรับบทบาทของกลุ่ม “อาเซียน” กำลังถูกลดความสำคัญหรือไม่? ถือเป็นคำถามที่น่าสนใจ และอยากขอให้ดูประสบการณ์ของ “สหภาพยุโรป” ว่าเป็นเช่นไรตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ยุโรปกำลังพัฒนาอย่างเข้มแข็ง มีความเป็นเอกภาพ แต่เหตุนี้เอง จึงกลายเป็น “คู่แข่ง” ซึ่งสหรัฐฯยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาเทียบชั้น และเป็นที่มาของการรับสมาชิกเพิ่มเต็มไปหมด โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออกที่ระบบเศรษฐกิจ ระบบความคิดแตกต่างกัน สุดท้ายเลยกลายเป็นปัญหา นี่ยังไม่พูดถึงปัจจุบันที่ยุโรปกำลังไปซื้อพลังงานราคาแพงจากสหรัฐฯแทนพลังงานราคาถูกจากรัสเซีย อย่างอุตสาหกรรมในเยอรมนีก็เริ่มคิดเรื่องย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศตัวเอง...ก็โอเคแหละ คุณเลือกเอง เราช่วยไม่ได้ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า นักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญใน “อาเซียน” รับรู้ในเรื่องนี้และถอดบทเรียนจากสหภาพยุโรป แต่แน่นอนว่ารัฐบาลสหรัฐฯก็ใช้นโยบายเดียวกับในภูมิภาค มีการสร้างกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มนู้นกลุ่มนี้ที่จะมาลดบทบาทของกลไก ที่มีอยู่แต่เดิม ซึ่งในมุมมองของรัสเซียนั้น อาเซียนคือศูนย์กลาง เป็นกลไกศูนย์สำหรับเจรจาหารือในเรื่องความมั่นคงภูมิภาค เสถียรภาพ และความร่วมมือ รัสเซียเคารพบทบาทศูนย์กลางของอาเซียน และเป็นหนึ่งในคู่เจรจากับอาเซียน มีความร่วมมือกับหลายวงรวมถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไม่อยากคาดคะเนอนาคต แต่เราก็ควรเข้าใจว่า หากปัญหามีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างเรื่อง “เมียนมา” ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรงทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงสาธารณะ เพราะมีพรมแดนติดกันยาว รอดูว่ารัฐบาลใหม่ของไทยจะดำเนินการเช่นไร แต่เข้าใจว่าจะยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้งสำหรับเรื่องที่มีเสียงกังวลว่า รัฐบาลชุดนี้ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมีทิศทางความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจเช่นไร? ก็ได้ยินมาตลอดว่ารัฐบาลชุดก่อนโปรจีน รัฐบาลชุดนี้โปรสหรัฐฯ แต่ความจริงแล้วเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ตามความเข้าใจของผมคือรัฐบาลชุดนี้มีความผสมผสานกัน และเป็นรัฐบาลที่โปร “คนไทย” ไม่ใช่โปรจีนหรือโปรอเมริกัน นายกรัฐมนตรีเป็นนักธุรกิจ รัฐมนตรีหลายคนก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ย่อมมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมรัฐบาลรัสเซียพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลใหม่ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นิวยอร์ก รัฐมนตรีต่างประเทศของเราก็จัดประชุมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่การแลกเปลี่ยนระหว่างคนก็เพิ่มมากขึ้น จนถึงช่วงสิ้นเดือน ก.ย. นักท่องเที่ยวรัสเซียมาเยือนประเทศไทยมากกว่า 1.2 ล้านคน พร้อมเชื่อว่าสิ้นปีจะทะลุเกิน 1.5 ล้านคน ซึ่งเกินสถิติก่อนยุคโควิด-19 มาเป็นครอบครัวก็จะนิยมท่องเที่ยวพัทยา นักธุรกิจหนุ่มสาวนิยมภูเก็ต ส่วนวัยเกษียณก็จะชื่นชอบความเงียบสงบของหัวหิน ทั้งยังมีการหารืออย่างต่อเนื่องเรื่องอำนวยความสะดวกระบบชำระเงิน“รัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลไทยเพื่อคนไทยอย่างแน่นอน ซึ่งก็เหมือนกับรัฐบาลรัสเซียย่อมต้องโปรคนรัสเซียเป็นเรื่องปกติธรรมดา มิฉะนั้น แล้วมันก็คงประหลาดน่าดู ประเทศของคุณเองแต่จะไปฝักใฝ่คนอื่นก็ดูเป็นความคิดที่ไม่ค่อยมีตรรกะเสียเท่าไรนะ” ท่านทูตโทมิคินให้ความเห็น ทิ้งท้าย.ทีมข่าวต่างประเทศคลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม