หลายครั้งที่จินตนาการในนิยายหรือภาพยนตร์ ได้นำเสนอถึง “การเดินทางสู่แกนโลก” เช่นในศตวรรษที่ 19 จูลส์ เวิร์น นักเขียนชาวฝรั่งเศสที่ได้รับยกย่องให้เป็นบิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ ได้ยั่วเย้านักอ่านในยุคนั้นว่าการเดินทางไปใจกลางโลกมีความเป็นไปได้ เมื่อเขาเขียนนวนิยายเรื่อง “Journey to the Center of the Earth” ทว่าการเดินทางทางวรรณกรรมของเวิร์นก็เป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น เพราะการคำนวณทางวิทยาศาสตร์พบว่าอุณหภูมิที่แกนกลางโลกอยู่ที่ประมาณ 10,000 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 5,537 องศาเซลเซียส ขณะที่แรงกดทับที่ตามมาก็มากกว่าที่พื้นผิวหลายล้านเท่า ดังนั้น มนุษย์ก็จะลงไปลึกมากไม่ได้ถึงจะลงไปพิสูจน์ด้วยตัวเองไม่ได้ นักธรณีฟิสิกส์ก็ค้นพบว่าแกนกลางโลกมีลักษณะเป็นลูกทรงกลมทึบแข็ง มีส่วนประกอบหลักเป็นโลหะหนักคือเหล็กและนิกเกิล คิดเป็น 20% ของรัศมีโลก ห่อหุ้มด้วยเปลือกของเหล็กและนิเกิลที่หลอมเหลวแผ่ออกไปอีก 15% ของรัศมีโลก นี่คือการเรียนรู้จากทางอ้อมจากการศึกษาสนามแม่เหล็กโลกหรือวิธีที่คลื่นแผ่นดินไหวสะท้อนออกจากชั้นต่างๆ ใต้พื้นผิวโลก แต่ทางอ้อมแบบนี้ก็ยังก็มีข้อจำกัด จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์มุ่งค้นหาวิธีที่จะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนลึกภายในของโลก จนกระทั่งมีนักวิทยาศาสตร์ด้านดาวเคราะห์เกิดไอเดียว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้เกี่ยวกับภายในของโลกก็คือศึกษาจากวัตถุที่มีโลหะในอวกาศเป้าหมายที่จะไขความกระจ่างเรื่องนี้ก็คือ “ดาวเคราะห์น้อยไซคี” (Psyche) ถูกค้นพบในปี พ.ศ.2395 มีความกว้างเท่ากับรัฐแมสซาชูเสตต์ ของสหรัฐอเมริกา รูปร่างทรงกลมแบน ชวนให้นึกถึงหมอนปักเข็มหมุด ล่องลอยอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก ตรงวงโคจรระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีในวันที่ 5 ต.ค.นี้ ยานอวกาศไซคีที่มีชื่อ เดียวกับดาวเคราะห์น้อยดังกล่าว ซึ่งเป็นยานหุ่นยนต์ไร้คนขับขององค์การนาซา สหรัฐฯ จะถูกส่งออกไปทำภารกิจโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยไซคี ยานจะไปถึงเป้าหมายในเดือน ส.ค.2572 ยานจะใช้เวลา 26 เดือน ในการทำแผนที่ธรณีวิทยา ภูมิประเทศ และแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์น้อย โดยจะค้นหาหลักฐานของสนามแม่เหล็ก และจะเปรียบเทียบองค์ประกอบของดาวเคราะห์น้อยเกี่ยวกับข้อมูลแกนกลางของโลกที่นักวิทยาศาสตร์มีอยู่ในปัจจุบัน...อีกไม่ช้านานคงได้กระจ่างแจ้งถึงแกนโลกของเรา.ภัค เศารยะคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม